
วิธีปลดล็อก Mindset และ Scale Up ธุรกิจ ของแบรนด์รุ่นใหม่ กับหลักสูตร LEAD by Central Pattana
17 มี.ค. 2026
ในวันนี้ผู้ประกอบการมากมายคงมีคำถามว่า
“หากวันหนึ่งธุรกิจที่สร้างขึ้นมามีรายได้ 100 ล้านบาทต่อปี แล้วจะทำอย่างไรให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปจนถึงหลักพันล้านบาท”
“หากวันหนึ่งธุรกิจที่สร้างขึ้นมามีรายได้ 100 ล้านบาทต่อปี แล้วจะทำอย่างไรให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปจนถึงหลักพันล้านบาท”
MarketThink ชวนมาคุยกับ 2 เจ้าของธุรกิจที่แตกต่างกัน แต่มี Passion เดียวกัน คือปลดล็อกข้อจำกัดธุรกิจตัวเองเพื่อสร้างรายได้และธุรกิจให้เติบโตยั่งยืน

คุณพันธ์ทิพย์ ดีเจริญ หรือ คุณวิว CEO บริษัท เบทเทอร์บีมฟู้ด จำกัด เจ้าของแบรนด์ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” ที่ในเวลา 3 ปี มีถึง 21 สาขา และมีรายได้กว่า 100 ล้านบาท
คุณศรุติ ตันติวิทยากุล หรือ คุณลูกศร เจ้าของแบรนด์ Daddy and The Muscle Academy ที่ปัจจุบันปั้นธุรกิจจนมีรายได้กว่า 100 ล้านบาท
โดยทั้ง 2 แบรนด์นี้ตั้งเป้าหมายในปี 2569 ให้เติบโด 200% และในอนาคตก็ตั้งใจให้บริษัทเติบโตมีรายได้ 1,000 ล้านบาท
ผู้ก่อตั้งทั้ง 2 แบรนด์ เคยเข้าร่วมหลักสูตร พัฒนาผู้ประกอบการด้านรีเทลของไทยอย่าง LEAD by Central Pattana เป็นหลักสูตรที่ผลักดันธุรกิจ SMEs ไทย กว่า 220 ราย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา Chief Marketing Officer บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา เล่าว่า เหตุผลที่เซ็นทรัลพัฒนาสร้างหลักสูตรนี้เพื่อสนับสนุนให้ เจ้าของธุรกิจ SMEs ได้เติบโตอย่างแตกต่าง ด้วยคอนเซปต์ เรียนจริง-ทำจริง-โตจริง

เรียนจริง : ผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ มาถ่ายทอดกลยุทธ์ธุรกิจแบบ 360° Business Health Check ทำให้ผู้เรียนได้พัฒนาความคิดเชิงกลยุทธ์นำไปต่อยอดสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เหนือกว่าคู่แข่ง
ทำจริง : ผู้เรียนมีโอกาสคิด Business Model และ Product ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยกล้าลองในพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทำให้ได้พบลูกค้ากลุ่มใหม่ นำข้อมูลมาวิเคราะห์ต่อยอด
โตจริง : สามารถ Scale Up ธุรกิจตั้งแต่ยังไม่จบหลักสูตร และได้รับการดูแลต่อเนื่อง เมื่อเป็นผู้เช่าพื้นที่เซ็นทรัลพัฒนา เพิ่มโอกาสเติบโตของธุรกิจ
นอกเหนือจากคอนเซปต์ เรียนจริง-ทำจริง-โตจริง แล้ว หลักสูตรนี้ก็ยังเป็นหนึ่งในแนวทางของเซ็นทรัลพัฒนา ที่จะมาต่อยอดในการดูแล Tenant Partners ด้วยทีม B2B Marketing ที่ดูแล Partners แบบ Total Business Solution
เมื่อเจ้าของธุรกิจที่เก่งมี Passion แรงกล้า บวกกับหลักสูตรที่เชี่ยวชาญในธุรกิจ Retail จากเซ็นทรัลพัฒนา ที่เป็นอันดับหนึ่งด้าน Retail มาเจอกัน ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ?
