กรณีศึกษา LINE MAN MART กำลังสร้างโมเดลร้านค้ารายย่อยกระตุ้นเทรนด์ Quick Commerce

กรณีศึกษา LINE MAN MART กำลังสร้างโมเดลร้านค้ารายย่อยกระตุ้นเทรนด์ Quick Commerce

22 ธ.ค. 2021
หลายคนอาจรู้จักธุรกิจ Food Delivery ที่กำลังโตระเบิดในบ้านเรา
แต่เชื่อหรือไม่ว่า อีกหนึ่งธุรกิจบริการที่กำลังเติบโตตามมาติด ๆ ก็คือ MART
หรือที่เรียกว่า Quick Commerce บริการที่ให้คนไปซื้อสินค้าจากซูเปอร์มาร์เก็ต
ร้านสะดวกซื้อ จนถึงร้านค้ารายย่อย และในตลาดสด
เหตุผลการเติบโตของทั้ง 2 บริการนี้เหมือนกันก็คือ “ผู้บริโภคยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อความสะดวก”
อย่างธุรกิจ Food Delivery ลูกค้าก็แค่เลือกร้านอาหารและเมนูอร่อยกดสั่งผ่าน App
จากนั้นก็รอไรเดอร์มาส่งอาหารถึงหน้าบ้าน
ซึ่งรูปแบบก็ไม่ต่างจากบริการ MART ที่ให้ไรเดอร์ไปซื้อสินค้าที่ต้องการมาส่งถึงบ้าน
อีกทั้ง จุดขาย ที่ชนะใจลูกค้าก็คือการสั่งซื้อแต่ละครั้ง ก็จะได้สินค้ารวดเร็วเฉลี่ย 30 นาที
ซึ่งไม่ต้องรอนานเหมือนซื้อสินค้าทางออนไลน์หรือ E-Commerce ที่ต้องรอนาน 2-3 วัน
ทีนี้ยิ่งบริการ MART เติบโตมากขึ้นเท่าไร
ก็ยิ่งเป็นเสมือนสารกระตุ้นให้ทุกแบรนด์พยายามหาความ “ต่าง”
ที่จะทำให้ตัวเองโดดเด่นเหนือกว่าคู่แข่งในสายตาผู้บริโภค
และ LINE MAN MART เองก็ค้นหาช่องว่างตลาดที่จะใช้สร้างความ “ต่าง” ได้เจอ
เพราะนอกจากจะมีบริการรับซื้อสินค้าทั้ง ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าในตลาดสด
จนถึงร้านค้าเล็ก ๆ รายย่อยต่าง ๆ ที่เหมือนกับคู่แข่งรายอื่น ๆ แล้วนั้น
ในขณะที่คู่แข่งในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน
กลับมีจำนวนร้านค้ารายย่อยต่าง ๆ ในสัดส่วนที่น้อยอยู่มาก
ก็เลยเกิดคำถาม ทำไมเราไม่เน้นตลาดกลุ่มนี้ ให้กลายเป็นจุดแข็ง
พอรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร
ทำให้ LINE MAN MART วางแผนจริงจังเตรียมขยายบริการร้านค้ารายย่อยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เพื่อให้ในอนาคตอันใกล้บริการ Quick Commerce ของตัวเองจะทรงพลัง
ด้วยจำนวนร้านค้ารายย่อยมากมายที่มาเป็นพันธมิตร
และด้วยวิธีคิดนี้ ก็จะทำให้ร้านค้ารายย่อยมีรายได้เติบโตกว่าในอดีต
อย่างที่รู้กันดี ร้านค้าเหล่านี้เป็นธุรกิจเล็ก ๆ ที่มาพร้อมข้อจำกัดมากมาย
เหตุผลก็เพราะมีเงินทุนจำกัดในการทำธุรกิจ
ทำให้การ ขยายสาขา เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเป็นเรื่องยากมาก
อีกทั้งร้านค้าส่วนใหญ่ก็ยังพึ่งพาช่องทางหน้าร้านในการสร้างยอดขาย 100%
แต่หากสมัครเป็นร้านค้าใน LINE MAN MART ก็จะมีช่องทางการขายเพิ่มขึ้น
แน่นอนว่า รายได้ก็ย่อมมากขึ้นกว่าเดิม
และมีโอกาสที่จะขยายธุรกิจ จนถึงจ้างพนักงานเพิ่มขึ้น
อีกทั้งการขายสินค้า ยังเปิดกว้างไม่ได้จำกัด เช่น ของสด, ของแห้ง, ของชำ
และของใช้ในชีวิตประจำวันต่าง ๆ ยกเว้นอาหารปรุงสุก
ที่ต้องไปขายใน LINE MAN ที่เป็น Food Delivery
