สรุปธุรกิจ Grab ปีนี้ เปิดตัว “Group Ride” ฟีเชอร์ใหม่ เรียกรถเป็นกลุ่ม แต่แยกจ่ายรายคนได้

สรุปธุรกิจ Grab ปีนี้ เปิดตัว “Group Ride” ฟีเชอร์ใหม่ เรียกรถเป็นกลุ่ม แต่แยกจ่ายรายคนได้

24 มี.ค. 2026
- ล่าสุด Grab ประเทศไทย ได้จัดงานแถลงข่าว Grab Business Direction 2026 เพื่อเปิดเผยทิศทางการทำธุรกิจในประเทศไทย ในปี 2026 นี้
แล้วจะมีรายละเอียดอะไรน่าสนใจบ้าง ? MarketThink สรุปให้อ่านในโพสต์นี้
1. ภาพรวมของเศรษฐกิจดิจิทัล และ Food Delivery ในประเทศไทย
ปี 2025 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทย มีมูลค่าสูงถึง 1.78 ล้านล้านบาท เติบโตมากถึง 16% ตามข้อมูลของ Google, Temasek และ Bain & Company
ในขณะที่หากนับเฉพาะตลาด Food Delivery ในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว จะมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 162,000 ล้านบาท เติบโตมากถึง 22%
และนับว่าเป็นตลาด Food Delivery ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากประเทศอินโดนีเซีย แม้ว่าไทยจะมีประชากรน้อยกว่ามากก็ตาม
โดยคาดว่า ตลาด Food Delivery ของไทยจะแซงอินโดนีเซียได้ ภายในระยะเวลา 2 ปีนับจากนี้
ในแง่ของส่วนแบ่งทางการตลาดของแพลตฟอร์ม Food Delivery ในประเทศไทย ในปี 2025 มีดังนี้
- อันดับ 1 Grab คิดเป็นสัดส่วน 47%
- อันดับ 2 LINE MAN คิดเป็นสัดส่วน 41%
- อันดับ 3 ShopeeFood คิดเป็นสัดส่วน 10%
- อันดับ 4 foodpanda คิดเป็นสัดส่วน 2% (ปัจจุบันปิดให้บริการไปแล้ว)
2. สถิติที่น่าสนใจตลอดทั้งปี 2025 ของ Grab ประเทศไทย
ในมุมของผู้ใช้งานทั่วไป
- ความถี่ของออร์เดอร์ทุกประเภทบน Grab เติบโตขึ้น 19%
- การใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนของผู้ใช้งาน เพิ่มขึ้น 8%
- จำนวนผู้ใช้งานรายวัน เพิ่มขึ้น 37%
และในมุมของไรเดอร์และอาหารบนแพลตฟอร์ม
- ในปี 2025 Grab มี Active Rider เพิ่มขึ้น 52%
- จำนวน Active Merchant หรือร้านอาหารที่มียอดขายจริงบนแพลตฟอร์มในแต่ละเดือน เพิ่มขึ้น 13.5%
นอกจากนี้ ยังมีสถิติที่น่าสนใจ แยกตามประเภทบริการของ Grab เช่น
- ปีที่แล้ว GrabCar Saver และ GrabBike Saver เติบโตขึ้น 250%
- ตัวเลือก Saver Delivery เติบโต 77% ในปีที่แล้ว
- บริการ Premium Rides และ Airport Rides เติบโตกว่า 90%
3. สถิติของ GrabFood ในช่วงโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เมื่อสิ้นปี 2025
- มีร้านอาหารบนแพลตฟอร์มเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส จำนวนกว่า 30,000 ร้าน
- ยอดขายของร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส เติบโตเฉลี่ย 3 เท่า
- ร้านอรทัย ซูชิวังหลัง คือร้านอาหารบน Grab ที่ทำยอดขายสูงสุด ในช่วงโครงการคนละครึ่งพลัส ด้วยยอดขาย 1.64 ล้านบาท
4. กลยุทธ์ธุรกิจ และการตลาดของ Grab ประเทศไทย ในปี 2026
ในปี 2026 นี้ Grab ประเทศไทย มีกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ และการตลาด ที่น่าสนใจอยู่หลายอย่าง 
แต่โดยหลักแล้ว จะเป็นการสานต่อกลยุทธ์ Barbell Strategy ที่ทำต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยเน้นการสร้างความสมดุลระหว่างการเข้าถึงตลาดแมส ด้วยราคาที่คุ้มค่า 
และการนำเสนอบริการระดับพรีเมียมที่มาพร้อมคุณภาพ เพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง และชาวต่างชาติ
รวมถึงจะมีการขยายฐานไปยังกลุ่มเป้าหมายใน Segment ใหม่ เช่น กลุ่มคนนอนดึก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ชอบดูฟุตบอล ที่พบว่ามีการเติบโตมากกว่าผู้ใช้กลุ่มอื่น และกลุ่มนักเรียนนักศึกษา
ส่วนในด้านฟีเชอร์และบริการใหม่ ที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ ได้แก่
- ฟีเชอร์ Group Ride ที่ต่อยอดมาจาก Group Order 
เป็นฟีเชอร์ที่ทำให้การเรียกรถเพื่อเดินทางเป็นกลุ่ม สะดวกและประหยัดมากยิ่งขึ้น โดยสามารถแยกจ่ายเงินเป็นรายคนได้ โดยไม่ต้องหารเงินเองอีกต่อไป
- ฟีเชอร์ Basket Builder 
เป็นฟีเชอร์ของ GrabMart ที่ทำให้การซื้อสินค้าต่าง ๆ ทำได้สะดวกมากขึ้น จากเดิมที่ต้องกดเลือกสินค้าทีละชิ้นด้วยตัวเอง
แต่ฟีเชอร์ Basket Builder จะช่วยเพิ่มสินค้าใส่ตะกร้าให้อัตโนมัติ ผ่านการพิมพ์ พูด หรือถ่ายภาพ
5. บริการสินเชื่อเงินสด Grab Quick Cash
แต่ที่น่าสนใจที่สุดคือ ในปีนี้ Grab ได้ทดลองเปิดตัวสินเชื่อเงินสด Grab Quick Cash เป็นการให้บริการสินเชื่อกับกลุ่มบุคคลทั่วไปเป็นครั้งแรก
โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นคนที่ต้องการนำเงินทุนไปประกอบอาชีพ ด้วยวงเงินสูงสุด 20,000 บาท และผ่อนจ่ายได้สูงสุด 6 เดือน
ซึ่ง Grab ระบุว่า จะใช้ระบบ Credit Scoring โดยนำพฤติกรรมของผู้ใช้งานบนแอปพลิเคชัน Grab มาใช้ในการคัดกรอง เช่น
- การใช้บัตรเครดิตบนแอปพลิเคชัน Grab
- การเดินทางไปรับ-ส่งที่สนามบิน ด้วย GrabCar
- พฤติกรรมการเลือกใช้ GrabCar หรือ GrabBike
โดยคาดว่าจะเปิดตัวได้ในช่วงเดือนเมษายนนี้ และมีเงื่อนไขเบื้องต้นคือ 
ผู้ที่จะสามารถกู้เงินได้ ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป มีการใช้งาน Grab มานานมากกว่า 3 เดือน และต้องทำการยืนยันตัวตนผ่านระบบ eKYC ก่อน
ทั้งหมดนี้ คือสถิติและกลยุทธ์ที่น่าสนใจทั้งหมดของ Grab ประเทศไทย ในปี 2026
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.