ทำไม Gen Z ถึงสำคัญต่อแบรนด์ ในเรื่องการตลาด ในมุมมองของ วีซ่า

ทำไม Gen Z ถึงสำคัญต่อแบรนด์ ในเรื่องการตลาด ในมุมมองของ วีซ่า

17 มี.ค. 2021
Generation Z หรือ Gen Z คือกลุ่มคนที่มีอายุราว 12 - 25 ปี (เกิดช่วง พ.ศ. 2539 - 2552)
คิดเป็นจำนวนเกือบ 1 ใน 3 ของประชากรโลก
และสำหรับในประเทศไทย คิดเป็นประมาณ 30% ของประชากรในประเทศ
ถึงแม้จำนวนประชากรและกำลังซื้อ ยังเป็นรองกลุ่มคน Baby Boomers และ Gen Y รวมกัน
ซึ่งเป็นสองกลุ่มที่แบรนด์และนักการตลาดส่วนใหญ่ กำลังให้ความสำคัญอยู่ในตอนนี้
อย่างไรก็ตาม คุณ Glenn Maguire หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ วีซ่าผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก
กลับมีมุมมองที่ว่า Gen Z คือ กลุ่มคนที่แบรนด์และนักการตลาด ควรศึกษาและทำความเข้าใจมากที่สุดในเวลานี้ต่างหาก
ทำไมคุณ Glenn ถึงมองเช่นนั้น ?
โดยปกติแล้ว นักเศรษฐศาสตร์และนักการตลาด จะแบ่งแยกกลุ่มประชากรออกมาเป็น Generation
เพราะแต่ละ Generation จะมีพฤติกรรม ทัศนคติ และคาแรคเตอร์เฉพาะตัวแตกต่างกันออกไป ตามช่วงเวลาและสภาพแวดล้อมที่เกิด รวมถึงเติบโตมา
การแยกกลุ่มประชากรออกมาเป็น Generation จะทำให้สามารถนำลักษณะเฉพาะตัวของกลุ่มนั้น ๆ
ไปวิเคราะห์ ทำความเข้าใจ และต่อยอดสิ่งต่าง ๆ ได้ เช่น การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ การออกแคมเปญการตลาด ที่ตรงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
สำหรับ Gen Z นับเป็นประชากรกลุ่มแรก ที่ตั้งแต่ลืมตาดูโลกขึ้นมา ก็ได้สัมผัสโลกของดิจิทัลทันที และชีวิตไม่เคยขาดจากอินเทอร์เน็ต
ต่างจาก Gen อื่น ๆ เช่น Baby Boomers และ Gen Y ที่เติบโตมาในยุคเปลี่ยนผ่านจาก แอนะล็อก ไปสู่ดิจิทัล
โดย Gen Z เกิดมาท่ามกลางยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
และพวกเขาเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เกือบตลอดเวลา ผ่านสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ ที่พกติดตัว
โดยใช้เวลาประมาณ 60% ของพวกเขาไปกับโลกออนไลน์
เรียกได้ว่า ชีวิตและเทคโนโลยี หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
ดังนั้น Gen Z จึงมีพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ แตกต่างกับประชากรกลุ่มอื่น
เพราะโลกทั้งใบ เสมือนอยู่เพียงปลายนิ้วของพวกเขา
พวกเขาอาจจะเลือกเปิดดูแพลตฟอร์มสตรีมมิง แทนที่ จะเดินเข้าโรงภาพยนตร์
เข้าแอปช้อปปิ้ง แทนที่จะเข้าศูนย์การค้า
หาข้อมูลและเปรียบเทียบสินค้า ในอินเทอร์เน็ต แทนที่จะไปหาข้อมูลสินค้าตามร้านค้า
รวมถึงยังมี ทัศนคติและค่านิยม ที่แตกต่างออกไปจากคนรุ่นก่อน ๆ อีกด้วย
ไม่ว่าจะเป็นการเปิดกว้างในเรื่องของ ความคิดและวัฒนธรรมที่แตกต่าง
การให้ความสำคัญกับเรื่องของ ความเท่าเทียมและความหลากหลาย
แม้ Gen Z จะมีประชากรไม่มากเท่า Baby Boomers และ Gen Y รวมกัน และมีกำลังซื้อที่น้อยกว่า
แต่ก็เป็นประชากรกลุ่มที่มีกำลังซื้อและความมั่งคั่ง เติบโตอย่างรวดเร็ว
รวมถึงมีพลังอย่างมาก ทั้งการแสดงออกซึ่งสิทธิและเสียงในสังคม ในยุคปัจจุบันและในอนาคต
โดย วีซ่า คาดการณ์ว่า ในสหรัฐฯ ชาว Gen Z จะมียอดการใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการสูงกว่าชาว Baby Boomers ภายในปี พ.ศ. 2568
ที่สำคัญในปี พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา สถานการณ์โควิด 19 ยังได้เป็นตัวเร่ง ทำให้ชาว Gen อื่น ๆ
ต้องปรับตัวเข้าหาโลกดิจิทัลกันมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
แสดงให้เห็นจาก ยอดการใช้จ่ายซื้อสินค้าออนไลน์ ใช้แอปสั่งอาหาร และใช้โซเชียลมีเดีย ที่พุ่งสูงขึ้น
ซึ่งในปีที่ผ่านมา เพียงปีเดียว มีจำนวนผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย เพิ่มขึ้นถึง 500 ล้านบัญชี..
สิ่งที่น่าคิดคือ หากประชากรกลุ่มต่าง ๆ ทั่วโลก ถูกเร่งให้เข้าสู่โลกดิจิทัล ในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี
โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ไม่คุ้นชิน หรือ ไม่เคยสัมผัสกับโลกดิจิทัล
พฤติกรรมและความชื่นชอบ ของชาว Gen ต่าง ๆ
ก็อาจจะเปลี่ยนไป จนแทบจะคล้ายกับชาว Gen Z ในที่สุดนั่นเอง
ดังนั้น Gen Z จึงเป็นกลุ่มที่ แบรนด์และนักการตลาด ควรให้ความสำคัญ ศึกษา และทำความเข้าใจพฤติกรรมมากที่สุด
เพราะนอกจากจะเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงและสร้างยอดขาย กับลูกค้ากลุ่ม Gen Z ที่เป็นอนาคตของแบรนด์
ด้วยการนำเสนอสินค้า บริการ และแคมเปญการตลาด ที่โดนใจและตอบโจทย์แล้ว
ยังได้รับอานิสงส์ทางอ้อม จากการทำตลาดกับกลุ่มคนรุ่นอื่น ๆ เช่น Baby Boomers และ Gen Y ที่เริ่มมีพฤติกรรมต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป สู่การพึ่งพาโลกออนไลน์มากขึ้น ไม่ต่างจาก Gen Z
ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ ก็มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนไปอย่างถาวร
ทั้งนี้ แบรนด์และนักการตลาด ต้องนำข้อมูลต่าง ๆ มาวิเคราะห์พฤติกรรมและความชื่นชอบ ของชาว Gen Z
อาทิ ข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย ซึ่งนับเป็นตัวตนที่มีความสำคัญไม่แพ้โลกแห่งความเป็นจริง
หรือ เกมออนไลน์ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งในสังคมของชาว Gen Z ที่สามารถติดต่อสื่อสารกับคนในทีมได้ เสมือนเป็นสังคมหนึ่ง ๆ
เพื่อนำมาต่อยอดการทำการตลาด และสื่อสารเรื่องราวของแบรนด์ ที่เหมาะสมกับคนกลุ่มนี้
เช่น สื่อสารโฆษณาการตลาดของแบรนด์ ด้วยข้อความสั้น ๆ เข้าใจง่ายบนโซเชียลมีเดีย
การสร้างภาพลักษณ์ในเรื่องของการเป็นแบรนด์ ที่ส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและความเท่าเทียม
หรือ นำเสนอสิ่งที่สอดคล้องกับสิ่งที่คนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญและให้คุณค่า
เพื่อให้กลายเป็นแบรนด์ที่ชาว Gen Z ยอมรับ ชื่นชอบ และพร้อมสนับสนุน
จนสุดท้ายกลายมาเป็นลูกค้า ที่ต้องการซื้อสินค้าและบริการจากแบรนด์
รวมถึง ช่วยเป็นพลังในการสื่อสารการตลาดที่มีอิทธิพล ในการโน้มน้าวผู้บริโภคคนอื่น ๆ ให้มาร่วมสนับสนุนแบรนด์ และสร้างตัวตนของแบรนด์บนโลกดิจิทัล อีกด้วย
นอกจากนี้ Gen Z เป็นกลุ่มคนที่มีอายุไม่มาก จึงยังไม่ยึดติดกับแบรนด์ใด แบรนด์หนึ่งอย่างชัดเจน
ดังนั้น จึงเป็นโอกาสทางการตลาดมหาศาล ที่แบรนด์ควรจะทุ่มเท ทำความเข้าใจและเสนอสิ่งที่ตอบโจทย์ชาว Gen Z
เพื่อให้แบรนด์ ได้เข้าไปนั่งในใจ ของคนกลุ่มนี้ให้ได้ในที่สุด..
ดูวิดีโอที่คุณ Glenn พูดเรื่อง Gen Z ได้ที่ https://vimeo.com/524198377
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.