
Makro เดินเกมใหม่ในยุค E-Commerce จับมือ MILLI เจาะตลาดลูกค้า Young Gen
27 มี.ค. 2026
ถ้าพูดถึง “Makro” ภาพจำแรกของใครหลายคนน่าจะเป็นศูนย์ค้าส่งขนาดใหญ่สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารและโชห่วย
แต่ในวันที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ วงการค้าปลีกไทยก็ไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่อง “สาขา” หรือ “ราคา” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
เพราะวันนี้ ธุรกิจค้าปลีกกำลังขยับเข้าสู่การแข่งขันอีกแบบ นั่นก็คือ การแข่งขันด้วยเทคโนโลยี แพลตฟอร์ม และประสบการณ์การซื้อที่ไร้รอยต่อผ่าน Omnichannel ที่หลากหลาย ซึ่งพร้อมรองรับการเติบโตได้จากทั้งกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) และลูกค้าทั่วไป (B2C)
ข้อมูลที่น่าสนใจก็คือ ปัจจุบัน E-Commerce มียอดขายสูงถึง 27% ของตลาดค้าปลีกไทย
และตัวเลขอาจเพิ่มเป็น 32% ภายในปี 2573
และตัวเลขอาจเพิ่มเป็น 32% ภายในปี 2573
เมื่อตลาดกำลังเปลี่ยนไป คำถามสำคัญก็คือ “ใครจะปรับตัวได้เร็วกว่า”
คำตอบจาก CP AXTRA ก็คือ การพา Makro ก้าวข้ามจากค้าส่งแบบดั้งเดิม
สู่การขายผ่าน Omnichannel อย่างเต็มตัว
สู่การขายผ่าน Omnichannel อย่างเต็มตัว
หนึ่งในสิ่งที่ชัดที่สุดในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ก็คือ ความสำเร็จของแอปพลิเคชัน Makro PRO
ล่าสุด Makro PRO ได้รับการจัดอันดับจาก Euromonitor International ให้เป็นแพลตฟอร์ม E-Commerce สัญชาติไทยอันดับ 1
ไม่เพียงเท่านั้น Makro PRO ยังครองอันดับ 1 ของไทย ในด้าน ยอดขายแบบ First-Party (1P) อีกด้วย
ซึ่งโมเดล First-Party นี้ก็คือ รูปแบบที่แพลตฟอร์มเป็นผู้จัดซื้อสินค้าเอง บริหารสต๊อกสินค้าเอง และดูแลกระบวนการจัดส่งเองโดยตรง
ซึ่งโมเดล First-Party นี้ก็คือ รูปแบบที่แพลตฟอร์มเป็นผู้จัดซื้อสินค้าเอง บริหารสต๊อกสินค้าเอง และดูแลกระบวนการจัดส่งเองโดยตรง
ข้อดีคือ ช่วยให้แบรนด์ควบคุมคุณภาพสินค้าได้อย่างใกล้ชิด สร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้าได้มากขึ้น และรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ลึกยิ่งขึ้นกว่าเดิม
จะเห็นได้ว่า Makro มีโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านจำนวนสาขา และเทคโนโลยีหลังบ้านที่แข็งแรงอยู่แล้ว
แต่โจทย์ต่อไปก็คือ “จะเข้าไปอยู่ในใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร”
แต่โจทย์ต่อไปก็คือ “จะเข้าไปอยู่ในใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร”
จุดที่น่าสนใจก็คือ Makro มองเห็นว่าผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Young Gen
ไม่ได้เป็นเพียงแค่นักช็อปอีกต่อไป แต่ต้องบริหารทั้งงานและชีวิตไปพร้อมกัน
ไม่ได้เป็นเพียงแค่นักช็อปอีกต่อไป แต่ต้องบริหารทั้งงานและชีวิตไปพร้อมกัน
นี่จึงเป็นที่มาของแคมเปญ “Live Like a PRO”
ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ก็สามารถ “ใช้ชีวิตอย่างโปร” ได้ ไม่ว่าจะช้อปปิ้ง หรือทำงาน ทุกอย่างทำได้อย่างมีประสิทธิภาพแบบ “โปร” ในทุกวัน
และเพื่อทำให้ข้อความนี้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ชัดขึ้น Makro จึงเลือก MILLI มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแคมเปญ

การเลือก MILLI จึงไม่ได้มีความหมายแค่ในเชิงชื่อเสียงหรือฐานแฟนคลับ
แต่เธอยังเป็นภาพแทนของคนรุ่นใหม่ที่มีความมั่นใจ มีความคิดสร้างสรรค์ และมีสิ่งที่เรียกว่า “PRO Mindset” ที่ไม่ได้กำหนดด้วยอาชีพ แต่อยู่ที่ทัศนคติและวิธีใช้ชีวิต
ยิ่งไปกว่านั้น MILLI ยังมีส่วนร่วมในการแต่งเนื้อเพลงธีมของแคมเปญด้วย
