L'Oréal บริจาคเงินทุน 5,200 ล้านบาท แก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม และประกาศวิสัยทัศน์ 2030 มุ่งเน้นความยั่งยืน ใช้พลังงานทดแทน-ลดขยะพลาสติก-ลดก๊าซเรือนกระจก

L'Oréal บริจาคเงินทุน 5,200 ล้านบาท แก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม และประกาศวิสัยทัศน์ 2030 มุ่งเน้นความยั่งยืน ใช้พลังงานทดแทน-ลดขยะพลาสติก-ลดก๊าซเรือนกระจก

10 ก.ค. 2020
“L’ORÉAL FOR THE FUTURE” วิสัยทัศน์ใหม่เพื่อความยั่งยืนของ L'Oréal
ตั้งเป้าปี 2030 มุ่งยกระดับการดำเนินงาน โดยคำนึงถึงขีดจำกัดความปลอดภัยของโลกเป็นที่ตั้ง
เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น
พร้อมริเริ่มการแสดง “ข้อมูลผลิตภัณฑ์” ด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมของผลิตภัณฑ์
เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคกว่า 1.5 พันล้านคนทั่วโลก สามารถตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนมากขึ้น
โดยการแสดงข้อมูลดังกล่าว จะมีคะแนนระดับ A ถึง E
ซึ่ง “A” หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ “มีความเป็นเลิศด้านความยั่งยืนมากที่สุด”
ทั้งนี้ ระดับคะแนนดังกล่าว ได้การตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และรับรองข้อมูลโดยหน่วยงานด้านการตรวจสอบอิสระระดับโลก
โดยแบรนด์แรกที่จะมีการแสดงข้อมูลนี้ คือผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมของแบรนด์การ์นิเย่
และการแสดงข้อมูลนี้ จะทยอยขยายการดำเนินงานไปยังประเทศอื่น รวมถึงแบรนด์อื่นๆ และทุกหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ของ L'Oréal ต่อไป
นายฌอง-พอล แอกง ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลอรีอัล กรุ๊ป กล่าวว่า
“ปัญหาหลายอย่างที่โลกกำลังเผชิญอยู่ ณ ปัจจุบันนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
การเร่งยกระดับการทำงานบริษัทฯ เพื่อร่วมช่วยรักษาโลกให้ปลอดภัย เพื่อมนุษยชาติจึงเป็นภารกิจสำคัญ
ทั้งนี้ ลอรีอัล จะดำเนินงานทั้งในส่วนธุรกิจของเราเอง
และส่วนการช่วยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในภาพรวม เราทราบดีว่าปัญหาที่ร้ายแรงยิ่งกำลังคืบคลานเข้ามา
บริษัทฯ จึงต้องยึดมั่นในเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงขีดจำกัดความปลอดภัยของโลกเป็นที่ตั้งอย่างเคร่งครัด”
“ขีดจำกัดความปลอดภัยของโลก” (planetary boundaries) นั้นมีข้อจำกัด
หากถูกละเมิดจะเป็นอันตรายต่อสภาวะความเหมาะสมของโลก สำหรับการอยู่อาศัยและพัฒนาการของมนุษย์
นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเห็นพ้องอย่างเป็นเอกฉันท์ว่า ในช่วงทศวรรษต่อๆ จากนี้
เราจำต้องให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าวเป็นลำดับต้นๆ เพื่อมนุษยชาติ
โดยเฉพาะเรื่องปัญหาโลกร้อน และขยะพลาสติก
ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงได้กำหนดเป้าหมายใหม่สำหรับปี 2030
เพื่อรับมือปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
พร้อมยกระดับแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญอีกสามประการ ได้แก่
การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ, การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน
โดย L'Oréal จะไม่เพียงมุ่งลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรงเท่านั้น
แต่ยังต้องการลดผลกระทบของกิจกรรมทั้งหมด ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับซัพพลายเออร์ และผู้บริโภค
นางอเล็กซานดรา พัลต์ รองประธานบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความรับผิดชอบขององค์กร ลอรีอัล กรุ๊ป กล่าวว่า “ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ลอรีอัลได้เปลี่ยนแปลงอย่างมาก