ขอเริ่มจาก คุณวิว เจ้าของแบรนด์ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” เล่าว่า จุดเริ่มต้นธุรกิจมาจากเธอเปิดร้าน Better Beam café จนวันหนึ่งเธอรู้สึกว่า ร้านกาแฟเกิดใหม่เยอะมาก มาพร้อมการแข่งขันสูง

กลายเป็นโจทย์ธุรกิจข้อใหญ่คือจะทำอย่างไรให้ธุรกิจหลุดพ้นจาก Red Ocean
จนนำมาสู่ “จุดเปลี่ยนเกมธุรกิจ” เมื่อเธอสังเกตเห็นว่าเมนู “ชาเย็น” ที่ร้านขายดี และตัวเองก็ชอบดื่ม อีกทั้งหากมองภาพกว้างๆ ในธุรกิจเครื่องดื่ม “ร้านชาเย็นมีคู่แข่งน้อยมากหากเทียบกับร้านกาแฟ”
เมื่อรู้ว่าต้องการทำธุรกิจอะไร สเต็ปต่อมาคือ แบรนด์ชื่ออะไรดี ?
ด้วยการที่เธอสังเกตว่า ลูกค้าประจำหลายคนจะดื่มชาเย็นทุกวัน เลยตั้งชื่อแบรนด์ง่าย ๆ ว่า “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” จนสร้าง Awareness และดึงดูดลูกค้าให้ทดลองซื้อดื่ม
นอกจากชื่อแบรนด์ที่แปลกใหม่ หลุดจากกรอบการตั้งชื่อแบบทั่วไปและสร้างการจดจำได้ง่ายแล้ว
เธอยังบิลด์แบรนด์ให้แข็งแกร่งด้วยวิธี Collab กับแบรนด์อื่น ๆ พร้อมกับสร้างความหลากหลายด้านเมนู ที่มาพร้อมราคาที่เข้าถึงง่ายและรสชาติอร่อย
เธอยังบิลด์แบรนด์ให้แข็งแกร่งด้วยวิธี Collab กับแบรนด์อื่น ๆ พร้อมกับสร้างความหลากหลายด้านเมนู ที่มาพร้อมราคาที่เข้าถึงง่ายและรสชาติอร่อย
ดูเหมือนคุณวิว จะสร้างความเคลื่อนไหวให้แบรนด์ได้มาถูกทาง เมื่อในเวลาแค่ 3 ปี ขยายถึง 21 สาขา โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทสร้างรายได้กว่า 100 ล้านบาท และมีอัตรากำไรราว ๆ 20% ต่อรายได้
จะเห็นว่าสิ่งที่ทำให้ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” เป็นแบรนด์ที่เติบโตประสบความสำเร็จรวดเร็ว
เบื้องหลังมาจากมุมมองที่ชัดเจนด้วยกลยุทธ์ Customer Centric มองความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลางเพื่อที่แบรนด์จะตอบสนองความพึงพอใจ ผ่านความหลากหลายของเมนู, รสชาติเครื่องดื่มที่อร่อย, และราคาที่เข้าถึงง่าย
เบื้องหลังมาจากมุมมองที่ชัดเจนด้วยกลยุทธ์ Customer Centric มองความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลางเพื่อที่แบรนด์จะตอบสนองความพึงพอใจ ผ่านความหลากหลายของเมนู, รสชาติเครื่องดื่มที่อร่อย, และราคาที่เข้าถึงง่าย
เป้าหมายเพื่อสร้างยอดขายให้เติบโต ผ่านพฤติกรรมลูกค้าหลากหลายไม่ว่าจะเป็นซื้อซ้ำบ่อยๆ, แนะนำคนอื่นๆ ให้มาซื้อตาม รวมไปถึงการเลือกทำเลเปิดสาขาใหม่ๆ ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์
เมื่อเส้นทางธุรกิจราบรื่นเช่นนี้ หลายคนอาจจะสบายใจ แต่เธอกลับตั้งโจทย์ที่ท้าทายตัวเองขึ้นมา
มีวิธีไหนบ้างที่จะพัฒนาตัวเองไปพร้อมๆกับการ Scale Up ธุรกิจให้มีรายได้เติบโตต่อเนื่อง ?
ด้วยความที่เธอประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุ 28 ปี ในมุมหนึ่งเธอเองก็มั่นใจว่าตัวเองเก่งแล้ว
แต่อีกมุมเธอก็ยังขาดประสบการณ์มองภาพไม่ออกว่าธุรกิจจะเติบโตไปในทิศทางไหน ?
แต่อีกมุมเธอก็ยังขาดประสบการณ์มองภาพไม่ออกว่าธุรกิจจะเติบโตไปในทิศทางไหน ?
Pain Point นี้เองที่ทำให้เธอเริ่มมองหาหลักสูตรสำหรับพัฒนาธุรกิจตัวเองให้เติบโต
จนมาพบหลักสูตร LEAD รุ่นที่ 7 ของเซ็นทรัลพัฒนา ที่เธอมั่นใจว่าหลักสูตรนี้จะทำให้ธุรกิจสามารถ Scale Up สร้างรายได้เติบโตต่อเนื่องทุก ๆ ปี
จนมาพบหลักสูตร LEAD รุ่นที่ 7 ของเซ็นทรัลพัฒนา ที่เธอมั่นใจว่าหลักสูตรนี้จะทำให้ธุรกิจสามารถ Scale Up สร้างรายได้เติบโตต่อเนื่องทุก ๆ ปี
โดยสิ่งที่เธอซึมซับระหว่างเรียนรู้ในหลักสูตรนี้ คือ หากต้องการ Scale Up ให้ธุรกิจเติบโต จำเป็นต้อง “ลงทุนด้านคน” ที่ถือเป็นหัวใจหลัก
เพราะเมื่อทุกระบบหลังบ้านและหน้าบ้านแข็งแกร่งทุกมิติ นอกจากจะรองรับการเติบโตของธุรกิจหลักแล้วนั้น ยังทำให้เธอมีเวลาคิดค้นต่อยอดสร้างแบรนด์ใหม่อย่าง “เข้ม” ร้านกาแฟโบราณที่โดดเด่นเรื่องรสชาติกาแฟคั่วเข้มข้น
สอดคล้องกับไฮไลต์ของหลักสูตร LEAD ที่มีคอนเซปต์ “เรียนจริง ทำจริง โตจริง”
ที่นอกจากจะมีอาจารย์ กูรูที่เชี่ยวชาญในธุรกิจ Retail และทีมงานของเซ็นทรัลพัฒนาที่มาร่วมให้ความรู้ในคลาสเรียนผู้เรียนจะต้องคิดค้นสินค้าคอนเซปต์หรือแบรนด์ใหม่ ๆ เพื่อทดลองเปิดขายจริงใน Pop-Up event ในพื้นที่ Prime Location ที่ศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนา
ที่นอกจากจะมีอาจารย์ กูรูที่เชี่ยวชาญในธุรกิจ Retail และทีมงานของเซ็นทรัลพัฒนาที่มาร่วมให้ความรู้ในคลาสเรียนผู้เรียนจะต้องคิดค้นสินค้าคอนเซปต์หรือแบรนด์ใหม่ ๆ เพื่อทดลองเปิดขายจริงใน Pop-Up event ในพื้นที่ Prime Location ที่ศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนา
คุณวิวสร้างแบรนด์ใหม่ระหว่างเรียน คือแบรนด์ “Really Yo” โยเกิร์ต Soft Serve (มีแผนจะพัฒนาเป็นโยเกิร์ตปั่น) เป้าหมายเพื่อสำรวจตลาดใหม่ ๆ โอกาสความเป็นไปได้ทางธุรกิจ และศึกษาพฤติกรรมลูกค้า
นอกจากยอดขายจะประสบความสำเร็จ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คุณวิวบอกว่า เมื่อเธอลองเดินออกจาก Comfort Zone จากธุรกิจหลักอย่างชาเย็น ลองสร้างแบรนด์ใหม่ ๆ ทำให้เธอได้เรียนรู้พฤติกรรมลูกค้าเครื่องดื่มพรีเมียม และเห็นโอกาสต่อยอดไปยังธุรกิจนี้ ที่อนาคตอันใกล้อาจเป็น Business driver ตัวใหม่ ที่ช่วยสร้างธุรกิจของเธอให้เติบโตไปพร้อม ๆ กับธุรกิจหลัก
คุณวิว มี Passion ในการ Scale Up ธุรกิจให้เติบโต ที่ไม่ได้จำกัดแค่ “ชาเย็น”
เธอตั้งใจจะใช้ประสบการณ์ในธุรกิจและความรู้ที่ได้จากการเรียนในหลักสูตร LEAD มาต่อยอดขยายไปยังธุรกิจอื่นๆต่อไป
เธอตั้งใจจะใช้ประสบการณ์ในธุรกิจและความรู้ที่ได้จากการเรียนในหลักสูตร LEAD มาต่อยอดขยายไปยังธุรกิจอื่นๆต่อไป
มาถึงอีกแบรนด์ที่กลุ่มเด็ก ๆ และสาว ๆ ต่างหลงรักใน Character ตัวการ์ตูนที่ไม่เหมือนใคร
นั่นคือ Daddy and The Muscle Academy หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Daddy แบรนด์สินค้า Lifestyle ที่เกิดจาก Passion ของคุณลูกศร ที่ฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ทำให้เธอตัดสินใจออกจากงานประจำ และได้รวมตัวกับเพื่อนสนิท ที่เริ่มต้นจากการขายสินค้าออนไลน์ ด้วยความฝันที่ต้องการหาเงินเพื่อไปท่องเที่ยวเท่านั้น

