ถอดกลยุทธ์ Human-first x AI-first Transformation หมัดเด็ดที่ KBTG ใช้พิชิตเป้าหมายองค์กรระดับโลกใน 3 ปี

ถอดกลยุทธ์ Human-first x AI-first Transformation หมัดเด็ดที่ KBTG ใช้พิชิตเป้าหมายองค์กรระดับโลกใน 3 ปี

29 ก.พ. 2024
“The Never-ending Adventure” หรือ การเดินทางที่ไม่มีวันสิ้นสุด 
คือประโยคสั้น ๆ แต่ทรงพลัง ที่คุณกระทิง-เรืองโรจน์ พูนผล ประธานกลุ่มบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ฉายภาพให้เห็นเส้นทางการทรานส์ฟอร์มของ KBTG ที่ไม่มีวันจบ
นับตั้งแต่ KBTG ชูกลยุทธ์ #OneKBTG Transformation ทรานส์ฟอร์มองค์กรแบบยกเครื่องเมื่อปี 2562 ในตอนนั้นมีเป้าหมายใหญ่ คือ จะเป็นสุดยอดองค์กรเทคโนโลยีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ได้ ภายในปี 2568
ผลปรากฏว่า KBTG สามารถทำผลงาน บรรลุเป้าหมายทั้งหมดได้ตั้งแต่ปี 2566 หรือเร็วกว่าที่ตั้งไว้ถึง 2 ปี
ดังนั้น ในปีนี้ KBTG จึงตั้งเป้าใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ว่าจะขับเคลื่อนองค์กรสู่ระดับโลก ในอีก 3 ปีข้างหน้า
โดยกลยุทธ์ที่จะใช้ปูทางสู่หมุดหมายครั้งใหม่ คือ Human-first x AI-first Transformation 
ก่อนจะเฉลยว่า กลยุทธ์ใหม่ที่ว่าคืออะไร ?
คุณกระทิง สรุปให้เห็นภาพตรงกันก่อนว่า เป้าหมายอะไรบ้างที่ KBTG ทำสำเร็จไปแล้ว 
- ความเป็นเลิศในด้านระบบและปฏิบัติการ 
แม้จะต้องรองรับธุรกรรมทางการเงินถึง 23.9 ล้านล้านบาท คิดเป็น 35% หรือมากกว่า 1 ใน 3 ของประเทศ และมียอดผู้ใช้งาน K PLUS กว่า 21.7 ล้านราย 
แต่ยังมีความพร้อมในการให้บริการของระบบ (Service Availability) มากถึง 99.99% 
นอกจากนี้ระบบไอทีของธนาคารกสิกรไทย ยังได้รับการยอมรับว่ามีเสถียรภาพมากที่สุดเป็นเวลา 4 ปีติดต่อกัน 
- การยกระดับสถาปัตยกรรมและโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัย
KBTG มีการจัดทำศูนย์จัดเก็บข้อมูล (Data Center) ที่ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า
ระบบ Hybrid Cloud ที่ผสมผสานการทำงานระหว่าง Private Cloud และ Public Cloud
เพื่อประสิทธิภาพและเสถียรภาพขั้นสูงสุด

รวมถึงลดอัตราการเกิด Incident ระดับรุนแรงได้มากถึง 60%
เวลาที่ใช้ในการแก้ไขลดลง 33% และ Downtime ของระบบลดลง 66%
- การปรับวิถีการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย Agile และ Automation
ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพงานเพิ่มขึ้น 2.25 เท่า และสามารถส่งมอบโปรเจกต์ไอทีให้กับธนาคารได้ถึง 190 โปรเจกต์ ในปี 2566
- การขยายองค์กรสู่ระดับภูมิภาค
ปัจจุบัน KBTG ขยายฐานปฏิบัติการใน 4 ประเทศ ครอบคลุม 5 เมืองใหญ่
ได้แก่ กรุงเทพฯ ประเทศไทย,โฮจิมินห์ และฮานอย ประเทศเวียดนาม,
เซินเจิ้น ประเทศจีน และจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย  
- ผลงานการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ
ไม่ว่าจะเป็น MAKE by KBank, ขุนทอง รวมถึงธุรกิจใหม่จาก KX อย่าง Kubix และ Coral
นอกจากนี้ยังมีการขับเคลื่อนกลยุทธ์ M.A.D. (Machine Learning, AI, Data) อย่างเต็มตัว ผ่านการนำ AI มาใช้งานในองค์กร สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ทำวิจัยร่วมกับหน่วยงานวิจัยระดับโลก และการลงทุนในบริษัทสตาร์ตอัป และกองทุน Deep Tech ผ่าน KXVC
ล่าสุด KBTG ยังเปิดตัว “เหมียวจด” แอปบันทึกรายจ่ายอัตโนมัติจากสลิปโอนเงิน
โดยตั้งเป้าว่า “เหมียวจด” จะเป็นอีกแอปที่มีผู้ใช้งานแตะหลักล้านราย
- การพัฒนาขีดความสามารถและการดูแลบุคลากร 
KBTG เชื่อว่า บุคลากร คือหนึ่งในสูตรสำเร็จขององค์กร จึงให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานกว่า 2,500 คนเป็นอย่างดี
ปัจจุบันยังมีระบบการทำงานรองรับบุคลากรด้วยนโยบาย Work from Anywhere อย่างถาวร ​
จากความสำเร็จทั้งหมด นำมาสู่เป้าหมายใหม่ของ KBTG
ที่ตั้งเป้าจะขยายศักยภาพขององค์กรด้วย AI โดยคงมนุษย์เป็นจุดศูนย์กลาง เรียกว่า Human-first x AI-first Transformation ผ่าน 6 ยุทธศาสตร์ ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 3+1 ของธนาคารกสิกรไทย
- ขยายขีดความสามารถด้านไอทีและเทคโนโลยีสู่ระดับโลก
- เดินหน้าต่อเนื่องสู่การเป็น AI-first Organization ด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI รวมถึงปรับกระบวนการทำงานภายในองค์กร
- ขับเคลื่อนความสามารถในการผลิตด้วย M.A.D.
โดยตั้งเป้าหมายที่ 1 แสน Mandays และทำงานเร็วขึ้น 2 เท่า ภายใน 3 ปี
- เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถด้าน AI ให้กับพนักงาน KBTG รวมไปถึงบุคคลทั่วไป
- ทรานส์ฟอร์มสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีระดับภูมิภาคแบบเต็มตัว
- พัฒนา KBTG ให้เป็นพื้นที่สำหรับคนที่มีฝีมือ และใฝ่ฝันที่จะเติบโตในสายงานเทคโนโลยี
ทั้งนี้ เพื่อสะท้อนถึงความพร้อมของ KBTG ในการขับเคลื่อนองค์กรด้วยกลยุทธ์ Human-first x AI-first Transformation ดร.ทัดพงศ์ พงศ์ถาวรกมล Managing Director กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ฉายภาพให้เห็นว่า AI กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีอเนกประสงค์ (General-purpose Technology)
ที่ดูด้วยตาอาจจะมองไม่เห็น แต่อยู่รอบตัวเราทุกที่​
โดยที่ผ่านมา KBTG ถือเป็นอีกหนึ่งผู้บุกเบิกทางด้าน AI ในประเทศและภูมิภาค สร้างเป็น AI Ecosystem ในด้านต่าง ๆ 
ในด้านเทคโนโลยี KBTG Labs ได้ทำวิจัยร่วมกับ MIT Media Lab อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565
ผลงานเด่น ๆ ในการออกแบบเทคโนโลยี เช่น ระบบเปรียบเทียบใบหน้า (Face Recognition) และยืนยันหน้าจริง (Face Liveness) ให้ล้ำสมัยและใช้งานง่าย 
