เจาะเทรนด์ใหม่ “Safety First, Confidence Always” มิติใหม่ที่จะพาธุรกิจฝ่าวิกฤติ พร้อมเติบโตอย่างมั่นคง

เจาะเทรนด์ใหม่ “Safety First, Confidence Always” มิติใหม่ที่จะพาธุรกิจฝ่าวิกฤติ พร้อมเติบโตอย่างมั่นคง

26 มี.ค. 2026
ท่ามกลางสมรภูมิธุรกิจความงามที่ใครต่างก็บอกว่าเป็นเค้กก้อนโตที่หอมหวาน
แต่ในปี 2026 นี้ โจทย์ของเจ้าของธุรกิจคลินิกกลับยากขึ้นกว่าเดิม เพราะไม่ใช่แค่การสู้กันด้วยราคาหรืออัดโปรโมชันดุเดือด แต่คือการรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เพื่อชวนทุกคนมา “พลิกตำรา พาธุรกิจคลินิกความงาม อยู่รอดปลอดภัย พร้อมรับมือทุกวิกฤติ”
เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ผู้นำด้านเวชศาสตร์ความงามระดับโลก จึงเดินหน้าจัดงาน
“Thailand Aesthetics Business Forum (TABF) 2026” ฟอรัมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการธุรกิจความงาม
งานนี้ต้องบอกว่า มากกว่าฟอรัมที่จัดเต็มด้วยความรู้
แต่เป็นพื้นที่รวมพลเหล่า Business Leaders มาถอดรหัสคำว่า “SAFE”
มิติใหม่ที่จะพาธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงภายใต้แนวคิด “Live a Better Look”
ภายในงานมีไฮไลต์อะไรที่น่าสนใจบ้าง
MarketThink เก็บตกมาให้แล้ว
เริ่มต้นด้วยการเปิดมุมมองที่เปลี่ยนจาก Fast Beauty สู่นิยามความงามระดับเซลล์ โดยเภสัชกรหญิงกิตติวรรณ รัตนจันทร์ ผู้บริหารสูงสุด เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย
คุณกิตติวรรณ มองว่า หัวใจสำคัญของปี 2026 คือ การเปลี่ยนชุดความคิดจาก “สวยไว” เป็น “สวยปลอดภัย” หรือ Safe Beauty เพื่อนำไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน สะท้อนผ่านการรันแคมเปญภายใต้แนวคิด “Live a Better Look” ที่จะรันต่อเนื่อง 3 ปี
โดยงานในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในการตอกย้ำความมุ่งมั่นของเมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย
ในการจับมือกับพันธมิตรหลายวงการ เพื่อติดอาวุธผู้ประกอบธุรกิจคลินิกความงามให้สอดคล้องไปกับเทรนด์โลกที่กำลังเข้าสู่การเติบโตด้วย Health and Well-being พร้อมนำเสนอถึงความ “SAFE” ในหลากหลายมิติ เพื่อให้คลินิกความงามสามารถดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ
เริ่มจาก SAFE Lifestyle โดยคุณภัทรศยา เชาว์รัศมีกุล จาก THE STANDARD LIFE
ที่สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจของคนยุคนี้ ซึ่งให้ความสำคัญกับ Longevity หรือการมีอายุยืนยาวแบบมีคุณภาพ
“วันนี้คนไม่ได้อวดแค่ความสวยภายนอก แต่อวดสุขภาพที่ยั่งยืน
ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองที่เน้นการป้องกันก่อนการรักษา”
ที่สำคัญผู้บริโภคยุคใหม่มีความฉลาดเลือก จึงต้องการข้อมูลที่จริงใจ น่าเชื่อถือ มีงานวิจัยรองรับ และมองหาผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด
ซึ่งแบรนด์ที่จะชนะใจคนกลุ่มนี้ได้ ต้องเลิกขายฝันและเปลี่ยนบทบาทมาเป็น “เพื่อนคู่คิด”
ที่พร้อมดูแลกันในระยะยาว
ในมิติของ SAFE Business ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
ชี้ให้เห็นมูลค่าของอุตสาหกรรม Wellness ทั่วโลกที่พุ่งสูงถึง 220 ล้านล้านบาท
โดยมีสัดส่วนของ Beauty เป็นเค้กก้อนใหญ่ที่สุดถึง 20%
โอกาสของไทยที่จะก้าวสู่การเป็น Wellness Tourism นั้นจึงเปิดกว้างมาก
แต่การจะคว้าโอกาสนี้ต้องปรับกลยุทธ์ จากความสัมพันธ์แบบครั้งเดียวทิ้ง (One-time)