จนมาถึงวันที่เธอเก็บเงินได้ตามฝัน มาถึง “จุดเปลี่ยน” เมื่อเธอและเพื่อน ๆ ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นและได้เจอร้าน Gift Shop สไตล์วินเทจที่เธอชื่นชอบมาก ๆ พร้อมกับตกผลึกทางความคิดธุรกิจ
“เมื่อพวกเราชอบ คนอื่น ๆ ก็น่าจะชอบ และในประเทศไทยยังไม่มีร้านสไตล์นี้”
ด้วยการที่เธอเรียนจบปริญญาตรี ด้านแฟชั่นดิไซน์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเคยทำงานให้กับแบรนด์แฟชั่นชื่อดัง ทักษะที่ติดตัวมาคือ การออกแบบ และความคิดสร้างสรรค์
เธอได้สังเกตว่าเพื่อนที่ร่วมธุรกิจแต่ละคนมี Character ต่างกันจึงหยิบมาสร้าง Storytelling เป็น ตัวการ์ตูนน่ารักที่ถูกออกแบบเพื่อผลิตสินค้าใหม่ๆได้อย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยเหล่านี้เองทำให้ธุรกิจของเธอเติบโตก้าวกระโดด สร้างรายได้ในปี 2568 กว่า 100 ล้านบาท
โดยปัจจุบัน Daddy มี 4 สาขา และในปีนี้มีแผนขยายสาขาใหม่ไปยัง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และ เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส
โดยปัจจุบัน Daddy มี 4 สาขา และในปีนี้มีแผนขยายสาขาใหม่ไปยัง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และ เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส
คุณลูกศรเล่าว่า เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านี้มาจากการที่เธอมีทีมงานที่แข็งแกร่งในทุก ๆ ระบบของธุรกิจ ทั้งฝ่ายการเงิน, ฝ่ายพัฒนาสินค้า และอื่น ๆ ขณะที่ตัวเธอเองอยากพัฒนาตัวเองให้เป็น CEO บริษัทที่มีความคิดคมกริบ วิเคราะห์ธุรกิจและพฤติกรรมลูกค้าได้แม่นยำ และตัดสินใจได้ดีทั้งการขยายสาขาและวิธี Scale Up ธุรกิจให้เติบโต
จนได้เมาเรียนหลักสูตร LEAD
คุณลูกศรเล่าว่า ในช่วงที่เรียนนั้นได้รับโจทย์ให้คิดสิ้งใหม่ สำหรับงาน Pop-Up Event ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล เธอเลือกที่จะคิดค้นแบรนด์ใหม่ โดยนำ Framework ที่ได้จากการเรียนมาต่อยอดสิ่งที่มีให้แข็งแรง
คุณลูกศรเล่าว่า ในช่วงที่เรียนนั้นได้รับโจทย์ให้คิดสิ้งใหม่ สำหรับงาน Pop-Up Event ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล เธอเลือกที่จะคิดค้นแบรนด์ใหม่ โดยนำ Framework ที่ได้จากการเรียนมาต่อยอดสิ่งที่มีให้แข็งแรง
โดยในงาน Pop-Up Event เธอได้คิดแบรนด์ใหม่ชื่อ The Curated Obj. สินค้ากลุ่ม Living Lifestyle ซึ่งมาจาก Passion ที่เธอชอบแต่งบ้าน โดยในเวลาแค่ 1 เดือน เธอคิดค้นสินค้าเกือบ 200 SKUs
จะเห็นว่าเธอใช้จุดแข็งที่สุดของแบรนด์ นั่นคือ Character ตัวการ์ตูนเพื่อไปต่อยอดเป็นสินค้า Category อื่น ๆ มากมาย ที่ช่วยเพิ่มทั้งมูลค่าสินค้าและสร้างแรงดึงดูดความสนใจ
ที่น่าสนใจเมื่อขยายสินค้าหลากหลาย โอกาสในการขายก็มากขึ้น ที่จะตอบสนองทุกพฤติกรรมการซื้อของลูกค้า ในหลากหลายโอกาศ จับกลุ่มลูกค้าทั้ง GEN Z, GEN Y และกลุ่มนักท่องเที่ยว