และหากเจาะลึก Insight วิธีการขายสินค้าผ่านทาง LINE MAN MART
ก็ชวนดึงดูดใจเพราะหากเราเทียบกับวิธีการขายใน E-Commerce หรือไหน Social media
ร้านค้าไม่ต้องเสียเวลาวุ่นวายไปกับการตอบแช็ต, แพ็กสินค้า
และต้องเรียกใช้บริการขนส่งเหมือนอย่างขายใน E-Commerce
เพราะบริการนี้ เมื่อลูกค้าสั่งซื้อผ่าน App ร้านค้าก็แค่เตรียมสินค้า
แล้วรอให้ไรเดอร์ไปรับสินค้าถึงหน้าร้าน
พูดง่าย ๆ ก็คือบริการ LINE MAN MART ได้ตัดวงจรยุ่งยากเหล่านี้ให้หายไปหมด
เพราะแค่ร้านค้าอยู่ในระบบก็สามารถปิดการขายรับเงินทันที
อย่างไรก็ตาม โจทย์อันท้าทายของการดึงร้านค้าเล็ก ๆ รายย่อยให้เข้าร่วม
ก็คือ คนกลุ่มนี้แม้จะมี สมาร์ตโฟน กันเกือบทุกคน
แต่ก็ยังไม่เชี่ยวชาญในการใช้งานมากนัก
ซึ่งก็เป็น Insight ที่ทาง LINE MAN รับรู้เป็นอย่างดี
ก็เลยทำทั้งวิธีการสมัครและการใช้งานจะอยู่บนพื้นฐานของคำว่า “ง่าย”
โดยร้านค้าที่สนใจเปิดร้านจะใช้เวลาแค่ 5 นาทีในการสมัครเข้าสู่ระบบ
โดยสมัครผ่าน Wongnai Merchant App โหลดฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
หลังจากสมัครเสร็จแล้วก็จะมีฟังก์ชันให้เจ้าของร้านค้าจัดการสินค้าที่ตัวเองมีขายใน App
ซึ่งระบบก็จะเซตคำสั่งที่เข้าใจง่าย ๆ ที่จะใช้เวลาจัดการแค่ 30 นาที เราก็จะมีหน้าร้านอยู่บนแอปพลิเคชันเรียบร้อย
ที่น่าสนใจก็คือ LINE MAN MART เป็นเพียงเจ้าเดียวในตลาด ณ เวลานี้
ที่ให้ร้านค้าต่าง ๆ ที่เข้าร่วมสามารถเลือกได้ว่าจะเสียค่า GP หรือเงินส่วนแบ่งจากยอดขาย
หรือจะไม่เสียค่าใช้จ่ายตรงนี้ ที่เรียกว่า Non-GP
โดยสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ก็จะมีความแตกต่างกันออกไป
ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับแนวคิดการขายสินค้าของร้านค้าต่าง ๆ
ว่าจะใช้รูปแบบไหนที่เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเอง
ทีนี้หากเราสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าความคิดในการทำธุรกิจของ LINE MAN
นั้นแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดอย่างสิ้นเชิง
จริงอยู่ว่า LINE MAN เองก็จะมีร้านค้าหรือร้านอาหารเหมือน ๆ กับเพื่อนร่วมธุรกิจ
แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือ LINE MAN ให้ความสำคัญกับกลุ่มร้านค้าขนาดเล็ก ๆ มากเป็นพิเศษ
หลายคนคงได้ยินข่าวดังในวงการ Food Delivery ที่ LINE MAN บริการส่งอาหาร
ครบ 77 จังหวัดทั่วไทย ครอบคลุมกว่า 222 อำเภอ จำนวน 500,000 กว่าร้าน
ซึ่งจะทำให้ร้านอาหารเล็ก ๆ ที่อยู่ในทำเลอำเภอรอง ๆ จะมียอดขายเพิ่มขึ้นกว่าเดิม
และวิธีคิดนี้ก็ไม่ต่างจาก LINE MAN MART ที่มีเป้าหมายช่วยเพิ่มรายได้
ให้แก่ร้านค้าเล็ก ๆ ให้มากขึ้นกว่าในอดีต
แล้วเรื่องนี้ก็ยังส่งผลให้ ผู้บริโภคมีทางเลือกในการช็อปมากขึ้น
ไรเดอร์เองก็มีจำนวนออร์เดอร์มากขึ้น
สอดคล้องกับเป้าหมายธุรกิจที่ว่า ต้องการยกระดับชีวิตคนไทยทุกคนให้ดีขึ้นกว่าเดิม นั่นเอง..
© 2022 Marketthink. All rights reserved.