เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยพลังแห่งความหรูหราไร้ขีดจำกัดในคอนเซ็ปต์ “Limitless Luxury” ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 ตั้งแต่ 1-12 ธันวาคมนี้ กับทัพรถยนต์แห่งอนาคต

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยพลังแห่งความหรูหราไร้ขีดจำกัดในคอนเซ็ปต์ “Limitless Luxury” ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 ตั้งแต่ 1-12 ธันวาคมนี้ กับทัพรถยนต์แห่งอนาคต

18 มี.ค. 2022
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยที่สุดของความหรูหราไร้ขีดจำกัดกับทัพรถยนต์แห่งอนาคต 6 รุ่นใหม่ที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดยิ่งกว่าที่เคยให้กับผู้ใช้รถยนต์ไทย ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” ตั้งแต่วันที่ 1-12 ธันวาคม 2564 ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี ด้วยไฮไลต์เด่นของการนำทัพรถยนต์แห่งอนาคตจาก 4 ซับแบรนด์ ได้แก่ Mercedes-EQ, Mercedes-Maybach, Mercedes-AMG และ Mercedes-Benz มานำเสนอพร้อมกันบนเวทีเดียวเป็นครั้งแรก เริ่มด้วยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยของ “The new EQS 450+ AMG Premium” จาก Mercedes-EQ ยานยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรกที่เมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อมทำตลาดด้วยรุ่นประกอบในประเทศไทย เริ่มต้นในปี 2565
ตามด้วย “Mercedes-Maybach GLS 600 4MATIC Premium” ที่สุดแห่งยนตรกรรมเอสยูวีระดับอัลตราลักชัวรีกับความพิถีพิถันที่ยกระดับขึ้นอีกขั้นในทุกรายละเอียด และ “Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium” ยนตรกรรมตระกูลเอสคลาสที่เป็นที่สุดทั้งในเรื่องของความหรูหรา นวัตกรรมสุดล้ำหน้า และความปลอดภัย ในรูปแบบยานยนต์ปลั๊กอินไฮบริดใหม่ ตามด้วยทัพรถยนต์ใหม่อีกหลายรุ่น อาทิ “Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+” “Mercedes-AMG GLE 53 4MATIC+” และ “Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium” พร้อมรับโปรโมชันพิเศษ “Mercedes-Benz Limitless Offers” กับข้อเสนอที่พลาดไม่ได้สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์หลายรุ่น และสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมายจากโปรแกรม MBSP ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2564 ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 และที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งสำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เรานำเสนอ 4 ซับแบรนด์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้แก่ Mercedes-EQ, Mercedes-Maybach, Mercedes-AMG และ Mercedes-Benz พร้อมกันบนเวทีเดียว เพื่อมอบประสบการณ์ลักชัวรีในรูปแบบที่หลากหลายและแตกต่างกัน ตอบรับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างดีที่สุด เริ่มจากการเปิดตัว “The new EQS” ยานยนต์ไฟฟ้า 100% จาก Mercedes-EQ คันแรกอย่างเป็นทางการ ภายใต้การปรับกลยุทธ์ของเราจาก “รถยนต์ไฟฟ้านำ” (electric-first) เป็น “รถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น” (electric-only) ที่จะเกิดขึ้นภายในปี 2573 และเป็นการสานต่อความมุ่งมั่นระยะยาวของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในการขับเคลื่อนเทรนด์ e-mobility เพื่อร่วมสร้างสภาวะแวดล้อมที่ดีขึ้น ซึ่งเราเริ่มต้นไว้ตั้งแต่การเปิดตัวโครงการ “Charge to Change” ในปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังมีไฮไลต์พิเศษของรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ให้ได้ตื่นเต้นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเผยโฉม “Mercedes-Maybach GLS 600 4MATIC Premium” ที่สุดของความเป็นเอสยูวีระดับอัลตราลักชัวรีที่แฟน ๆ เมอร์เซเดส-เบนซ์ต้องตื่นเต้น การนำเสนอทางเลือกใหม่ในแบบปลั๊กอินไฮบริดของรถยนต์รุ่นเอสคลาสกับ “Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium” และการเผยความแรงระดับลักชัวรีจากแบรนด์ Mercedes-AMG สองรุ่น ได้แก่ Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ และ Mercedes-AMG GLE 53 4MATIC+ พร้อมรถยนต์รุ่นอื่น ๆ อย่างครบครันทุกเซกเมนต์ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษที่ทุกคนรอคอยตลอดช่วงเวลาของการจัดงาน ทั้งที่งานมหกรรมยานยนต์และที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศด้วย”
