สรุปแนวคิด Design Thinking ที่บริษัทระดับโลก ส่วนใหญ่นำไปใช้

สรุปแนวคิด Design Thinking ที่บริษัทระดับโลก ส่วนใหญ่นำไปใช้

10 ต.ค. 2020
อะไรที่ทำให้สุดยอดแบรนด์รองเท้ากีฬา Nike
บริษัทเครื่องดื่มระดับโลก Pepsi
และบริษัทผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่อย่าง P&G
ต่างก็ใช้วิธีคิดแบบ Design Thinking ในการบริหารธุรกิจ
ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า Design Thinking คืออะไร
Design Thinking คือ กระบวนการคิดเชิงออกแบบ
ที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และการออกแบบจะไม่ได้เน้นแค่ความสวยงาม หรือ ต้องเป็นสิ่งใหม่เท่านั้น
แต่จะต้องช่วยแก้ปัญหา และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับลูกค้าได้จริงๆ
แล้วขั้นตอนของ Design Thinking นั้นมีอะไรบ้าง ?
1) Empathise : ต้องสร้างความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง
ขั้นตอนนี้อาจจะเกิดจากการพูดคุยกับลูกค้า จากการสังเกตพฤติกรรม
หรือจากการเข้าไปลองใช้สินค้าและบริการด้วยตัวเอง
เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเป้าหมาย
2) Define : วางกรอบของปัญหาหรือโจทย์ที่ต้องการแก้ไข
ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่จะนำเอาข้อมูลต่างๆ ที่ได้รับ
มาทำความเข้าใจ วิเคราะห์ สรุปประเด็นต่างๆ เรียงลำดับความสำคัญ
เพื่อให้สามารถวางกรอบของปัญหาได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
3) Ideate : ระดมสมองเพื่อหาทางเลือกใหม่ๆ
ขั้นตอนนี้จะใช้วิธีการใดก็ได้เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาใหม่ๆ
เช่น ทำ Mind Mapping จัด Brainstorm
แต่จะต้องสร้างพื้นที่ให้เอื้อต่อการคิดนอกกรอบ
4) Prototype : สร้างแบบจำลองจากไอเดีย
เมื่อเราได้ไอเดียใหม่ๆ มาแล้ว จากนั้นลองสร้างโมเดลแบบง่ายๆ ขึ้นมา
เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งจะเป็นสินค้าหรือแผนงานก็ได้
แต่เงื่อนไขคือ ต้องใช้งบน้อย และใช้เวลาไม่นาน
5) Test : นำแบบจำลองมาใช้จริง
และขั้นตอนสุดท้าย คือ ขั้นตอนของการทดสอบว่าแบบจำลองที่สร้างขึ้น
ใช้ได้จริงกับกลุ่มลูกค้าของเราหรือไม่ จากนั้นเก็บฟีดแบค
เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาสินค้าให้ตรงกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น
หากทดสอบแล้วเกิดปัญหาหรือสินค้าไม่ตอบโจทย์ลูกค้า
ก็ต้องย้อนกลับไปทบทวนในแต่ละขั้นตอนที่ผ่านมา
หลายคนอาจจะสงสัยหรือเห็นภาพยังไม่ชัดว่า
บริษัทยักษ์ใหญ่ใช้ Design Thinking ในการออกแบบอย่างไรบ้าง ?
ลองมาดูตัวอย่างบริษัทระดับโลกกัน..
Nike พัฒนาสินค้าจากการใช้ Design Thinking เพื่อให้ทีมงานทุกคนเข้าใจผู้ใช้งานมากที่สุด
โดยให้พนักงานลองใส่รองเท้าวิ่ง และเข้ามามีส่วนร่วมในการระดมไอเดีย
ไปจนถึงขั้นตอนการออกแบบ จากนั้นทำการทดสอบไปเรื่อยๆ
เพื่อหาจุดกึ่งกลางระหว่างความสวยของรองเท้า กับฟังก์ชันการใช้งาน
Pepsi ใช้ Design Thinking ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์
โดยไม่ได้เน้นแค่ความสวยงาม แต่ต้องการให้บรรจุภัณฑ์นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึก
เพื่อสร้างประสบการณ์และความประทับใจใหม่ๆ ให้ผู้บริโภคอยากมีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้น
Pepsi จึงให้พนักงานเริ่มต้นหาแรงบันดาลใจจากภาพถ่ายและสิ่งของใกล้ตัว
แล้วนำมาต่อยอด เช่น ตู้กดน้ำ Pepsi Spire
P&G ใช้ Design Thinking เพื่อศึกษาว่าลูกค้ามีขั้นตอนในการทำความสะอาดพื้นอย่างไร
โดยการให้พนักงานเข้าไปศึกษาในแต่ละบ้านของกลุ่มลูกค้า และได้เห็นว่าคนส่วนใหญ่ใช้เวลา
ในการถูพื้นมากกว่ากวาด
จึงไม่แปลกใจที่ขั้นตอนการถูพื้นจะเป็นสิ่งที่ลูกค้าไม่ชอบ
P&G จึงพยายามออกแบบผลิตภัณฑ์ที่กำจัดสิ่งสกปรกได้อย่างรวดเร็ว
สรุปก็คือ Design Thinking เป็นแนวคิดที่ช่วยให้ธุรกิจ
ได้พยายามทำความเข้าใจปัญหาของลูกค้าได้มากขึ้น
และถือว่า Design Thinking เป็นหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ
ที่ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ เข้าไปอยู่ในใจของลูกค้าได้ นั่นเอง..
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.