ให้กลายเป็นความสัมพันธ์ตลอดชีวิต (Lifetime) ผ่านการสร้างพันธมิตรที่เหมาะสม
อีกทั้งยังมีการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในฐานะเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ (Be Invent)
มากกว่าการใช้ตามกระแส โดยไม่ทิ้งประสบการณ์การวินิจฉัยของแพทย์
ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญที่ AI ทดแทนไม่ได้
นอกจากนี้ยังมองว่าธุรกิจสุขภาพในอนาคตจะไม่ใช่แค่การรักษาโรค
แต่คือการสร้าง Ecosystem ของ Wellness ที่สมบูรณ์แบบ
หัวใจสำคัญคือการยึดถือมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพเป็นที่ตั้ง
เพื่อให้สามารถทำราคาแบบ Premium ได้โดยไม่ต้องลงไปเล่นสงครามราคากับใคร
ดร.อาทิรัตน์ ยังย้ำด้วยว่า ผู้ประกอบการยุคนี้ต้องมี Growth Mindset
และทำให้พนักงานมีความรู้สึกเป็นเจ้าของ (Ownership) ที่อยากจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไข้จริง ๆ ควบคู่ไปกับการหาจุดยืนที่แตกต่าง เพื่อสร้างคุณค่าที่ลูกค้าเต็มใจจะจ่ายเพื่อแลกกับความมั่นใจ
มาถึง SAFE Customer คุณชวนล ไคสิริ จากแบรนด์ POEM สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการสร้าง Core Identity ให้แข็งแกร่ง เพื่อก้าวข้ามทุกกระแสเทรนด์
คุณชวนล มองว่าความงามคือปัจจัยพื้นฐานทางจิตวิทยาที่มอบความมั่นใจและ Empower ผู้คน
ดังนั้น หนึ่งในกุญแจที่นำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนจากประสบการณ์ 20 ปีในวงการแฟชั่น ไม่ใช่เพราะวิ่งตามเทรนด์ แต่คือการค้นหา Core Identity ของตัวเองให้เจอ
“การเป็น Trendsetter ที่มีตัวตนชัดเจนจะช่วยสร้างกลุ่ม Community ที่เชื่อในคุณค่าเดียวกัน
นำไปสู่ความไว้วางใจ (Brand Trust) ที่มั่นคงกว่าเดิม”
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญ คือ การมุ่งสร้าง Brand Culture มากกว่าแค่ยอดขาย
คุณชวนล อธิบายว่า POEM คือ แบรนด์ที่ผู้หญิงนึกถึง และเชื่อมั่นที่จะใส่ในโอกาสสำคัญของชีวิต
สิ่งนี้สะท้อนถึง Brand Culture ของ POEM ที่แตกต่าง และเป็นสิ่งที่แบรนด์มองว่าสำคัญ
แม้หากวิเคราะห์ในเชิงการตลาด การเป็นแบรนด์ที่ผู้คนสวมใส่ในชีวิตประจำวัน
จะมีโอกาสสร้างยอดขายให้กับแบรนด์ได้ดีกว่าก็ตาม
ดังนั้น นี่จึงเป็นโจทย์ของเจ้าของคลินิกในยุคนี้ จะทำอย่างไร เพื่อปรับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้ให้บริการ มาเป็นเพื่อนคู่คิดที่ไว้ใจได้ ที่เข้าใจว่าความงามในอุดมคติของลูกค้าแต่ละคน มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน
“สิ่งสำคัญคืออย่าเป็นเพียง Trend Follower ที่วิ่งตามคนอื่น แต่ต้องเป็น Trendsetter ที่สร้าง Key Message ของตัวเองให้ชัดเจน”
ปิดท้ายด้วย SAFE Finance โดย คุณรัตตินาถ แจ่มโสภณ Head of Global Markets Products Development and Financial Product Sales และคุณพิสิฐ ภาพปัญญาพร Head of Global Markets Sales สองผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน จากธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ttb
ได้สะท้อนภาพเศรษฐกิจปี 2026 ว่าเศรษฐกิจโลกและไทยเดินเข้าสู่โหมด “ผันผวนและเปราะบาง” จากปัจจัยลบทั้งสงครามการค้าและภูมิรัฐศาสตร์
ประกอบกับหนี้ครัวเรือนไทยที่แตะระดับ 90% ของ GDP จนฉุดกำลังซื้อในประเทศ ท่ามกลางทิศทางดอกเบี้ยขาลง
แต่ในวิกฤติยังมีโอกาสเสมอ โดยเฉพาะ “ธุรกิจความงาม” ที่เติบโตสวนกระแส เฉลี่ย 5% ต่อปี