นายพุทธิ ตุลยธัญ รองประธานบริหารฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นอกจากทัพรถยนต์จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่เราจัดมาให้ลูกค้าครบครันเช่นเคย ที่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งนี้ เรายังมีความยินดีเปิดตัวโปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์โฉมใหม่จากที่รู้จักกันในชื่อ Mercedes-Benz Service Plus  เราได้ทำการปรับเปลี่ยนโฉมใหม่ให้ลูกค้าได้มีความเข้าใจง่ายยิ่งขึ้นพร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมมากมายภายใต้ชื่อ “ MBSP”  พร้อมโปรแกรมและระยะเวลาที่ลูกค้าสามารถเลือกเป็นเจ้าของได้ตามไลฟ์สไตล์การขับขี่ถึง 3 โปรแกรมได้แก่ Easy Care Program – โปรแกรม Maintenance ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้รถในเมืองขับขี่ในระยะทางสั้น Extra Guarantee Program – โปรแกรมขยายระยะเวลารับประกัน เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้รถน้อย และต้องการขยายระยะเวลารับประกันเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ระยะยาว และ Ultimate Program –All Inclusive Program เป็นโปรแกรมที่เหมาะกับลักษณะการใช้งานมาก ๆ เป็นประจำ โดยลูกค้าสามารถเลือกระยะเวลาการใช้งานทั้ง 3 โปรแกรมได้สูงสุดถึง 8 ปีขึ้นอยู่กับความต้องการ โดยสามารถเลือกซื้อในเวลาใดก็ได้ภายใน 3 ปีตามระยะเวลารับประกันรถยนต์ และที่พิเศษสุดสำหรับโปรแกรม “MBSP” นี้คือเป็นโปรแกรมที่ไม่จำกัดระยะทางและจำนวนครั้งเป็นไปตามจำนวนการใช้งานจริงตามเงื่อนไขการรับประกันของเมอร์เซเดส-เบนซ์ รวมถึงการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Star Assist ตลอดระยะเวลาที่โปรแกรมครอบคลุม และที่พิเศษสุดคือ เราได้เพิ่มสิทธิพิเศษเพิ่มเติมให้กับลูกค้าที่เป็นสมาชิก “MBSP” ในการเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษที่เป็น Exclusive ต่างๆ ส่วนลูกค้าที่เป็นสมาชิก MBSP อยู่แล้วก็สามารถใช้สิทธิประโยชน์เดิมและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่เพิ่มเติมได้ โดยสมาชิก MBSP จะได้รับ Sticker MBSP แสดงสถานะเพื่อรับสิทธิพิเศษดังกล่าว  และทั้งหมดนี้คือโปรแกรมบริการหลังการขายที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ พัฒนาขึ้นในอีกระดับ ให้ตรงตามสไตล์การใช้งานของคุณมากที่สุด เพื่อมอบสัมผัสแห่งประสบการณ์การขับขี่อย่างไร้กังวลตลอดอายุการใช้งาน”
ทั้งนี้ ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังพร้อมเชื่อมต่อประสบการณ์การขับขี่ที่หรูหราไร้ขีดจำกัดทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ โดยพลิกโฉมหน้าการสร้างสรรค์บูธ เมอร์เซเดส-เบนซ์ภายในงานใหม่ทั้งหมด ทั้งในเรื่องประสบการณ์การขับขี่จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ผ่านหน้าจอต่าง ๆ ที่ติดตั้งอยู่รายรอบบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ปีนี้ รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ผ่านการพูดคุยกับ “ดิจิทัลไกด์” ที่ครอบคลุมและครบครันตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์
สำหรับไฮไลต์ของรถยนต์ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์นำมาจัดแสดงภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38  ได้แก่
“The new EQS 450+ AMG Premium” คือยานยนต์ไฟฟ้าคันแรกจากแบรนด์ Mercedes-EQ ที่พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย รถยนต์คันนี้รังสรรค์ขึ้นด้วยแพลตฟอร์มของยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ในทุกรายละเอียด ทั้งการออกแบบโครงสร้างทางวิศวกรรม เรื่อยไปจนถึงดีไซน์ภายนอกและภายในที่สะท้อนเอกลักษณ์ของความเป็นยานยนต์สำหรับโลกอนาคตจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยมาพร้อมขุมพลังไฟฟ้า 100% จากมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวพร้อมความจุของแบตเตอรี่ขนาด 107.8 kWh ให้กำลังสูงสุด 333 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 568 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงในเวลา 6.2 วินาที พร้อมทำความเร็วสูงสุดได้ 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งด้วยความจุของแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ทำให้รถยนต์คันนี้สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 770 กิโลเมตร (WLTP) ต่อการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม 1 ครั้ง
