
ส่อง HR Trend 2026 : HR ควรปรับตัวอย่างไร เมื่อ AI กลายเป็นเครื่องมือหลักขององค์กร
27 ก.พ. 2026
ฮิวแมนซอฟท์ x MarketThink
ปี 2026 จะเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของโลกการทำงาน เมื่อ AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีเสริมอีกต่อไป แต่กลายเป็น “เครื่องมือหลัก” ที่องค์กรนำมาใช้ในแทบทุกกระบวนการ ตั้งแต่งานปฏิบัติการไปจนถึงการวางกลยุทธ์ระดับองค์กร
บทบาทของ HR จึงต้องก้าวข้ามจากผู้ดูแลทรัพยากรบุคคลแบบเดิม ไปสู่ “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ที่ผสานคน เทคโนโลยี และข้อมูลเข้าด้วยกันอย่างลงตัว บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจ HR Trend 2026 พร้อมแนวทางที่ HR ควรปรับตัว เพื่อเตรียมองค์กรให้พร้อมแข่งขันในยุค AI
HR Trend 2026 มีอะไรบ้าง และ HR ควรเตรียมตัวอย่างไร?
ปัจจุบัน AI กลายเป็นเครื่องมือหลักขององค์กร ส่งผลให้บทบาท HR ต้องเปลี่ยนจากงานสนับสนุนสู่ผู้นำเชิงกลยุทธ์ มาดูกันว่า HR Trend 2026 มีอะไรบ้าง และ HR ควรเตรียมตัวอย่างไรเพื่อก้าวทันการเปลี่ยนแปลงนี้
1. HR ต้องก้าวเป็นผู้นำ AI Transformation ขององค์กร
องค์กรที่ประสบความสำเร็จจะไม่ใช่แค่องค์กรที่มี AI แต่คือองค์กรที่ “ใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” เช่น ChatGPT สำหรับงานร่างประกาศรับสมัครงาน หรือ AI สแกน Resume
เมื่อ HR ต้องกลายเป็นผู้นำ AI Transformation ต้องมีบทบาท ดังนี้
• คัดเลือกเครื่องมือ AI ที่เหมาะกับงาน HR และงานของแต่ละแผนก
• วางนโยบายการใช้ AI อย่างมีจริยธรรมและโปร่งใส
• สื่อสารและสร้างความเข้าใจให้พนักงานมอง AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่คู่แข่ง
• วางนโยบายการใช้ AI อย่างมีจริยธรรมและโปร่งใส
• สื่อสารและสร้างความเข้าใจให้พนักงานมอง AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่คู่แข่ง
แนวทางปรับตัวของ HR: พัฒนาความรู้ด้าน AI พื้นฐาน เข้าใจศักยภาพและข้อจำกัดของเทคโนโลยี เพื่อสามารถออกแบบกลยุทธ์การใช้งานได้อย่างเหมาะสม
2. HR ทำงานแบบ Data Driven อย่างเต็มรูปแบบ
การตัดสินใจโดยใช้ประสบการณ์เพียงอย่างเดียวจะไม่เพียงพออีกต่อไป HR ต้องใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลาง ตั้งแต่การสรรหา การวางแผนกำลังคน การประเมินผลงาน ไปจนถึงการรักษาพนักงาน
แนวทางปรับตัวของ HR:
• ใช้ระบบ HR ที่สามารถเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลได้ครบถ้วน
• พัฒนาทักษะการอ่านและตีความข้อมูล (HR Analytics)
• นำข้อมูลมาช่วยคาดการณ์แนวโน้มและวางแผนเชิงรุก
• พัฒนาทักษะการอ่านและตีความข้อมูล (HR Analytics)
• นำข้อมูลมาช่วยคาดการณ์แนวโน้มและวางแผนเชิงรุก
3. Hybrid Work กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการทำงาน
พนักงานให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการทำงานมากขึ้น Hybrid Work จะกลายเป็นสิ่งที่หลายองค์กรต้องมีเพื่อดึงดูดและรักษาคนเก่ง
แนวทางปรับตัวของ HR:
• ออกแบบนโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่นและเป็นธรรม
• สร้างวัฒนธรรมที่เน้นผลลัพธ์มากกว่าชั่วโมงทำงาน
• ใช้เทคโนโลยีช่วยเชื่อมต่อการทำงานของทีมให้ราบรื่น
• สร้างวัฒนธรรมที่เน้นผลลัพธ์มากกว่าชั่วโมงทำงาน
• ใช้เทคโนโลยีช่วยเชื่อมต่อการทำงานของทีมให้ราบรื่น
4. Workforce Planning เน้น “ทักษะ” มากกว่า “ตำแหน่งงาน”
องค์กรจะมองพนักงานจากศักยภาพและทักษะมากกว่าชื่อตำแหน่ง HR ต้องรู้ว่าพนักงานมีทักษะอะไร และสามารถพัฒนาไปสู่บทบาทใดได้บ้าง
แนวทางปรับตัวของ HR:
• ทำ Skill Mapping (การทำแผนผังทักษะ) ของพนักงาน
• ออกแบบเส้นทางการเติบโตที่ยืดหยุ่น
• สนับสนุนการเรียนรู้ Upskill และ Reskill อย่างต่อเนื่อง
• ออกแบบเส้นทางการเติบโตที่ยืดหยุ่น
• สนับสนุนการเรียนรู้ Upskill และ Reskill อย่างต่อเนื่อง
5. บทบาทผู้นำทีมเปลี่ยนไป สู่การเป็นผู้สร้าง Employee Experience
ผู้นำในยุค AI ไม่ได้ทำหน้าที่แค่สั่งงานหรือประเมินผลงาน แต่ต้องเป็นโค้ช เป็นผู้สนับสนุน และเป็นคนสร้างประสบการณ์การทำงานที่ดีให้กับทีม
แนวทางปรับตัวของ HR:
• พัฒนาโปรแกรมฝึกผู้นำยุคใหม่ (Future Leader)
• ส่งเสริมทักษะการสื่อสาร การรับฟัง และความเข้าอกเข้าใจ
• ทำงานร่วมกับผู้นำทีมอย่างใกล้ชิดในการดูแลพนักงาน
• ส่งเสริมทักษะการสื่อสาร การรับฟัง และความเข้าอกเข้าใจ
• ทำงานร่วมกับผู้นำทีมอย่างใกล้ชิดในการดูแลพนักงาน
สรุปบทความ
HR Trend 2026 ชี้ชัดว่า HR ต้องก้าวสู่บทบาท “Strategic Partner” ที่ใช้ AI และข้อมูลเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร เมื่อ HR สามารถผสานคน เทคโนโลยี และกลยุทธ์เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว องค์กรก็จะพร้อมเติบโตอย่างมั่นคงในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา