OREO คุกกี้ ที่อายุเกิน 100 ปี

OREO คุกกี้ ที่อายุเกิน 100 ปี

29 มิ.ย. 2021
OREO (โอรีโอ) ถือเป็นคุกกี้ ที่ขายดีสุดในโลก
ปัจจุบันมีจำหน่ายในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
โดยแต่ละปีจะมีการผลิต OREO กว่า 40,000 ล้านชิ้น
และ OREO สามารถทำยอดขายได้ 96,600 ล้านบาท ในปี ค.ศ. 2019
แล้วคุกกี้สีดำสอดไส้ครีม ที่พ่วงมาด้วยสโลแกน “บิด-ชิมครีม-จุ่มนม” ที่ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็จำฝังใจ
มีความเป็นมาอย่างไร และใครเป็นเจ้าของคุกกี้แบรนด์นี้ ?
เรื่องของเรื่อง ต้องตามรอยไปถึงปี ค.ศ. 1898
ซึ่งมีบริษัทด้านขนมและเบเกอรีหลายแห่ง ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัทใหม่ที่ชื่อว่า National Biscuit Company หรือ Nabisco ขึ้นมาในนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
ซึ่งบริษัทแห่งนี้ได้ผลิตขนมแครกเกอร์รูปสัตว์ “Barnum's Animals Crackers” เป็นสินค้าแรก และวางจำหน่ายในปี ค.ศ. 1902
พอเวลาล่วงเลยไปหลายปี ก็มีบริษัทหนึ่งนามว่า Sunshine Biscuits Company
ได้ผลิตคุกกี้สีดำแบบมีสองชิ้นประกบครีมตรงกลาง เรียกว่า “Hydrox” วางขายตอนปี ค.ศ. 1908
ซึ่ง Nabisco เห็นว่าเป็นสินค้าที่น่าสนใจ จึงนำคุกกี้นั้นมาเป็นแรงบันดาลใจ และต่อยอดสร้างเป็นคุกกี้ OREO นั่นเอง โดยเปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1912 หรือเมื่อ 109 ปีก่อน
และได้รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในปีต่อมา
ในช่วงแรก ๆ OREO จะถูกขายให้กับร้านขายของชำต่าง ๆ
โดยมีแพ็กเกจจิงเป็นกล่องขนาดใหญ่ รูปร่างคล้ายถังใส่ขนมปี๊บ และมีฉลากหน้ากล่องเป็นสีทอง
ซึ่งร้านขายของชำ ก็อาจนำ OREO ไปขายต่อกับผู้บริโภค ในรูปแบบการชั่งกิโล แล้วใส่ถุง
จริง ๆ แล้วตอนแรก OREO มีชื่อแบรนด์เต็ม ๆ ว่า “Oreo Biscuit”
แต่ก็ถูกเปลี่ยนชื่ออยู่หลายครั้ง โดยในครั้งแรก ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “Oreo Sandwich” ในปี ค.ศ. 1921
ครั้งต่อมาถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “Oreo Crème Sandwich” ในปี ค.ศ. 1948
และมาจบตรงที่ชื่อสุดท้าย นั่นคือ “Oreo Chocolate Sandwich Cookies” ในปี ค.ศ. 1974
ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนชื่ออยู่หลายหน แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงจดจำคุกกี้แบรนด์นี้ได้ ในชื่อเดียวกันว่า “OREO”
ส่วนที่มาของชื่อ OREO ยังไม่เป็นที่แน่ชัดนัก
แต่ได้มีการตั้งข้อสันนิษฐานอยู่หลายแนวคิดด้วยกัน เช่น
- OREO มาจากคำว่า ทอง ในภาษาฝรั่งเศส ซึ่งแพ็จเกจจิงแรกของ OREO ก็มีสีทอง
- OREO มาจากการผสมคำ ระหว่างคำว่า “RE” จาก CREAM (หมายถึงครีมที่อยู่ตรงกลาง)
แล้วประกบด้วย O (ที่สื่อถึงคุกกี้) ทั้งด้านบนและด้านล่าง จึงกลายเป็นที่มาของ O-RE-O
ด้วยกระแสตอบรับที่ค่อนข้างดีของ OREO แม้จะเปิดตัวได้ไม่นาน
ทำให้แบรนด์ ตัดสินใจต่อยอดสินค้า โดยออกรสชาติใหม่ ๆ
ซึ่งประเดิมด้วยรสครีมเลมอนที่มีครีมสีเหลือง ต่างจากเดิมที่รสออริจินัลจะเป็นครีมขาว
แต่โชคร้าย รสครีมเลมอน ไม่ได้รับความนิยมอย่างที่หวังไว้ จึงถูกยกเลิกการผลิตไปในเวลาไม่นาน
อย่างไรก็ดี แม้การออกรสที่ 2 จะล้มเหลว แต่ OREO ก็ไม่คิดล้มเลิก
และได้ออกรสชาติใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า
ไม่ว่าจะเป็นรสพิเศษ ที่ออกตามทีมวันเทศกาลสำคัญ ๆ หรือรสที่เลียนแบบขนมต่าง ๆ
เช่น รสครีมสตรอว์เบอร์รี, รสครีมเค้กวันเกิด, รสครีมไอศกรีม, รสครีมฮาโลวีน
หรือรสเฉพาะท้องถิ่น ที่จำหน่ายในแต่ละประเทศ
เช่น รสครีมไอศกรีมชาเขียว ในประเทศญี่ปุ่น, รสครีมคาราเมลนมหวาน ในประเทศอาร์เจนตินา
และอีกปรากฏการณ์ทางการตลาดที่สำคัญของ OREO
คือการเปิดตัวโฆษณาในตำนานอย่าง “บิด-ชิมครีม-จุ่มนม” (Twist-Lick-Dunk) ในปี ค.ศ. 1923
ที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนรู้จัก และจดจำ OREO มาได้เกือบร้อยปี..