และนำความยั่งยืนมาเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจ
ด้วยพันธสัญญาใหม่นี้ บริษัทฯ ไม่เพียงแต่มุ่งลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำงานให้มากยิ่งขึ้น
แต่ยังสนับสนุนให้ผู้บริโภคมีข้อมูลในการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน
ควบคู่ไปกับการให้ความช่วยเหลือด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม”
เป้าหมายสำคัญที่ L'Oréal ได้กำหนดบนพื้นฐานการทำงานภายใต้ขีดจำกัดความปลอดภัยของโลก ได้แก่
-ภายในปี 2025 โรงงานและศูนย์กระจายสินค้าของ L'Oréal ทุกแห่ง ต้องไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ (carbon neutral) ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้พลังงานทดแทน 100%
-ภายในปี 2030 พลาสติกใช้ในบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ L'Oréal ทั้งหมด 100% จะมาจากพลาสติกรีไซเคิล หรือ จากแหล่งวัสดุชีวภาพ
-ภายในปี 2030 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ของแต่ละผลิตภัณฑ์สำเร็จลง 50% เมื่อเทียบกับปี 2016
ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2005 บริษัทฯ ได้ลดการปล่อยก๊าซคอร์บอนไดออกไซด์ของโรงงานและศูนย์กระจายสินค้าลงถึง 78% เกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ในปี 2020 ที่ตั้งไว้ 60%
ในขณะที่มีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น 37% ในช่วงเวลาเดียวกัน
และปลายปี 2019 L'Oréal มีโรงงานและศูนย์กระจายสินค้าที่ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิออกสู่ชั้นบรรยากาศ (ใช้พลังงานทดแทน 100%) ถึง 35 แห่ง โดยเป็นโรงงานถึง 14 แห่ง
นอกจากนี้ L'Oréal ยังประกาศแผนการช่วยเหลือปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมเร่งด่วน
ด้วยการจัดสรรงบประมาณ 150 ล้านยูโร หรือประมาณ 5,293 ล้านบาท นำไปใช้แก้ไขปัญหาต่างๆ ดังนี้
-100 ล้านยูโร หรือประมาณ 3,529 ล้านบาท
สำหรับการให้ทุนเพื่อจัดการกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดย 50 ล้านยูโร จะเป็นเงินทุนสำหรับโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและป่าไม้ที่เสียหาย ผ่านกองทุน L’Oréal Fund for Nature Regeneration
ส่วนอีก 50 ล้านยูโร จะใช้ในการให้ทุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียน
-ช่วยเหลือสตรีผู้ด้อยโอกาส
จัดตั้งกองทุนบริจาคเพื่อการกุศลอีก 50 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,764 ล้านบาท
เพื่อช่วยสนับสนุนองค์กรภาคสนาม และองค์กรการกุศลท้องถิ่นในการต่อสู้กับความยากจน
ช่วยเหลือสตรีให้สามารถประสบความสำเร็จในสังคมและวิชาชีพ
ให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ผู้ลี้ภัยและผู้พิการสตรี
และป้องกันความรุนแรงต่อสตรีและช่วยเหลือเหยื่อที่ได้รับผลกระทบ
ส่วนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในประเทศไทย
L'Oréal ได้เปิดศูนย์กระจายสินค้าสีเขียวของลอรีอัลแห่งแรกในเอเชีย เมื่อปี 2017
โดยศูนย์กระจายสินค้าได้ลดการใช้พลังงานและน้ำ พัฒนาระบบขนส่ง ริเริ่มโครงการรีไซเคิล
และดำเนินการพัฒนาศูนย์ฯ ให้เป็นมิตร และลดการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ L'Oréal ยังได้ช่วยเหลือผู้คนในชุมชนที่ด้อยโอกาสให้มีโอกาสได้รับการจ้างงาน
ผ่านโครงการจัดหาจัดจ้างเพื่อผู้ขาดโอกาสทางสังคม (Solidarity Sourcing) และโครงการสอนทักษะอาชีพเสริมสวยแก่ผู้ด้วยโอกาส (Beauty For a Better Life)
มีการจัดซื้อน้ำมันรำข้าวหอมมะลิ ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และผิวหนังจากเกษตรกรไทย
โดยทำงานร่วมกับ 4 สหกรณ์ในภาคอีสาน เพื่อส่งเสริมการค้าอย่างเป็นธรรม
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.