The new EQS 450+ AMG Premium พร้อมเริ่มต้นจำหน่ายอย่างเป็นทางการในปี 2565
“Mercedes-Maybach GLS 600 4MATIC Premium” ที่สุดแห่งยนตรกรรมเอสยูวีระดับอัลตราลักชัวรีภายใต้แบรนด์ Mercedes-Maybach ที่นำเสนอความพิถีพิถันในแบบที่ยกระดับขึ้นอีกขั้นในทุกรายละเอียด ทั้งด้านการออกแบบและวัสดุตกแต่งภายนอกและภายใน รายละเอียดทางวิศวกรรม และนวัตกรรมที่เป็นที่สุดจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยมาพร้อมขุมพลังเบนซิน V8 Biturbo ขนาด 3,982 ซีซีที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุดถึง 557 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 730 นิวตันเมตรที่ 2,500-5,000 รอบ/นาที ขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงในเวลาเพียง 4.9 วินาที พร้อมทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง
Mercedes-Maybach GLS 600 4MATIC Premium วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 18,000,000 บาท
“Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium” ยนตรกรรมในตระกูลเอสคลาสของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่พร้อมพลิกประสบการณ์ยานยนต์ที่เป็นที่สุดของความหรูหราและความปลอดภัย ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำหน้าที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้ โดยมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินแบบ 6 สูบเรียงพร้อม single-turbo twin-scroll ขนาด 2,999 ซีซี ผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดเจเนอเรชันที่ 4 ขนาด 28.6 kWh มอบพละกำลังสูงสุดถึง 510 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดถึง 750 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 5.2 วินาที โดยขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ซึ่งภายใต้การประสานพลังระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้านอกจากจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจให้กับผู้ใช้แล้ว หากขับขี่ด้วยพลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวยังสามารถพารถยนต์คันนี้ไปได้ไกลสูงสุดถึง 94 – 113* กิโลเมตร (*ระยะทางจากการทดสอบ WLTP : Worldwide Harmonised Light Vehicle Test Procedure)
Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium วางจำหน่ายในราคา 7,190,000 บาท
“Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+” ยนตรกรรมที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น Performance car ตัวจริง ด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 6 สูบ ขนาด 2,999 ซีซี พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ มอบพละกำลังสูงสุดถึง 435 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดถึง 520 นิวตันเมตรที่ 1,800-5,800 รอบ/นาที ให้อัตราเร่งที่พุ่งทะยานจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที ขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G transmission พร้อมผสานความหรูหรา สง่างาม ความทันสมัย ในดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของยนตรกรรมที่เป็น iconic model จากเมอร์เซเดส-เบนซ์
Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ วางจำหน่ายในราคา5,570,000 บาท
“Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium” ยนตรกรรมที่ได้รับการออกแบบมาโดยผสานความสปอร์ต ความหรูหรา ความสง่างาม และความทันสมัยได้อย่างลงตัว โดยมาพร้อมขุมพลังของเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ ขนาด 1,950 ซีซี พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ มอบพละกำลังสูงสุดถึง 194 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดถึง 400 นิวตันเมตรที่ 1,600-2,800 รอบ/นาที ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลา 7.5 วินาที ขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC และระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Steering-wheel Gearshift Paddles) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว ควบคุมแรงเหวี่ยงจากการทำงานของเครื่องยนต์ให้ต่ำลง ช่วยให้สมรรถนะการขับขี่นุ่มนวลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium วางจำหน่ายในราคา 4,450,000 บาท
© 2022 Marketthink. All rights reserved.