ด้วยมูลค่าตลาดกว่า 75,000 ล้านบาท
สะท้อนให้เห็นว่า “การดูแลตัวเอง” กลายเป็นความต้องการพื้นฐาน
ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร คนไทยก็ยังพร้อมที่จะใช้จ่าย โดยเฉพาะในกลุ่มคลินิก และสถานเสริมความงามที่มีสัดส่วนลูกค้าไทยสูงถึง 85%
อีกทั้ง ttb ยังเผยอินไซต์น่าสนใจว่า ผู้บริโภคยุคนี้แพ้ทางโปรโมชัน “ผ่อน 0% 10 เดือน” มากกว่าการลดราคาเพียงเล็กน้อย ซึ่งเจ้าของธุรกิจสามารถนำไปปรับใช้ในการทำโปรโมชันเพื่อปิดการขายได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการคลินิกความงามอยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ttb ได้พัฒนาโซลูชันครบวงจรสำหรับการบริหารจัดการธุรกิจด้านการเงิน โดยเริ่มจาก ttb business one ธนาคารดิจิทัลเพื่อโลกธุรกิจ ครบ จบ ทุกธุรกรรมการเงิน โอน-รับ-จ่าย ครอบคลุมทั้งธุรกรรมในประเทศและต่างประเทศในแพลตฟอร์มเดียว
สำหรับการบริหารทรัพยากรบุคคล ธนาคารมี ttb total HR solution โซลูชันที่เป็นมากกว่าระบบการจ่ายเงินเดือน แต่คือการสร้างชีวิตทางการเงินของพนักงานให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน เพื่อช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการ เพิ่มแรงจูงใจให้พนักงานอยู่กับบริษัทได้นานขึ้น
ในส่วนของการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ทางผู้เชี่ยวชาญของ ttb ได้แนะนำ บัญชี ttb multi-currency account เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่มีการค้าขายกับคู่ค้าต่างประเทศ เพราะสามารถบริหารจัดการได้ถึง 11 สกุลเงินในบัญชีเดียว
อีกทั้งยังแนะนำให้ผู้ประกอบการใช้สกุลเงินท้องถิ่นของคู่ค้า แทนการใช้ USD ที่มีความผันผวนสูงกว่า
ในด้านการบริหารความมั่งคั่งส่วนบุคคลของเจ้าของกิจการ ธนาคารยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้าง Financial Wellness ในระยะยาว ด้วยแนวคิด “Wellness Solution Portfolio” ที่มุ่งเน้นการบริหารพอร์ตที่สมดุล ปลอดภัย และคุ้มครองเงินต้น แทนที่จะมุ่งแต่ผลตอบแทนสูงสุด
โดยผู้ลงทุนควรกระจายการลงทุนไปสู่ระดับความเสี่ยงปานกลางที่สร้างสมดุลให้พอร์ตได้ดีขึ้น แม้ดอกเบี้ยเงินฝากบาทจะต่ำไม่ถึง 1% แต่ยังมีทางเลือกอื่น เช่น การฝากเงินสกุลดอลลาร์ที่อาจให้ดอกเบี้ยสูงถึง 3-5%
ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำเป็นพิเศษคือ Structured Notes หรือหุ้นกู้อนุพันธ์ ซึ่งเป็นลูกผสมระหว่างหุ้นกู้กับตราสารอนุพันธ์ ออกแบบและปรับแต่งได้ตามระดับความเสี่ยงของลูกค้า ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากในขณะที่ยังคงมีการคุ้มครองเงินต้น
ทั้งหมดนี้ คือไฮไลต์ที่น่าสนใจจากงาน “Thailand Aesthetics Business Forum (TABF) 2026”
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางบททดสอบเศรษฐกิจไทยแบบ “เผาจริง” ในปี 2026
ทางรอดของธุรกิจคลินิกความงามไม่ใช่การหั่นราคาหรือวิ่งตามเทรนด์ที่มาไวไปไว
แต่คือการสร้างระบบนิเวศ “SAFE” ที่ครบวงจร ตั้งแต่การเน้นความงามที่ปลอดภัยและยั่งยืน การสร้างตัวตนให้เป็นเพื่อนคู่คิดที่ลูกค้าวางใจ ไปจนถึงการบริหารจัดการการเงินที่ชาญฉลาดเพื่อปิดความเสี่ยง
เพราะผู้ชนะที่แท้จริงในยุคนี้ คือแบรนด์ที่มอบ “ความสบายใจ” ให้ลูกค้า
พร้อมสร้าง “ความมั่นคง” ให้กระแสเงินสดของตัวเองได้พร้อมกัน
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.