เจ้าของ nice two Meat u และ Fire Tiger กำหนดทิศทางธุรกิจสวนกระแส ไม่โฟกัสกับธุรกิจดิลิเวอรี

เจ้าของ nice two Meat u และ Fire Tiger กำหนดทิศทางธุรกิจสวนกระแส ไม่โฟกัสกับธุรกิจดิลิเวอรี

23 ก.พ. 2021
ในขณะที่ร้านอาหารส่วนใหญ่หันมาจับกระแส Cloud Kitchen
ปรับโมเดลธุรกิจมาทำร้านอาหารแบบไม่ง้อหน้าร้าน ใช้ระบบครัวกลาง ขายผ่านช่องทางดิลิเวอรี
แต่เจ้าของร้านอาหารและชานมไข่มุกชื่อดังอย่าง nice two Meat u และ Fire Tiger กลับเลือกที่จะสวนกระแส ด้วยการลุยเปิดแบรนด์ใหม่ ถึง 3 แบรนด์ในปีนี้
พร้อมขยายสาขา nice two Meat u และ Fire Tiger อย่างต่อเนื่อง
ที่สำคัญยัง​เตรียมพัฒนาเมนูอาหาร-เครื่องดื่ม ที่มีส่วนผสมของกัญชง อีกด้วย...
ทำไม nice two Meat u และ Fire Tiger ถึงเลือกที่จะแตกแบรนด์ใหม่ ทั้งที่แบรนด์ที่มีอยู่ก็สตรองอยู่แล้ว
แล้วโควิด 19 ที่ผ่านมา กระทบกับธุรกิจขนาดไหน
คุณเกศ-ชุติมา เปรื่องเมธางกูร และ คุณแนท-นันทนัช เอื้อศิริทรัพย์ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ nice two Meat u และ Fire Tiger พร้อมแล้วที่จะเฉลยทุกคำถาม
หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า จริงๆ แล้วทุกร้านต่อไปนี้มีเจ้าของเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น
-nice two Meat u ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลี
-Fire Tiger แบรนด์ชานมชื่อดัง ที่รู้จักกันในชื่อ “ชานมเสือพ่นไฟ”
-Seoulcial Club คาเฟ่สไตล์เกาหลีสุดชิก
-EBOMB ร้านขายแซนด์วิชสไตล์เกาหลี
-และล่าสุด โรงเตี๊ยมเสือพ่นไฟ “Fire Tiger Bar & Restaurant” ร้านอาหารกึ่งบาร์ริมแม่น้ำ ที่ไอคอนสยาม ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 12 ก.พ. ที่ผ่านมา
ซึ่งการมีหลายแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอ ให้ต้องดูแล
แม้จะต้องเหนื่อยกับการวางคอนเซปต์ หาจุดขาย และแจ้งเกิดแต่ละแบรนด์
แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการกระจายความเสี่ยง ให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดี
คุณแนท เล่าว่า โชคดีที่มีหลายแบรนด์ในพอร์ตฯ ทำให้โควิด 19 รอบแรก ภาพรวมของธุรกิจแทบไม่ได้รับผลกระทบ
จะมีแค่ nice two Meat u ที่หนักกว่าเพื่อน เพราะเป็นแนวปิ้งย่าง ลูกค้าต้องมากินที่ร้าน
ซึ่งที่ผ่านมา ไม่ค่อยได้เน้นดิลิเวอรีเท่าไร เพราะด้วยความที่ขายดีมาตลอด
บวกกับแพลตฟอร์มดิลิเวอรีคิด GP เลยมองว่าไม่มีความจำเป็น
จนพอโควิด 19 มา เราเลยจัดเซตเมนูให้ตอบโจทย์กับบริการดิลิเวอรี
ส่วนชานมเสือพ่นไฟ​ Fire Tiger และ EBOMB ซึ่งเป็นเมนูแซนด์วิชไข่ ดิลิเวอรีได้สะดวกอยู่แล้ว
จนมาถึงโควิดระลอกใหม่ ค่อนข้างกระทบ โดยเฉพาะสาขาในเมือง อย่างสยาม, เซ็นทรัลเวิลด์
เพราะนอกจากจะเจอผลกระทบ จากสถานการณ์การเมือง พอมาเจอโควิดรอบนี้