โดยปัจจุบัน KBTG เป็นองค์กรเดียวในเอเชีย และองค์กรที่สามของโลก ที่ผ่านการรับรองระดับสูงสุด (Level 2) จากการทดสอบของ iBeta ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากล 
พร้อมกันนี้ยังเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ FinLearn แพลตฟอร์มการศึกษาที่ขับเคลื่อนด้วย AI และสามารถฟีดแบ็กได้แบบเรียลไทม์
นอกจากนี้​ยังมีหน่วยงานที่ชื่อว่า KX ซึ่งเป็น Venture Builder ในเครือ KBTG รับผิดชอบในการนำเทคโนโลยีที่ KBTG Labs วิจัยและพัฒนา เข้าสู่ตลาด เพื่อให้ลูกค้าและพันธมิตรสามารถนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้กับธุรกิจ 
โดยจุดเด่นของ KX คือ มีทีมผู้พัฒนาอยู่ที่ประเทศไทย จึงสามารถออกแบบเทคโนโลยีที่พร้อมรองรับการใช้งาน หรือหากเกิดปัญหาก็สามารถเข้าไปแก้ปัญหาได้ทันที 
ปัจจุบันมีการเปิดตัว 2 แพลตฟอร์มและบริการทางด้าน AI ได้แก่
- AINU (อัยนุ) ผู้ให้บริการโซลูชัน AI นำร่องด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อการยืนยันตัวตน 
โดยมี 3 ฟีเชอร์เด่น คือ OCR (Optical Character Recognition) ระบบแปลงข้อมูลจากภาพ
Liveness Detection ระบบยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าจริง ๆ ของตัวบุคคล
และ Face Recognition ระบบเปรียบเทียบใบหน้าเพื่อการยืนยันตัวตน
- Car AI เทคโนโลยี AI ตรวจสภาพรถยนต์แบบอัตโนมัติ เพื่อประเมินความเสียหายจากรูปภาพ สำหรับธุรกิจประกัน ซื้อขายรถยนต์มือสอง และอื่น ๆ 
ในด้านการลงทุน KXVC มีการลงทุนในสตาร์ตอัป AI และจับมือกับกองทุนด้าน AI ชั้นนำของโลกอย่าง AI FUND นำโดย Andrew Ng ผู้ก่อตั้ง DeepLearning.AI 
พร้อมมุ่งสรรหาเทคโนโลยี AI ใหม่ ๆ จากทั่วโลก มาช่วยเพิ่มกำลังทางธุรกิจ ร่นระยะเวลาในการพัฒนาเทคโนโลยีออกสู่ตลาด 
รวมถึงร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ ๆ เพื่อสเกลธุรกิจ AI และเป็นประตูระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
และภูมิภาคอื่น ๆ อย่างยั่งยืนต่อไป
สำหรับทิศทางของ AI จากนี้ 3 ขุนพลของ KBTG นำโดย
- ดร.มนต์ชัย เลิศสุทธิวงค์ Principal Research Engineer, KBTG Labs
- ดร.เจริญชัย บวรธรรมรัตน์ Senior Venture Director, KX
- คุณกัมปนาท วิมลโนท Managing Director, KXVC
ได้มาร่วมแชร์มุมมองพร้อมเผยถึงการพัฒนาเทคโนโลยีให้อยู่ในระดับ World Class
ดร.มนต์ชัย บอกว่า ด้วยความที่ KBTG เป็น Tech Company ซึ่งอาจจะไม่ได้เก่งทุกเรื่อง
จึงต้องผสานความร่วมมือของผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา มาช่วยกัน
เช่น MIT Media Lab มีความเชี่ยวชาญเรื่อง AI ส่วนเรื่องดิไซน์และอินเตอร์เฟซก็จับมือกับ Beacon Interface เพื่อมาช่วยกันสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ 
สำหรับความท้าทายในการพัฒนาเทคโนโลยี AI คือ นอกจากจะต้องให้เป็นที่ยอมรับในมุมกว้าง
