สรุปกลยุทธ์ Bonchon ปี 2566 ประเดิมดึง “ไบร์ท วชิรวิชญ์” เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ คนแรก

สรุปกลยุทธ์ Bonchon ปี 2566 ประเดิมดึง “ไบร์ท วชิรวิชญ์” เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ คนแรก

23 ม.ค. 2023
ปี 2562 ถ้าใครยังจำกันได้ Minor ได้เข้าลงทุนใน Bonchon
ซึ่งนับตั้งแต่ตอนนี้จนถึงตอนนี้ ผ่านมาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว..
ล่าสุด วันนี้ Bonchon ออกมาแถลงถึงผลการดำเนินงานเป็นครั้งแรกว่าที่มาเป็นอย่างไรบ้าง ?
รวมถึงกลยุทธ์ในปี 2566 จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ?
1. Bonchon เป็นหนึ่งในแบรนด์ร้านอาหาร “เรือธง” ของ Minor Food
คุณ ธันยเชษฐ์ เอกเวชวิท ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ว่า Bonchon นับเป็นหนึ่งในแบรนด์ร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จอย่างมากของเครือ Minor Food
ในปี 2565 ที่ผ่านมา Bonchon สร้างรายได้โดยมีอัตราการเติบโตราว 20% ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่าแบรนด์อื่น ๆ ในเครือ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงที่มีโรคระบาด นับว่าเป็นแบรนด์ที่ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เป็นแบรนด์แรก ๆ ที่หันมาใช้ช่องทางดิลิเวอรี จนสร้างยอดขายได้ทดแทนยอดขายจากหน้าร้านที่ถูกปิดไป
คุณ ธันยเชษฐ์ ได้ตั้งเป้าว่า ปี 2566 Bonchon จะยังคงสร้างรายได้โดยมีอัตราการเติบโตคิดเป็นเลข 2 หลัก และยังคงเป็นผู้นำในตลาดไก่ทอดของประเทศไทย ที่มีมูลค่าตลาดกว่า 20,000 ล้านบาท
2. ตั้งเป้าขยายสาขาอย่างน้อย 10 สาขาในปี 2566
คุณ ธนกฤต กิตติพนาชนม์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สพูนฟูล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บอนชอน ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน Bonchon ในประเทศไทย มีด้วยกัน 106 สาขา
ซึ่งในปี 2566 นี้ Bonchon ตั้งเป้าขยายสาขาอย่างน้อย 10 - 15 สาขา
โดยคิดเป็นสัดส่วน กรุงเทพฯ 50% และต่างจังหวัด 50%
ที่ผ่านมา Bonchon เริ่มมีการเปิดสาขาในต่างจังหวัด เช่น จันทบุรี, เชียงราย, อุบลราชธานี และ พิษณุโลก ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดี
และด้วยอัตราการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ก็คาดว่า Bonchon จะเติบโตจนมี 150 - 200 สาขา ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า
ปัจจุบัน ช่องทางการขายของ Bonchon แบ่งออกเป็น
- Dine-in (ทานในร้าน) 50%
- ดิลิเวอรี 40%
- Take Away (สั่งกลับบ้าน) 10%
ซึ่งคุณ ธนกฤต กล่าวว่า หลังจากนี้ Bonchon จะโฟกัสไปการทานในร้านเป็นหลัก
โดยคาดว่า ในอนาคต สัดส่วนการทานในร้าน จะเพิ่มขึ้นเป็น 70%
ที่ผ่านมา จึงได้มีการทุ่มเงินปรับปรุงหน้าร้าน ให้มีดิไซน์แปลกใหม่
เช่น Street Concept ที่ให้ความสดใสด้วยสีสันฉูดฉาด และสะท้อนความเป็นแบรนด์สำหรับคนรุ่นใหม่มากขึ้น
3. เน้นสร้างความแตกต่างของเมนูใหม่ ๆ และเปิดตัวไซซ์ใหม่ XS
Bonchon นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องไก่ทอดที่มีเอกลักษณ์แล้ว เพราะมีกรรมวิธีการปรุงอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็น ซอสสูตรต้นตำรับที่นำเข้าจากประเทศเกาหลี ผ่านการคิดค้นและพัฒนามากว่า 10 ปี
รวมถึงวัตถุดิบต่าง ๆ ก็นำเข้าจากประเทศเกาหลี เช่น เกลือทะเลธรรมชาติคุณภาพสูงจากจังหวัดช็อลลา (Jeolla), กระเทียมสายพันธุ์พิเศษ Dae-seo-jong ที่ให้กลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
Bonchon ยังเน้นพัฒนาเมนูใหม่ ๆ ไว้ทานคู่กับไก่ทอดด้วย เช่น กิมจิอูด้ง, ต็อกบกกี หรือบูแดจิแก (ซุปกิมจิ)
ที่สำคัญ เมื่อไม่นานมานี้ Bonchon ยังเปิดตัวไซซ์ใหม่ “XS” หรือไก่ทอด 4 ชิ้นในราคา 129 บาท เหมาะสำหรับลูกค้าที่เข้ามาประทานคนเดียว หรือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ดึงดูดให้ลูกค้าที่ยังไม่รับประทานเข้ามาทดลอง
4. เปิดตัว “ไบร์ท วชิรวิชญ์ ชีวอารึ” เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก
นับตั้งแต่ Bonchon ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ไม่เคยมีการใช้กลยุทธ์แบรนด์แอมบาสเดอร์มาก่อน
แต่ล่าสุด Bonchon เปิดตัว “ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี” นักแสดงและนักร้องชื่อดัง มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก
หวังให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมากขึ้น
อีกทั้งเมื่อขยายแบรนด์ไปต่างจังหวัด “ไบร์ท วชิรวิชญ์” ก็จะช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น ความโดนเด่น ทันสมัย เข้าถึงง่าย
อ่านมาถึงตรงนี้ก็พอเห็นภาพแล้วว่า Bonchon เข้าเสริมแกร่งให้พอร์ตของ Minor Food ได้อย่างไร
รวมถึงทิศทางในอนาคตของ Bonchon จะเป็นอย่างไรต่อไป
ปิดท้ายด้วยข้อมูลน่าสนใจ..
รู้หรือไม่ว่า ลูกค้าที่เข้ามาทาน Bonchon มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิลอยู่ที่ 800 บาท ต่อ 2 คน
และมีอัตราการกลับมาทานซ้ำ เฉลี่ย 1 ครั้งต่อเดือน
ซึ่ง Bonchon ได้มีการจัดทำแอป หวังสร้าง Brand Royalty ให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำมาขึ้น
ปัจจุบัน มีสมาชิกแล้ว 300,000 คนภายในระยะเวลา 1 ปี
และตั้งเป้าว่าจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นถึง 2 ล้านคนในปีนี้..
© 2022 Marketthink. All rights reserved.