ทำให้การสื่อสารครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกพรีเซนเตอร์
แต่เป็นการเลือก “ภาษา” ที่จะใช้คุยกับคนรุ่นเดียวกันอย่างตรงจริต
แต่เป็นการเลือก “ภาษา” ที่จะใช้คุยกับคนรุ่นเดียวกันอย่างตรงจริต
อีกจุดที่น่าสนใจของ Makro คือ การทำให้แนวคิด “Live Like a PRO” ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในคำโฆษณา
แต่ถูกแปลงให้เป็นประสบการณ์ใช้งานจริง ผ่านโครงสร้าง Omnichannel ที่มีหลากหลายช่องทางการขายเพื่อเชื่อมจุดแข็งของ Makro และ Makro PRO เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น
- จำนวนสาขาที่คลอมคลุมทั่วประเทศ
- ครบครันด้วยสินค้าคุณภาพ ทั้งแบบชิ้นและยกแพ็ค
- แบรนด์สินค้าหลากหลาย รวมถึงแบรนด์เอกซ์คลูซิฟของ Makro สินค้าท้องถิ่น และสินค้านำเข้า
- ระบบโลจิสติกส์ทันสมัยแบบเรียลไทม์
- ครบครันด้วยสินค้าคุณภาพ ทั้งแบบชิ้นและยกแพ็ค
- แบรนด์สินค้าหลากหลาย รวมถึงแบรนด์เอกซ์คลูซิฟของ Makro สินค้าท้องถิ่น และสินค้านำเข้า
- ระบบโลจิสติกส์ทันสมัยแบบเรียลไทม์
ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเข้าใจความต้องการของคนยุคใหม่ นั่นก็คือ “เวลา”
โดยตัวอย่างบริการที่ตอบโจทย์ชัดเจน เช่น
โดยตัวอย่างบริการที่ตอบโจทย์ชัดเจน เช่น
- บริการส่งด่วนภายใน 3 ชั่วโมง
- บริการส่งช่วงเช้า สำหรับคนที่สั่งของก่อน 5 ทุ่ม
- บริการจัดส่งในวันถัดไป
- ตัวเลือกเวลาจัดส่งที่ลูกค้ากำหนดเองได้
- บริการส่งช่วงเช้า สำหรับคนที่สั่งของก่อน 5 ทุ่ม
- บริการจัดส่งในวันถัดไป
- ตัวเลือกเวลาจัดส่งที่ลูกค้ากำหนดเองได้
สิ่งเหล่านี้ทำให้ Makro PRO ไม่ได้เป็นแค่แอปพลิเคชันสั่งของ แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ลูกค้าทั้ง B2B และ B2C บริหารชีวิตและธุรกิจได้มีประสิทธิมากภาพขึ้น
พูดอีกแบบคือ ไม่ได้ช่วยแค่ “ซื้อของได้ง่ายขึ้น” แต่ช่วยให้ “Live Like a PRO” ใช้ชีวิตได้โปรยิ่งขึ้นตามคอนเซ็ปที่บอกเอาไว้จริง ๆ

อ่านมาถึงตรงนี้จะเห็นว่า สิ่งที่ Makro กำลังทำในวันนี้ ไม่ใช่แค่การขยายจากค้าส่งไปสู่ออนไลน์
แต่คือการต่อยอดจากเครือข่ายสาขาค้าส่งขนาดใหญ่ ด้วยการเชื่อมโลกออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกที่ ทุกเวลา และสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อในทุกจังหวะของชีวติ
และในโลกที่พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ นี่อาจไม่ใช่แค่การปรับตัว
แต่อาจเป็นการเดินเกมระยะยาวของ Makro ที่จะครองใจคนรุ่นใหม่กับไลฟ์สไตล์ชีวิตที่เปลี่ยนไปนั่นเอง
แต่อาจเป็นการเดินเกมระยะยาวของ Makro ที่จะครองใจคนรุ่นใหม่กับไลฟ์สไตล์ชีวิตที่เปลี่ยนไปนั่นเอง
สำหรับผู้ใช้งานใหม่ที่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Makro PRO ผ่าน App Store หรือ Google Play
Makro มีโปรโมชันพิเศษในช่วงวันที่ 18 มีนาคม - 30 เมษายน 2569 ได้แก่
Makro มีโปรโมชันพิเศษในช่วงวันที่ 18 มีนาคม - 30 เมษายน 2569 ได้แก่
- บริการจัดส่งฟรีทั่วประเทศ เมื่อช็อปขั้นต่ำ 500 บาท สำหรับบริการส่งด่วนใน 3 ชั่วโมง
- รับส่วนลด 50 บาท เมื่อช็อปขั้นต่ำ 1,000 บาท
- ใช้ 1 คะแนน Makro PRO แลกซื้อสินค้าที่ร่วมรายการได้ในราคาเพียง 1 บาท
- รับส่วนลด 50 บาท เมื่อช็อปขั้นต่ำ 1,000 บาท
- ใช้ 1 คะแนน Makro PRO แลกซื้อสินค้าที่ร่วมรายการได้ในราคาเพียง 1 บาท
#CPAXTRA #ซีพีแอ็กซ์ตร้า #CPAXT #Makro #MakroPRO #LiveLikeAPRO #ชีวิตอย่างโปร
อ้างอิง :
- ข่าวประชาสัมพันธ์จาก CP AXTRA
- https://www.cpaxtra.com/th/newsroom/news/675/makro-pro-euromonitor-international
- ข่าวประชาสัมพันธ์จาก CP AXTRA
- https://www.cpaxtra.com/th/newsroom/news/675/makro-pro-euromonitor-international