ทำให้คนไม่อยากออกจากบ้าน ถ้าจะไปห้าง ก็จะเลือกไปสาขาแถวบ้าน หรือชานเมืองมากกว่า
นี่เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ปีนี้ เราเลือกขยายสาขา nice two Meat u และ Fire Tiger ไปตามห้างที่อยู่นอกเมืองมากกว่า พร้อมต่อยอดแบรนด์ที่มีอยู่เดิม
อย่างโรงเตี๊ยมเสือพ่นไฟ Fire Tiger Bar & Restaurant ที่เพิ่งเปิดตัวที่ไอคอนสยาม
เริ่มต้นมาจากที่คุณเกศและคุณแนท เห็นว่า Fire Tiger มีแบรนด์ดิ้งที่ค่อนข้างแข็งแรง
และมีฐานแฟนคลับ น่าจะนำไปทำอะไรได้อีกหลายอย่าง
หลังจากก่อนหน้านี้ ได้ต่อยอดแบรนด์ Fire Tiger ไปสู่โรงเตี๊ยมเสือพ่นไฟ ในรูปแบบคาเฟ่ขนมหวาน
ที่มีคอนเซปต์ คือ เมนูของหวานทุกตัวต้องเชื่อมโยงกับเมนูชานมเสือพ่นไฟ
ไม่ว่าจะเป็นการครีเอตเมนูบัวลอย ที่ท็อปด้วยครีมที่เบิร์นด้วยบราวน์ ชูการ์ เหมือนกับเมนูชานมเสือพ่นไฟ
หรือ เมนูพุดดิ้งชานมเสือพ่นไฟ ที่มีทั้งไข่มุกน้ำตาลดำ เยลลีน้ำตาลแดง น้ำตาลดำ เป็นต้น
แต่ครั้งนี้ เป็นการอัปเลเวลมาสู่ร้านอาหารกึ่งบาร์ โดยยังไม่ทิ้งคอนเซปต์เดิม
คือ นำส่วนผสมของเมนูเครื่องดื่มมาเพิ่มสีสันให้เมนูของคาว
อาทิ เมนูหมูกรอบซอสน้ำตาลดำเสือพ่นไฟ ไปจนถึงการนำชาไข่มุกมาทำเป็นค็อกเทล
เสริมทัพด้วย อีกหลากหลายเมนูน่าลอง ไม่ว่าจะเป็น หม้อไฟหมาล่า เฝอสไตล์เวียดนาม
ซึ่งคุณเกศ กระซิบว่า​ เป็นการลองตลาดไปในตัว เพราะมีไอเดียอยากเปิดร้านเวียดนามอยู่แล้ว
แต่คงยังไม่ใช่เร็วๆ นี้ เพราะ ปีนี้มีแผนเปิดอีก 3 แบรนด์ใหม่ ได้แก่
-แบรนด์ขนมปังเกาหลี
-DA Tang ร้านฮอตพอตหมาล่า
-ร้านหมูกระทะ
หลายคนอาจสงสัยว่า ในเวลาเช่นนี้ หลายธุรกิจเลือกที่จะกำเงินสด เพื่อรอดูทิศทางธุรกิจ
แต่ทำไมทั้งคู่เลือกจะปั้นแบรนด์ใหม่
ทั้งนี้ เพราะคุณแนท มองว่า ตลาดอาหารมีการแข่งขันสูงอยู่แล้ว พอโควิด 19 มา ยิ่งทำให้การแข่งขันทวีความรุนแรง
บวกกับธรรมชาติคนไทยเป็นคนที่ขี้เบื่อ ชอบหาร้านสวยๆ มาเช็กอิน นั่งชิล และถ่ายรูปอัปลงโซเชียลอยู่แล้ว
ยิ่งโควิด 19 ทำให้คนไปเที่ยวต่างประเทศไม่ได้ ทำให้คนไทยยิ่งโหยหาที่จะออกไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆนอกบ้าน
ดังนั้น ในฐานะคนทำธุรกิจ จึงต้องหาอะไรใหม่ๆ เพื่อทำให้แบรนด์น่าสนใจ และก้าวนำคนอื่นอยู่เสมอ
โดยต้องไม่ลืมว่า ร้านอาหารยุคนี้ นอกจากรสชาติของอาหารต้องดี บรรยากาศ การตกแต่งร้านก็สำคัญ มาแล้วต้องถ่ายรูปสวย
ขณะที่ คุณเกศ เสริมว่า เราอาจจะไม่ได้ไปทาง Cloud Kitchen
แต่ในส่วนของดิลิเวอรี เราก็ไม่ได้ทิ้ง เพียงแต่ไม่ใช่สิ่งที่เราโฟกัสมากที่สุด
เพราะ เราเน้นการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าที่ยังอยากมาที่ร้าน
เราเชื่อว่า ถ้าโควิด 19 หายไปเมื่อไร คนจะอยากออกจากบ้านมากินอาหารที่ร้าน
สิ่งที่เราทำปีนี้ คือ การเตรียมพร้อม เพื่อรองรับลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติในอนาคต​
