Spotify ประกาศการพัฒนา พอดแคสต์รูปแบบใหม่ เพิ่มฟีเจอร์การโต้ตอบแบบ ถาม-ตอบ และ โพล

Spotify ประกาศการพัฒนา พอดแคสต์รูปแบบใหม่ เพิ่มฟีเจอร์การโต้ตอบแบบ ถาม-ตอบ และ โพล

23 ก.พ. 2021
ในงาน “Stream On” เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งได้ประกาศแผนการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ และการพัฒนาแอปพลิเคชันของ Spotify
โดยสิ่งที่น่าสนใจที่สุด เป็นเรื่องของการพัฒนาระบบพอดแคสต์ ให้มีลักษณะในการโต้ตอบ ระหว่างผู้จัดรายการ กับ ผู้ฟัง ในรูปแบบใหม่
และเน้นการจัดระเบียบของการสื่อสาร ให้มากกว่าแอป “Clubhouse”
ในภาพรวมของโปรเจกต์นี้ Spotify จะมีการพัฒนาที่น่าสนใจ ด้วยกัน 3 รูปแบบ
-เพิ่มความร่วมมือกับ ผู้ให้บริการอัดพอดแคสต์อย่าง Anchor ที่ผู้จัดรายการทุกคน สามารถเลือกใช้เสียงเพลงและเสียงบรรยากาศ ทำให้การเล่าเรื่องดูน่าสนใจขึ้น
อีกทั้งยังเพิ่มความสามารถทำให้ผู้จัดรายการมีความยืดหยุ่น ในทางเลือกของการอัดที่มากขึ้น
-ต่อไปนี้ผู้จัดรายการจะสามารถเขียนสคริปต์ หรือ บทความ ผ่านผู้ให้บริการเกี่ยวกับคอนเทนต์และสร้างเว็ปไซต์อย่าง Wordpress และสามารถอัปลง Spotify ได้ทันที
-เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดกับการโต้ตอบสื่อสาร ระหว่างผู้จัดรายการ กับ ผู้ฟัง ในรูปแบบของ “คำถาม-ตอบ” และ “การเปิดระบบโหวต”
โดยฟีเจอร์ใหม่ทั้งหมดนี้ จะเริ่มเปิดตัวใช้งานในสหรัฐอเมริกาก่อนเป็นที่แรก
แต่ Spotify ยังไม่ได้กำหนดวันเปิดตัวที่ชัดเจน
ต่อมา ในส่วนของฟีเจอร์ใหม่อื่นๆ ที่กำลังจะทยอยเปิดตัวภายในปี 2021 ก็จะมี
1.อัปเกรดคุณภาพของเสียงเพลงให้สูงขึ้น ในชื่อของ “Spotify HiFi”
โดยคุณภาพเสียงตามที่ Spotify ได้อ้างถึง คือ คุณภาพเสียงระดับ Lossless ที่ค่อนข้างทัดเทียมกับแผ่น CD
2.เปิดตัวซีรีส์พอดแคสต์ “Spotify Original”
โดยมีการเปิดตัวแขกพิเศษที่จะมาจัดซีรีส์ รายการบนพอดแคสต์อย่าง
-Barack Obama กับ ซีรีส์ “Renegades: Born in the USA”
-DC Comics Universe กับ ซีรี่ส์ 9 ชุด ยกตัวอย่างเช่น Wonder Woman, Superman และ Lois Lane
-พี่น้อง Russo แห่ง Avengers ซึ่งมีความเป็นไปได้ ที่จะมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเบื้องหลังการทำหนัง
-และยังมีคนดังอีกมากมาย ที่มาเข้าร่วม เช่น เจ้าชายแฮรรี่ และ เมแกน มาร์เคิล, บิลลี ไอลิช, จัสติน บีเบอร์
3.การนำระบบ AI Machine Learning เข้ามาปรับปรุงในหน้าแนะนำเพลงใหม่
เพื่อให้การแนะนำเพลง และ เพลย์ลิสต์ เหมาะสมกับความชอบของผู้ใช้งานให้มากขึ้น
รวมถึงการช่วยให้ผู้จัดทำโฆษณา สามารถเจาะลูกค้าได้ตรงกับกลุ่มความชอบมากขึ้น
4.เปิดตัวเครื่องมือใหม่ สำหรับศิลปินใน “Discovery Mode” และ “Marquee”
โดย “Discovery Mode” จะอนุญาตให้ศิลปินเลือกได้เองว่าอยากจะโปรโมตเพลงไหน เป็นเพลงแรกๆ และตัวแพลตฟอร์มจะทำให้คนฟังหาเจอ
และ “Marquee” เปิดให้ศิลปินทุกคน สามารถสร้าง Canvas หรือพื้นหลังภาพเคลื่อนไหว รวมถึงการสร้างแบนเนอร์ และแคมเปญโฆษณา หรือ โปรโมตเพลงของตัวเองได้อย่างอิสระ
5. ปรับปรุง และพัฒนาเรื่องของ ระบบโฆษณากับคอนเซปต์ “Spotify Audience Network”
โดยจุดประสงค์หลักๆ คือ Spotify ต้องการให้ผู้จัดทำโฆษณา สามารถโปรโมตโฆษณาด้วยเสียง ผ่านรายการต่างๆ ที่ตรงกับความชอบของผู้ฟังแต่ละคน และไม่สร้างความน่ารำคาญให้กับผู้ฟัง
ทั้งนี้ Spotify ยังประกาศถึงเป้าหมายที่ชัดเจนในการบุกตลาดใหม่ เพิ่มอีก 85 ประเทศ ในอีก 5 วันข้างหน้า ทั้งในแอฟริกา, เอเชีย, ยุโรป, ละตินอเมริกา และแคริบเบียน
จากเดิมให้บริการอยู่ใน 93 ประเทศทั่วโลก หรือก็คือ จะขยายการให้บริการเกือบเท่าตัว
และจะเพิ่มระบบเสียงให้ครอบคลุมมากถึง 36 ภาษาทั่วโลก ภายในปีนี้
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.