ยอดขายแบรนด์หรูทั่วโลก 50% จะมาจากชาวจีน ภายในปี 2025

ยอดขายแบรนด์หรูทั่วโลก 50% จะมาจากชาวจีน ภายในปี 2025

19 พ.ย. 2020
Bain & Company บริษัทที่ปรึกษาระดับโลก ได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับตลาดแบรนด์หรู ฉบับล่าสุด
โดยในปี 2020 นี้ คาดว่ายอดขายแบรนด์หรูทั่วโลก จะอยู่ที่ราว 217,000 ล้านยูโร (ประมาณ 7,797,000 ล้านบาท) ลดลง 23% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ซึ่งนับเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 ที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์
แม้ยอดขายแบรนด์หรูในจีนจะเริ่มฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว จากวิกฤติโควิด 19
โดยคาดว่า ในจีนแผ่นดินใหญ่ ยอดขายแบรนด์หรูจะเติบโตขึ้น 45% ในปีนี้
แต่ก็ไม่อาจช่วยดึงยอดขายแบรนด์หรูในส่วนของประเทศอื่นๆ ทั่วโลกได้ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และ ยุโรป
ที่โควิด 19 ทำให้ร้านค้าปลีกต่างๆ ต้องปิดให้บริการชั่วคราว
และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
รวมถึงการจำกัดการเดินทางและท่องเที่ยวระหว่างประเทศ
ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวจีน หันมาใช้จ่ายซื้อสินค้าแบรนด์หรูภายในประเทศกันมากขึ้น
ในขณะที่เมื่อก่อนมักซื้อในประเทศแถบยุโรป ขณะทิปท่องเที่ยว
Bain ประเมินว่า บริษัทแบรนด์หรูต่างๆ เช่น LVMH เจ้าของแบรนด์ Louis Vuitton, Hermes และ Prada
ยอดขายจะเริ่มฟื้นตัวบางส่วนในปี 2021 และจะกลับสู่ระดับเดิมได้ในปี 2022 หรือ 2023
ที่น่าสนใจคือ โควิด 19 ได้เร่งให้เกิดการใช้จ่ายซื้อสินค้าแบรนด์หรู จากช่องทางออนไลน์มากขึ้น
โดยในปีนี้ ยอดใช้จ่ายแบรนด์หรูบนช่องทางออนไลน์ จะคิดเป็น 23% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด
จากเดิมที่คิดเป็นเพียง 12% ในปี 2019
เรื่องนี้ได้ทำให้ Farfetch ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำหรับแบรนด์หรูโดยเฉพาะ
ได้รับอานิสงส์ไปเต็มๆ โดยในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 70%
และคาดว่า ภายในปี 2025
อีคอมเมิร์ซ จะกลายเป็นช่องทางที่ใหญ่ที่สุด สำหรับการใช้จ่ายซื้อสินค้าแบรนด์หรูทั่วโลก
ทั้งนี้ ในปี 2019 ยอดขายแบรนด์หรูทั่วโลก
1 ใน 3 จะมาจากชาวจีน
ซึ่งทั้งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วของจีน และความนิยมในแบรนด์หรูของชาวจีน
Bain คาดว่าปัจจัยเหล่านี้ จะช่วยผลักดันให้ภายในปี 2025 หรืออีก 5 ปีข้างหน้า
ยอดขายของแบรนด์หรูทั่วโลกเกือบ 50% จากยอดขายแบรนด์หรูทั้งหมด จะมาชาวจีน..
และจีน จะกลายเป็นตลาดแบรนด์หรูที่สำคัญและใหญ่สุดในโลก
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.