วิกฤตไวรัสโคโรนา กระทบภาคการผลิตไทย สูญเสียไม่ต่ำกว่า 47,000 ล้านบาท (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย)

วิกฤตไวรัสโคโรนา กระทบภาคการผลิตไทย สูญเสียไม่ต่ำกว่า 47,000 ล้านบาท (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย)

6 ก.พ. 2020
การแพร่กระจายของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019 n-CoV) ส่งผลให้ทางการจีนใช้มาตรการเข้มข้นขึ้นเพื่อสกัดการแพร่ระบาด
ไม่ว่าจะเป็นการปิดเมืองที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก หรือแม้แต่ภาคธุรกิจในจีนเองก็หยุดกิจการชั่วคราว
สิ่งเหล่านี้กระทบต่อความต้องการสินค้าจากไทยในปี 2563 ยิ่งซ้ำเติมการส่งออกของไทยที่อ่อนแรงจากผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนมากขึ้นไปอีก
นอกจากผลต่อการส่งออกสินค้าไทยไปจีนแล้ว
ยังมีความเสี่ยงใหม่ที่อาจทำให้การนำเข้าสินค้าขั้นกลางของไทยจากจีนต้องประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบด้วย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า
ในกรณีที่ 1 หากทางการจีนสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าได้ภายใน 1 เดือน
จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตไทยที่เชื่อมโยงกับจีนค่อนข้างจำกัด แต่จะกระทบการส่งออกสินค้าเพื่อการบริโภคเป็นหลักที่คิดเป็นมูลค่าการส่งออกสูญเสียไป 12,500-25,000 ล้านบาท
แต่ในกรณีที่ 2 หากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าในจีนขยายระยะเวลาเป็นประมาณ 1 ถึง 3 เดือน
จากข้อมูลเบื้องต้นประเมินว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยไม่ต่ำกว่า 47,000 ล้านบาท (กรอบประมาณการ 47,000-187,000 ล้านบาท) ขึ้นอยู่กับว่าจะมีการปิดเมืองสำคัญอื่นๆ เพิ่มเติมแค่ไหน
และยังไม่รวมผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทางการจีนอาจนำมาใช้ในระยะต่อไป
โดยผลดังกล่าวประกอบด้วยผลกระทบด้านการส่งออกสินค้าเพื่อการบริโภครวมกับสินค้าในกลุ่มวัตถุดิบขั้นกลางของไทยที่ส่งไปจีนคิดเป็นมูลค่าการส่งออกที่สูญเสียไป 28,000-47,000 ล้านบาท
และผลจากการนำเข้าสินค้าขั้นกลางของไทยจากจีนกลุ่มเสี่ยงที่อาจขาดแคลน อาทิ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ ชิ้นส่วนยานยนต์สำหรับค่ายรถยนต์จีน
โดยผลจากการนำเข้าที่หายไปทำให้การผลิตในไทยสูญเสียประโยชน์ 18,700-140,000 ล้านบาท
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.