การเปลี่ยนธุรกิจสู่ “ดิจิทัล” ของ SME ไทย จะเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจไทยกว่า 1.3 ล้านล้านบาท ภายในปี 2567

การเปลี่ยนธุรกิจสู่ “ดิจิทัล” ของ SME ไทย จะเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจไทยกว่า 1.3 ล้านล้านบาท ภายในปี 2567

2 ส.ค. 2020
การปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ดิจิทัลของ SME ในไทย จะเพิ่มมูลค่า 1.1 ถึง 1.3 ล้านล้านบาท ให้กับ GDP ของไทย ภายในปี 2567 และช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยรวมหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19
ตามผลการศึกษาความพร้อมทางด้านดิจิทัลของธุรกิจ SME ในเอเชีย-แปซิฟิก (Asia Pacific SMB Digital Maturity Study) ประจำปี 2563
ธุรกิจ SME มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของไทย
ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ระบุว่า ภาคธุรกิจ SME คิดเป็นสัดส่วน 85.5% ของแรงงานทั้งหมดในไทย และสร้างมูลค่าให้ GDP ถึง 43%
ผลการศึกษาอ้างอิงผลการสำรวจความคิดเห็นชี้ว่า 73% ของธุรกิจ SME ในไทยมีแผนที่จะปรับเปลี่ยนการดำเนินงานสู่ดิจิทัล เพื่อสามารถนำเสนอสินค้าและบริการที่แปลกใหม่
50% ของ SME ตระหนักว่าคู่แข่งกำลังปรับเปลี่ยนการดำเนินงานสู่ดิจิทัล และพวกเขาต้องก้าวตามให้ทัน
ขณะที่อีก 23% กำลังดำเนินการปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัลเพราะลูกค้าต้องการ
นาย วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการซิสโก้ ประเทศไทย และภูมิภาคอินโดจีน กล่าวว่า
“ธุรกิจ SME ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
อย่างไรก็ดี SME เหล่านี้ได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์
และมีการปรับใช้เทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในช่วงแพร่ระบาด
การปรับเปลี่ยนการดำเนินงานสู่ดิจิทัลของ SME จะมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการฟื้นฟูธุรกิจ
และช่วยการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวมของไทย”
ผลการศึกษาระบุว่า การจัดซื้อหรืออัปเกรดซอฟต์แวร์ไอที (20%) เป็นการลงทุนที่ SME ไทยให้ความสำคัญมากที่สุด
ตามมาด้วยการจัดซื้อและอัปเกรดฮาร์ดแวร์ไอที (15%) และการลงทุนในคลาวด์ (11%)
อย่างไรก็ตาม SME ต้องเผชิญกับปัญหาท้าทายเฉพาะหน้าในหลายๆ เรื่อง
โดยผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า การขาดแคลนทักษะด้านดิจิทัลและการเข้าถึงบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ (20%) เป็นอุปสรรคสำคัญที่สุด
รองลงมาได้แก่ การไม่มีโรดแมพในการปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ดิจิทัล (18%) และการขาดแคลนเทคโนโลยีที่จำเป็น (15%)
สำหรับเอเชีย-แปซิฟิก การปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ดิจิทัลของ SME จะเพิ่มมูลค่า 81.3 ถึง 96.9 ล้านล้านบาท ให้กับ GDP ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกภายในปี 2567
ผลการศึกษาเน้นย้ำว่า เกือบ 70% ของ SME ในเอเชีย-แปซิฟิก กำลังเร่งการปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ดิจิทัล ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด-19
นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถาม 86% เชื่อว่าการปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัลจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับธุรกิจเพื่อสามารถรับมือกับวิกฤติการณ์ในอนาคตได้ ดังเช่นกรณีการแพร่ระบาดของโควิด-19
แม้ว่าจะมีปัญหาท้าทายต่างๆ แต่ SME ในภูมิภาคนี้ ยังคงมีความคืบหน้าในการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานสู่ดิจิทัล โดยผลการศึกษาชี้ว่า ปัจจุบัน 16% ของ SME ในภูมิภาคนี้ มีความพร้อมด้านดิจิทัลขั้นสูง (ขั้นที่ 3 และ 4) เปรียบเทียบกับ 11% ในปี 2562
นอกจากนี้ SME มากกว่าครึ่งหนึ่ง ได้ดำเนินการปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัลในระดับหนึ่ง และอยู่ในสถานะของ Digital Observer (ขั้นที่ 2)
และมี SME เพียง 31% เท่านั้น ที่ยังคงตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของตลาดในลักษณะเชิงรับ และแทบไม่ได้ดำเนินการใดๆ ในการปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัล (ขั้นที่ 1)
ภายในภูมิภาคนี้ SME ในสิงคโปร์, ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์ยังคงเป็นผู้นำในกลุ่ม Digital Observer
โดยการจัดอันดับไม่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับปี 2562
อย่างไรก็ตาม จีนแผ่นดินใหญ่, ไต้หวัน และไทย ได้แซงหน้าเกาหลี, ฮ่องกง และมาเลเซียตามลำดับ
นอกจากนี้ SME ในอินโดนีเซีย และเวียดนาม มีความคืบหน้าในการดำเนินงานปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัลอย่างเห็นได้ชัด
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.