ปรับเปลี่ยนธุรกิจ SMEs สู่ดิจิทัล ด้วยกรอบแนวคิด “ASSESS”

ปรับเปลี่ยนธุรกิจ SMEs สู่ดิจิทัล ด้วยกรอบแนวคิด “ASSESS”

7 ก.ค. 2021
การแพร่ระบาดของโควิด ส่งผลให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จำเป็นต้องเร่งการปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัล ภายในเวลาอันรวดเร็ว
ที่สำคัญ SMEs ที่ปรับธุรกิจสู่ดิจิทัลแล้ว จะกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ภายหลังวิกฤติการณ์ครั้งนี้
ผลสำรวจ “ASEAN SME Transformation Study 2020” โดยธนาคารยูโอบี ร่วมกับแอคเซนเจอร์ และดันแอนด์แบรดสตรีท
ชี้ กว่า 2 ใน 3 ของธุรกิจ SMEs (64%) ในภูมิภาคอาเซียน ได้ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีเป็นอันดับแรก เพื่อช่วยในการดำเนินธุรกิจช่วงสถานการณ์โควิด
ทั้ง SMEs ในประเทศไทยจำนวนถึง 3 ใน 4 (71%) ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านเทคโนโลยี เป็นลำดับแรก
และเป็นที่น่าสังเกตว่า แม้จะมีความท้าทายจากรายได้ที่ลดลง แต่ SMEs ในอาเซียน ยังคงวางแผนที่จะเพิ่มการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี
แสดงให้เห็นว่า SMEs ในกลุ่มอาเซียน ต่างมองข้ามความท้าทายในปัจจุบัน และเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
นอกเหนือจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีแล้ว SMEs ต้องแน่ใจว่า ฟังก์ชันทางธุรกิจทั้งหมดพร้อมแล้วสำหรับกระบวนการปรับสู่ดิจิทัล แม้ว่าจะสามารถนำระบบอัตโนมัติต่าง ๆ เข้ามาแทนกระบวนการทำงานที่ต้องทำด้วยตัวเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
สิ่งสำคัญคือ เจ้าของธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง จะต้องปรับใช้แนวคิดที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีและโซลูชันด้านดิจิทัลต่าง ๆ มาใช้ได้อย่างรวดเร็ว
ตามรายงานของ Digital Transformation: Reshaping The Way We Work โดยธนาคารยูโอบี ร่วมกับ Digital Reality บริษัทให้คำปรึกษาและบริหารจัดการธุรกิจดิจิทัล
ได้แนะนำ SMEs ในการเริ่มต้นเส้นทางธุรกิจดิจิทัล ด้วยกรอบแนวคิด “ASSESS” ซึ่งประกอบด้วย
1) Ascertain the problem(s) : ตรวจสอบปัญหา
อันดับแรก SMEs จะต้องระบุปัญหา/ความท้าทายที่สำคัญ ที่องค์กรกำลังเผชิญอยู่
และวิเคราะห์ว่ามีขั้นตอนหรือกระบวนการไหนบ้าง ที่พนักงานใช้เวลามากเกินไปในดำเนินการ
2) Set goals : กำหนดเป้าหมาย
จากนั้น SMEs จะต้องกำหนดเป้าหมายและระบุส่วนงาน / กระบวนการที่ต้องการปรับปรุง เพื่อปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ดิจิทัล เพื่อช่วยให้ SMEs ยังคงขีดความสามารถด้านการแข่งขันในตลาดได้อย่างเหมาะสม
3) Select partners : ค้นหาพันธมิตรทางธุรกิจ
หลังจากที่กำหนดเป้าหมายแล้ว SMEs จะต้องเลือกพันธมิตรเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัล ซึ่งมาจากหลากหลายกลุ่ม ขึ้นอยู่กับขอบเขตการปรับองค์กรสู่ดิจิทัล
ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรที่เป็นบริษัทผู้จัดหาเทคโนโลยีหรือดิจิทัลโซลูชันโดยตรง
นอกจากนี้ การเป็นพันธมิตรกับ อาทิ ธนาคาร อาจช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงไปถึงการขอรับสิทธิประโยชน์ / เงินช่วยเหลือจากภาครัฐ เพราะการเลือกพันธมิตรที่ได้รับการยอมรับจากภาครัฐ จะยิ่งเป็นโอกาสที่ดีในการได้รับการสนับสนุนแบบไม่มีค่าใช้จ่าย
4) Empower employees : เสริมสร้างขีดความสามารถให้กับพนักงาน
เมื่อ SMEs จะปรับตัว ฟันเฟืองขับเคลื่อนองค์กรชิ้นสำคัญอย่างพนักงาน จึงต้องมีความพร้อมในการก้าวสู่ดิจิทัลด้วยเช่นกัน
SMEs จึงต้องจัดฝึกอบรม ให้ความรู้ให้แก่พนักงาน ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างทักษะ
เพื่อเตรียมพร้อมและให้เห็นประโยชน์ของการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัล ที่จะช่วยให้ชีวิตการทำงานของพวกเขาดีขึ้น
5) Streamline processes : เพิ่มความคล่องตัวให้กับกระบวนการทำงาน
เนื่องจากการปรับเปลี่ยน SMEs สู่ดิจิทัล อาจสร้างแรงกดดันให้กับพนักงานที่ไม่คุ้นเคยกับความเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ ๆ
ดังนั้น จึงควรรวมพนักงาน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการนำโซลูชัน หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาทดลองใช้
เพื่อชี้ให้เห็นว่าเครื่องมือดิจิทัลต่าง ๆ ที่องค์กรนำเข้ามาใช้ จะช่วยแก้ปัญหาที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่อย่างไร
นอกจากจะทำให้พนักงานรู้สึกว่าพวกเขา อยู่ในกระบวนการเปลี่ยนแปลง ก็จะเห็นถึงประโยชน์และยอมรับได้ง่ายขึ้น
6) Support forward-thinking ideas : สนับสนุนไอเดียที่ก้าวล้ำ
SMEs จำเป็นที่จะต้องเปิดกว้างยอมรับนวัตกรรมและไอเดียใหม่ ๆ
สภาพแวดล้อมที่เกื้อหนุนการคิดค้นและเสนอแนะสิ่งใหม่ ๆ จะช่วยให้ SMEs ประสบความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัล
ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาด ส่งผลกระทบในระยะยาว
แรงขับเคลื่อนสำหรับการเปลี่ยนสู่ธุรกิจดิจิทัล จะค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้น สืบเนื่องจากรูปแบบการใช้ชีวิต การทำงาน ความบันเทิงที่เปลี่ยนไป
ความเปลี่ยนแปลงที่เราพบเห็นในวันนี้ เทียบกันไม่ได้เลยกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่รออยู่เบื้องหน้า
ธุรกิจ SMEs จะต้องเริ่มต้นเปลี่ยนสู่ดิจิทัล นับตั้งแต่วันนี้ เพื่อก้าวให้ทันกับกระแสความเปลี่ยนแปลง ควบคู่ไปกับการรักษาธุรกิจให้อยู่รอด และเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการแข่งขัน
*ผู้เขียนบทความ : สิรินันท์ จิรดิลก ผู้อำนวยการอาวุโส Digital Engagement & FinTech Innovation ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย
© 2021 Marketthink. All rights reserved.