โดยในช่วงแรก ๆ ที่ปล่อยโฆษณานี้ ก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก
ซึ่งทางบริษัท Nabisco ได้ประเมินว่า มากกว่า 50% ของลูกค้า OREO จะทำการบิด, ชิมครีม และจุ่มนม ตามโฆษณา..
ปัจจุบัน Nabisco เจ้าของแบรนด์ OREO
เป็นบริษัทลูกของ Mondelez International
หรือสรุปแล้ว เจ้าของแบรนด์ OREO ก็คือ Mondelez International
โดย Mondelez International เป็นบริษัทขนมและลูกอมยักษ์ใหญ่ จากสหรัฐอเมริกา
นอกจาก OREO แล้ว ยังเป็นเจ้าของแบรนด์ชื่อดังมากมาย เช่น Ritz, Toblerone, Cadbury, Clorets, Halls และ Dentyne
ส่วนในประเทศไทย OREO เข้ามาบุกตลาดเมื่อปี ค.ศ. 1997
ซึ่ง Mondelez International ได้นำแบรนด์ต่าง ๆ ของตัวเอง รวมทั้ง OREO เข้ามาทำตลาด
ผ่านบริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด
โดยตลาดขนมประเภทบิสกิตในประเทศไทย มีมูลค่าประมาณ 13,000 ล้านบาท
และ OREO ครองส่วนแบ่งตลาดได้ 5.2% สูงเป็นอันดับที่ 4 ของตลาด
ที่น่าสนใจคือ ในสายตาของผู้บริโภค และเจ้าของธุรกิจต่าง ๆ
OREO ไม่ใช่แค่คุกกี้ธรรมดา แต่ยังสามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบ ในการสร้างสรรค์เมนูขนมหรือเครื่องดื่มอีกด้วย เช่น โอรีโอปั่นนมสด, ไอศกรีมโอรีโอ หรือเค้กโอรีโอ
ซึ่งเรื่องนี้ นอกจากจะช่วยผลักดันยอดขายของ OREO ในการมีลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ทั้งครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมอาหารแล้ว
ยังทำให้แบรนด์มีความใกล้ชิดกับผู้คนมากขึ้นอีกด้วย เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็อาจจะเห็นเมนูที่มีชื่อ OREO (โอรีโอ) ต่อท้ายนั่นเอง..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
เริ่มแรก บริษัท Nabisco ได้ตั้งสำนักงานและโรงงาน อยู่บนถนน Ninth Avenue ระหว่างถนนสายที่ 15 และ 16 ในนิวยอร์กซิตี
แม้ในเวลาต่อมา บริษัทได้ย้ายสำนักงานและโรงงานไปที่อื่นแล้ว
แต่เพื่อระลึกถึงตำนานและจุดเริ่มต้นของคุกกี้ OREO
ในปี 2002 จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อถนนเส้นนั้น เป็นชื่อ “Oreo Way”
อ้างอิง :
-https://en.wikipedia.org/wiki/Oreo
-https://www.oreo.com/about-us
-https://www.thoughtco.com/history-of-the-oreo-cookie-1779206
-https://www.thrillist.com/news/nation/history-of-oreos-facts
-https://www.insider.com/interesting-facts-about-oreo-2018-7
-https://indifoodbev.com/industry-news/oreo-the-worlds-favorite-cookie-hits-us-3-1-billion-in-sales-in-2019/
© 2021 Marketthink. All rights reserved.