กรณีศึกษา แบรนด์ที่ขยันทำการตลาด เพื่อให้อยู่ในกระแสตลอดเวลา

กรณีศึกษา แบรนด์ที่ขยันทำการตลาด เพื่อให้อยู่ในกระแสตลอดเวลา

2 มี.ค. 2021
ตั้งแต่เล็กจนโต เรามักถูกปลูกฝังว่า ถ้าอยากไปถึงเป้าหมายหรือความสำเร็จที่ตั้งใจ ต้องขยันหมั่นเพียร
ดังนั้น​ ถ้าอยากสอบได้คะแนนดี ต้องตั้งใจเรียน และขยันอ่านหนังสือ
อยากเล่นกีฬาเก่งๆ ต้องขยันฝึกซ้อม
อยากเป็นพนักงาน ที่บริษัทไหนๆ ก็ต้องการตัว​ ต้องขยันพัฒนาตัวเอง เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา​
ในเมื่อ ความขยัน มีอานุภาพที่ทำให้คนเราไปยืนอยู่ในจุดที่หวังได้
นี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผล ที่ทำให้เรามักเห็นหลายแบรนด์ อาศัย “ความขยัน” เพื่อหวังครองใจลูกค้า
ไม่ว่าจะเป็นขยันพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หรือ ขยันทำแคมเปญการตลาดออกมาสร้างสีสัน
ไม่ใช่แค่ช่วงเทศกาล ที่ไม่ว่าแบรนด์ไหนๆ ก็ทำกัน
แต่ทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เรารู้สึกว่า แบรนด์นั้นอยู่ในกระแส หรือ ถูกพูดถึงตลอดเวลา
จนวันหนึ่งเข้าไปนั่งอยู่ในใจลูกค้าโดยไม่รู้ตัว
มาลองดูซิว่า มีแบรนด์ไหนกันบ้างที่ขยันทำการตลาด​ จนสามารถครองพื้นที่สื่อ และทำให้ลูกค้านึกถึงอยู่เสมอ

หนึ่งในนั้นคือ “Bar B Q Plaza” แบรนด์อาหารปิ้งย่าง สัญชาติไทย
ที่พูดถึงเมื่อไร หลายคนอดนึกถึงแมสคอตของแบรนด์ อย่าง เจ้ามังกรเขียว บาร์บีกอนไม่ได้
นับตั้งแต่โควิด 19 เป็นต้นมา Bar B Q Plaza ถือเป็นหนึ่งในเชนร้านอาหารที่แอกทีฟสุดๆ
ขยันออกทั้งแคมเปญปังๆ และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จนอัปเดตกันแทบไม่ทัน​
ไม่ว่าจะเป็นการ​ชวน “พี่ก้อน” (บาร์บีกอน) มาเป็นพ่อค้าไลฟ์สดขายของ บนเพจ Bar B Q Plaza ในรายการเฉพาะกิจ “อร่อยชัวร์ ครัวพี่ก้อน”
ซึ่งได้รับผลตอบรับถล่มทลาย ขายหมด 200 ออเดอร์ ภายใน 10 นาที ​
หรือ ตอนที่รัฐบาลคลายล็อกดาวน์ ให้กลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง เพียงแต่ยังต้องจัดที่นั่งแบบมีระยะห่าง
Bar B Q Plaza สร้างความแตกต่าง ด้วยการเกณฑ์เหล่าก้อนกล้าหาญ แมสคอตบาร์บีกอนในเวอร์ชันกระดาษ ​มานั่งกินปิ้งย่างเป็นเพื่อนลูกค้าที่มาที่ร้านซะเลย จะได้ไม่ต้องกลัวเหงา
ใครจะคิดว่ากิมมิกนี้ จะกลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ไม่พอ
ยังทำให้แบรนด์ทนกระแสเสียงเรียกร้องของลูกค้า ที่อยากมีก้อนกล้าหาญไว้ข้างกายไม่ไหว
ต้องนำก้อนกล้าหาญ มาขายผ่าน Live สด
นี่ยังไม่รวมอีกสารพัดผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่พาเหรดออกมาจนซื้อตามไม่ทัน
ไม่ว่าจะเป็น น้ำพริกเบคอน หน้ากาก และเจลแอลกอฮอล์ ซาลาเปา หมูทอด แม้แต่ชานมไข่มุก ก็ยังมี

เรียกว่า ช่วงโควิด 19 นึกไม่ออกว่าจะกินอะไร เปิดหน้าฟีดมาต้องเจอ Bar B Q Plaza
แถมเมื่อไม่นานมานี้ ยังสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการไปจับมือกับแสนสิริ ที่ตั้งใจมาจับตลาดแมส
เลยชวน Bar B Q Plaza มาร่วมทำแคมเปญการตลาดสนุกๆ
กลายเป็นว่าจากนี้ แทนที่จะเห็นบาร์บีกอนแค่เวลาไปเดินห้าง ขับรถอยู่บนท้องถนน ก็อาจจะได้เห็นบาร์บีกอนโผล่ออกมาทักทายตามบิลบอร์ดโครงการต่างๆ ของแสนสิริ ที่กระจายอยู่ทั่วเมือง