ถือเป็นแต้มต่อในการ Scale Up ที่นอกจากจะขยายไปยังสินค้า Category ใหม่ ๆ ได้ง่ายแล้วนั้น
ยังรวมไปถึงการขยายสาขา ที่จะหาโลเคชันที่เหมาะกับสินค้าตัวเองที่มีมากมาย
เช่น หากเปิดสาขาใหม่ในพื้นที่วัยรุ่น ก็จะเน้นขายสินค้า เครื่องประดับ, Gift Shops เป็นต้น
ยังรวมไปถึงการขยายสาขา ที่จะหาโลเคชันที่เหมาะกับสินค้าตัวเองที่มีมากมาย
เช่น หากเปิดสาขาใหม่ในพื้นที่วัยรุ่น ก็จะเน้นขายสินค้า เครื่องประดับ, Gift Shops เป็นต้น
คุณลูกศรเล่าว่า ความประทับใจจากหลักสูตร LEAD คือการได้สร้าง “คอนเน็กชัน” เพื่อนใหม่ ๆ ในวงการ Retail ที่มีแนวคิด และเป้าหมายไปในทางเดียวกัน ทำให้ได้เติมไฟในการทำธุรกิจได้อย่างดี รวมถึงช่วยกันสนับสนุน แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ในการทำธุรกิจร่วมกัน
และที่สำคัญ หลักสูตร LEAD เป็นหลักสูตรเดียวในประเทศไทย ที่ทำให้ผู้ประกอบการคิดสิ่งใหม่ และได้ทดลองทำทันที ในพื้นที่ศูนย์การค้าอันดับหนึ่งในประเทศ อย่าง เซ็นทรัลพัฒนา
จะเห็นว่าทั้ง 2 แบรนด์ มีมุมมองในการ Scale Up ธุรกิจแตกต่างกัน
“ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” เลือกจะใช้ Customer Centric ผสานกับความเชี่ยวชาญในธุรกิจเครื่องดื่ม สร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมาเจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียม
Daddy and the Muscle Academy เลือกใช้ Character ตัวการ์ตูนถ่ายทอดเรื่องราวที่แตกต่าง ผ่าน ไปยังสินค้า Category ที่หลากหลาย และสามารถขยายกลุ่มลูกค้ารวมไปถึงการเติบโตผ่านการการขยายสาขา
เพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกัน ให้ธุรกิจนั้นเติบโตไปได้อย่างยั่งยืน
โดยหลักสูตร LEAD by Central Pattana เป็นโครงการที่ร่วมมือกันระหว่าง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ผศ.ปิติพีร์ รวมเมฆ CEO & Founder Aimbition Corp Co., Ltd. ผู้ออกแบบหลักสูตรที่ดำเนินการร่วมกันมาเป็นปีที่ 8

ผศ.ปิติพีร์ รวมเมฆ กล่าวว่า “LEAD คือ หลักสูตร Retail ที่สร้างเพื่อความสำเร็จอย่างยั่งยืนด้วย Retail Success Formula ไม่สามารถหาเรียนจากที่ไหนได้และไม่มีในตำรา ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เล็กหรือแบรนด์ใหญ่
หลักสูตร LEAD ไม่ใช่แค่ช่วยสร้าง Brand แต่ช่วยสร้าง Business Model ที่แข็งแกร่ง เสริมศักยภาพธุรกิจและเติบโตอย่างมีกลยุทธ์ ทำให้ผู้เรียนวางโครงสร้างธุรกิจได้อย่างมีระบบ”
สำหรับใครที่อ่านแล้วเกิดแรงบันดาลใจอยากพัฒนาตัวเองควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจ
หลักสูตร LEAD by Central Pattana ถือเป็นตัวเลือกที่แตกต่างและน่าสนใจเลยทีเดียว
โดยสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 6 เมษายน 2569 เท่านั้น
คลิก https://www.centralpattana.co.th/th/shopping/shopping-update/event/1565/lead8
โดยสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 6 เมษายน 2569 เท่านั้น
คลิก https://www.centralpattana.co.th/th/shopping/shopping-update/event/1565/lead8