สิงห์ เอสเตท ลุยโครงการ “ปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว” ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน สร้างพื้นที่ป่ากว่า 1 ล้านตร.ม.

สิงห์ เอสเตท ลุยโครงการ “ปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว” ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน สร้างพื้นที่ป่ากว่า 1 ล้านตร.ม.

31 ส.ค. 2022
การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และภาวะโลกร้อน กำลังเป็นปัญหาที่หลายประเทศ และหลายองค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญ
เพราะส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่ความเป็นอยู่ของผู้คน การดำเนินชีวิต ไปจนถึงการดำเนินธุรกิจ
ซึ่ง “สิงห์ เอสเตท” ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ก็ตระหนักถึงวิกฤตินี้เช่นกัน
จึงมุ่งมั่นร่วมเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อน ที่จะช่วยบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
ที่ปัจจุบันส่งผลกระทบต่อมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม
โดยปัจจัยหลักมาจากการปล่อยคาร์บอน หรือก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas) จากกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ สู่ชั้นบรรยากาศอย่างต่อเนื่อง
ด้วยการกำหนดแนวทางการดำเนินธุรกิจของ สิงห์ เอสเตท ที่ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน
ควบคู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี ลดการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ
โดย สิงห์ เอสเตท ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตร ทั้งสยามคูโบต้าและไทยคม คิกออฟโครงการ “ปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว” ตั้งเป้าสร้างพื้นที่ป่ามากกว่า 1 ล้านตร.ม. ในจังหวัดเชียงราย
“ปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว” เป็นโครงการที่ผุดขึ้นจากการคำนึงถึงผลกระทบห่วงโซ่คุณค่าในการดำเนินธุรกิจทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน
โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากที่สุด ครอบคลุมพื้นที่ป่าไม้ เพิ่มพื้นที่ดูดซับคาร์บอน
สร้างความเชื่อมโยงระบบนิเวศให้มีความสมดุล และเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
สำหรับโครงการ “ปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว” จะนำร่องปลูกป่าแห่งแรก ที่จังหวัดเชียงราย บนพื้นที่ป่ากว่า 1 ล้านตร.ม.
โดยกล้าไม้ที่จะปลูก ประกอบไปด้วย ต้นไม้ที่มีประโยชน์ต่อชุมชน 3 ประเภท คือ
1) ต้นไม้ยืนต้น
2) ต้นไม้ใช้สอย
3) ต้นไม้ที่สามารถบริโภคได้
เพื่อประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต และความหลากหลายทางพันธุ์พืช
พร้อมร่วมมือกับภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐและชุมชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปลูกป่า
โดยนำเทคโนโลยีล่าสุดของไทยคม มาใช้ในการติดตามการเจริญเติบโต และปริมาณการดูดซับคาร์บอนของต้นไม้
ส่วนบริษัท สยามคูโบต้า นำนวัตกรรมที่จะเพิ่มปริมาณการปลูกป่าให้รวดเร็วยิ่งขึ้นมาใช้
สำหรับความร่วมมือกันในครั้งนี้ ก็เพื่อมุ่งเสริมสร้างสิ่งแวดล้อม ด้วยแนวคิดความเป็นกลางทางคาร์บอน
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็น Carbon Neutrality ในปี 2030 นั่นเอง
ทั้งนี้ พื้นที่ป่าต้นน้ำในเขตจังหวัดภาคเหนือ มีความสำคัญอย่างมากต่อระบบนิเวศและสภาพภูมิอากาศในประเทศ
เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าที่มีความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ รวมทั้งยังเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่
และพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย ถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติค่อนข้างสูง
เกิดความเกื้อกูลกัน และมีความสมบูรณ์ของระบบนิเวศตามธรรมชาติ
ดังนั้นการที่เราช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่คนในจังหวัดเชียงราย ที่จะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ แต่สิ่งมีชีวิตในพื้นที่อื่น ๆ ก็จะได้รับผลประโยชน์ด้วยเช่นกัน
default
นอกจากนี้ โครงการปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว จะขยายโครงการต่อสู่ป่ากลางน้ำ ซึ่งเป็นป่าในเมือง พื้นที่กรุงเทพมหานคร
ต่อด้วยป่าปลายน้ำ หรือป่าชายเลน ที่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่
โดยตั้งเป้าโครงการระยะยาว 10 ปี ที่จะมีการติดตาม ตรวจวัด และประเมินผล เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด รวมถึงการจัดแคมเปญต่าง ๆ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และปลูกจิตสำนึกควบคู่กันไปกับแคมเปญ “ปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว”
เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างร่มเงา เพิ่มอากาศสะอาด และช่วยลดภาวะโลกร้อนต่อไป..
© 2022 Marketthink. All rights reserved.