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราบอกตัวเองเสมอว่า ต้องขยายธุรกิจด้วย “ความระมัดระวัง”
อย่างแบรนด์ขนมปังโชกุปัง ที่เราจะทำ เพราะเราเห็นช่องว่างในตลาด เราอยากทำแบรนด์ขนมที่คนกินได้ตลอดไม่มีเบื่อ
ส่วนร้านฮอตพอตกับหมูกระทะ เราตั้งใจปั้นแบรนด์เอง
โดยเอาอินไซต์จากความชอบของเรา ที่เป็นคนชอบกินฮอตพอตหมาล่า
แต่ที่ผ่านมา บางทีเจอรสชาติไม่โอเค กินแล้วลิ้นชาจนไปกินอาหารอย่างอื่นไม่รู้รสชาติ แต่สูตรที่เราพัฒนาจะไม่เป็นอย่างนั้น
ขณะที่หมูกระทะ เราตั้งใจสร้างมิติใหม่ของหมูกระทะ นอกจากร้านสวย ยังกินได้อย่างอุ่นใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องความสะอาด

ส่วนใครที่คิดว่า ขยายอาณาจักรธุรกิจได้ติดจรวดแบบนี้ ต้องใช้เม็ดเงินลงทุนมหาศาลแน่นอน
ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะทุกธุรกิจที่เห็น เริ่มต้นจากเงินทุนก้อนแรก จากตอนที่เปิดร้าน nice two Meat u สาขาแรกเมื่อ 4 ปีก่อนเท่านั้น
จะเห็นว่าปีแรก เรามีแค่ 4 สาขา แทบไม่ได้ขยายเลย เป็นช่วงเก็บเงิน
เพราะเราถือคติจะลงทุน 10 บาท ต้องมีเงิน 100 บาท เพราะฉะนั้นเราต้องขยันเก็บเงิน
เราไม่อยากกู้หนี้ยืมสิน พอตอนนี้มีจังหวะ ก็เลยขยาย
ซึ่งถ้ามองว่า ในวิกฤติย่อมมีโอกาส
โควิด 19 ทำให้เรามีเวลาเตรียมตัวและยังมีอำนาจในการต่อรอง เพื่อเลือกโลเคชันที่ถูกใจได้มากขึ้น​
ส่วนแผนการขยายไปต่างประเทศ​ ด้วยสถานการณ์ทำให้ต้องชะลอการเปิดตัว Fire Tiger ที่อังกฤษไปก่อน
แต่ที่เห็น Fire Tiger ไปเปิดที่อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และกัมพูชา นั้น เป็นการขายแฟรนไชส์
ตอนนี้มีประเทศละ 1 สาขา ยกเว้นที่กัมพูชามี 2 สาขา เพราะคนที่ซื้อไปเป็นดาราดังที่กัมพูชา
เขามาถ่ายละครที่เมืองไทย แล้วมีโอกาสได้ชิมชานมไข่มุกเสือพ่นไฟแล้วชอบมาก เลยมาขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิดเองซะเลย
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ สำหรับที่มาของชื่อบริษัท ที่สองผู้บริหารคนเก่งตั้งได้สะดุดหู
ไม่ว่าจะเป็น รวยไม่หยุด, รวยสบายสบาย, รวยปังปัง, รวยอู้ฟู่ และรวยแสนล้านตำลึงทอง
คุณเกศ บอกว่า เหตุผลที่ทุกบริษัท ล้วนขึ้นต้นด้วยคำว่า รวย
มาจากความเชื่อส่วนตัว ซึ่งถือคติว่า ตั้งชื่อไหนแล้วขอให้เฮงไว้ก่อนนั่นเอง..
ซึ่งจากเรื่องราวทั้งหมด ที่คุณเกศและคุณแนทเล่ามา คงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า
ความสำเร็จของธุรกิจในวันนี้ เกิดจากความมุ่งมั่น และใส่ใจในทุกรายละเอียด
ส่วนชื่อบริษัทนั้น อาจเป็นเพียงขวัญกำลังใจ แบบที่โบราณว่าไว้ว่า ชื่อดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง..
อ้างอิง :
สัมภาษณ์โดยตรงกับเจ้าของแบรนด์
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.