ล่าสุด Bar B Q Plaza ยังเป็นแบรนด์แรกๆ ที่เข้าไปเปิดบัญชีไปใน Clubhouse แพลตฟอร์มที่กำลังมาแรง
เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคได้โดยตรงไม่พอ ยังจัดแคมเปญ “ก้อนใจป๋าหน้าใหญ่” ให้คนใน Clubhouse ยกมือ (Raised hand) แล้วกินฟรีไปเลย
เรียกได้ว่านาทีนี้ ถ้าจะมีแบรนด์ไหนที่อยู่รอบตัวทั้งโลกออนไลน์และออฟไลน์ คงหนีไม่พ้น Bar B Q Plaza
และอีกหนึ่งแบรนด์ ที่น่าจับตามองไม่แพ้กัน คือ Supreme แบรนด์สตรีตแฟชั่นชื่อดัง ที่อยู่ในกระแสตลอด
ล่าสุด เพิ่งเป็นกระแสโด่งดังในบ้านเรา​ จากการเผยโฉมคอลเลกชันใหม่ Spring/Summer 2021
ซึ่งมีเสื้อเชิ้ตสกรีนลายภาพผ้ายันต์หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่กำลังนั่งยอง สูบบุหรี่
แม้จนถึงตอนนี้จะยังไม่ได้ข้อสรุปว่า ที่มาที่ไป มาอย่างไร แต่ที่แน่ๆ Supreme ก็ได้พื้นที่สื่อไปฟรีๆ
ที่สำคัญยังได้ขยายฐานแฟน จากที่มีแต่สายแฟชั่นที่รู้จัก ครั้งนี้แมสไปจนถึงสายมูก็ยังตาลุกวาว ด้วยความอยากได้
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่​ Supreme กลายเป็นกระแส แต่ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะไป Collaboration กับใคร
Supreme ก็มักสร้างเซอร์ไพรส์ให้ตลาดอยู่เสมอ
อย่างคอลเลกชันที่ไป Collaboration กับ Louis Vuitton ก็กวาดพื้นที่ข่าวไทยและต่างประเทศ แทบจะทุกสำนัก และยังเป็นกระแสไวรัล บนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว
เพราะถือเป็นการการร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ ระหว่างแบรนด์แฟชั่นไฮเอนด์ที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลก กับแบรนด์สตรีตแวร์ที่ฮิปที่สุด
ไม่ใช่แค่ในวงการแฟชั่น แต่ ​Supreme ยังขยันทำแคมเปญว้าวๆ
ด้วยการไปจับมือกับแบรนด์ขนมอย่าง Oreo ซึ่งมีภาพขนมรุ่นใหม่ เป็นตราสัญลักษณ์ Supreme
รวมทั้งนำคารักเตอร์ของตุ๊กตา Chucky จากภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง Child’s Play มาเปลี่ยนลุคให้กลายเป็นตุ๊กตาสุดชิก
ปิดท้ายด้วย Burger King ฟาสต์ฟูดแบรนด์ดังจากสหรัฐฯ ที่ขยันสร้างกิมมิกการตลาด ด้วยการหยิกแกมหยอกกับคู่กัดตลอดกาล อย่าง​ McDonald’s
ที่แสบที่สุดคงหนีไม่พ้นช่วงโควิด 19 ที่ถึงกับออกแคมเปญ ชวนลูกค้าให้ไปซื้อเบอร์เกอร์จาก McDonald’s
นอกจากนี้ยังสร้างสีสันให้แบรนด์ผ่าน​เเคมเปญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น “Christmas in July” หรือ เทศกาลคริสต์มาสในเดือนกรกฎาคม
เพื่อตอบโจทย์ Pain Point ของคนทั้งโลก ที่อยากให้ปี 2020 ผ่านไปเร็วๆ
ด้วยการตกเเต่งร้านเพื่อฉลองคริสต์มาสตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ในบางสาขาถึงขั้นมีพนักงานแต่งตัวเป็นซานต้าให้บริการลูกค้า
ขณะที่ช่องทางโซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันของแบรนด์ มีการเปลี่ยนมาใช้ธีมคริสต์มาส
ล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา​ Burger King ได้ประกาศรีแบรนด์ครั้งแรกในรอบ 20 ปี ตั้งแต่โลโกไปจนถึงเครื่องแบบพนักงาน
พร้อมปั้นแคมเปญรับวาเลนไทน์สุดปังอย่าง Black and Pink เบอร์เกอร์คู่จิ้น Seasonal Product ที่ขายเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์
ที่นอกจากสีสันของตัวแฮมเบอร์เกอร์ที่เป็นสีดำ และสีชมพู จะชวนให้ชิมแล้ว
ด้วยชื่อเมนูที่เล่นคำได้อย่างน่าสนใจ ชวนให้นึกถึงวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง อย่าง Blackpink
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแบรนด์ ที่อาศัยความขยันเป็นหนึ่งในหมัดเด็ด ของการสร้างแบรนด์
แม้จะไม่ได้เป็นหลักประกันว่า ความขยันนี้จะออกดอก ออกผลเป็นยอดขาย หรือสร้างผลกำไรให้แบรนด์ได้เท่าไร
เพราะทุกครั้งที่ปั้นแคมเปญใหม่ๆ ก็หมายถึงเม็ดเงินที่ต้องทุ่มลงไปด้วยเช่นกัน ​​
แต่ที่แน่ๆ ถ้านึกถึงภาษิตที่ว่า น้ำหยดลงหินทุกวัน หินย่อมกร่อน
แล้วถ้าเจอแบรนด์ขยันหยอดบ่อยๆ แบบนี้
ก็ไม่แปลก ที่ผู้บริโภคอาจจะใจอ่อน เผลอใจ ยอมเปย์ให้กับแบรนด์นั้น โดยไม่รู้ตัว..
© 2021 Marketthink. All rights reserved.