ก็ต้องเพิ่มความสามารถของคนภายในให้ตามเทคโนโลยีให้ทัน และพิจารณาแล้วว่าสิ่งที่เราสร้างต้องอิงกับกฎระเบียบต่าง ๆ มิเช่นนั้นสิ่งที่สร้างมา ก็ใช้งานไม่ได้
ส่วนจะทำอย่างไร เพื่อให้ได้ AI Product ที่ดี ดร.เจริญชัย สรุปว่าต้องมี 3 P
1. Platform ทำให้เซอร์วิสเข้าถึง และนำไป Integrate กับพาร์ตเนอร์และโซลูชันต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้งาน
2. Pricing หรือ ราคาที่เหมาะสม มาพร้อม Business Value Proposition 
พอโปรดักต์แข็งแรง บิซิเนสก็ต้องแข็งแรง เพื่อสร้างธุรกิจให้เกิด Win-Win Situation กับทุกฝ่าย
3. Right Player ทีมที่เข้ามาสร้างความแข็งแกร่งให้ทั้งเรื่อง Product, Business และ Operation
เพื่อให้โปรดักต์เป็น World Class Standard
ขณะที่คุณกัมปนาท เชื่อว่า ในอนาคตจะมีการนำ AI มาใช้มากขึ้น โดยการใช้ AI จะมีต้นทุนการใช้โมเดลถูกลง แม่นยำขึ้น และปรับใช้งานมากขึ้นด้วย
ดังนั้นหนึ่งในภารกิจของ KXVC คือ การมองหาโอกาสเพื่อลงทุน เพื่อสร้างเครือข่ายในภูมิภาค โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีประชากรรวมกว่า 600 ล้านคน
โดยจุดแข็งของ KXVC คือ มี Asset Team ที่พร้อมช่วยพัฒนาเทคโนโลยี และต่อยอดในเชิงธุรกิจ เพื่อพาเทคโนโลยีไปถึงคนทั้งอาเซียน
ส่วนเทรนด์ AI ในอีก 5 ปีข้างหน้า 
ทั้งสามเห็นพ้องว่า AI กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในทั่วโลก
มีการนำเทคโนโลยี AI เข้าไปในอุตสาหกรรมต่าง ๆ 
เช่น การศึกษา การเงิน สุขภาพ​ ฯลฯ โดยเชื่อว่าอีกไม่นาน AI จะเข้าไปอยู่ในทุกอุตสาหกรรม  
โจทย์ในการพัฒนาเทคโนโลยี AI นอกจากจะต้องเพิ่มความสามารถของบุคลากรให้ก้าวทันเทคโนโลยี​ และพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้จริงได้ ยังต้องอยู่ภายใต้กรอบที่สังคมยอมรับ
สำหรับประเทศไทย ยังอยู่ในช่วง AI Adoption แต่เชื่อว่าเทคโนโลยี AI จะกลายเป็นสิ่งที่ภาคธุรกิจ B2B มองหา เพื่อสร้าง Business Value และ Operation Excellence เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพคนทำงาน
มาถึงตรงนี้ จะเห็นว่า จักรวาล AI​ กำลังใกล้ตัวเราทุกคนมากขึ้นเรื่อย ๆ
ซึ่งหนึ่งในองค์กรไทยที่ขับเคลื่อนเรื่อง AI อย่างจริงจัง และเด่นชัด คือ KBTG
ที่จากนี้ ยังคงมุ่งสร้าง AI Ecosystem ในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับยุทธศาสตร์ 3+1 ของธนาคารกสิกรไทย ที่นอกจากจะสร้างสรรค์ผลผลิตด้านไอที ที่เป็นประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ยังมองไปถึงลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอีกด้วย
​จากนี้ก็น่าติดตามว่า ก้าวต่อไปของ KBTG ที่ไม่ต่างจาก “The Never-ending Adventure” จะเป็นอย่างไร
แต่ที่แน่ ๆ การเดินทางครั้งนี้ น่าจะทำให้ KBTG พิชิตเป้าหมายองค์กรระดับโลกได้อย่างไม่ต้องสงสัย..
© 2024 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.