
สรุปไฮไลต์ Manufacturing Expo 2026 งานเดียวที่รวมคำตอบของโรงงานยุคใหม่
12 มิ.ย. 2026
เกมของภาคการผลิตไทยกำลังเปลี่ยนไป จากการแข่งขันด้วยต้นทุนและกำลังการผลิต ไปสู่การแข่งขันด้วยประสิทธิภาพ เทคโนโลยี ข้อมูล พลังงาน และความยั่งยืน
ผู้ประกอบการที่มองเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ก่อน และเลือกลงทุนกับเทคโนโลยีที่เหมาะกับธุรกิจของตัวเองได้เร็วกว่า ก็อาจเป็นกลุ่มที่ปรับตัวได้ดีกว่า ในวันที่อุตสาหกรรมการผลิตต้องแข่งขันกันหนักขึ้น

นี่คือเหตุผลที่ Manufacturing Expo 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 มิถุนายน 2569 กลายเป็นหนึ่งในงานที่น่าจับตาสำหรับผู้ประกอบการภาคการผลิต
เพราะงานนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงเครื่องจักร แต่เป็นพื้นที่รวมเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ช่วยให้โรงงานอัปเกรดตัวเองให้ผลิตได้คุ้มขึ้น ฉลาดขึ้น และแข่งขันได้มากขึ้น
แล้วงาน Manufacturing Expo 2026 มีไฮไลต์อะไรที่น่าสนใจ ?
MarketThink ชวนมาวิเคราะห์ด้วยกัน
MarketThink ชวนมาวิเคราะห์ด้วยกัน
Manufacturing Expo 2026 จัดขึ้นภายใต้ธีม “Innovations that Define All Industries” หรือ “นวัตกรรมที่สร้างนิยามใหม่ให้ทุกการผลิต”
ความน่าสนใจของธีมในปีนี้ คือ การนิยาม “นวัตกรรม” ในภาคการผลิตในมุมผู้ผลิต ที่ไม่ได้หมายถึงเทคโนโลยีที่ดูหวือหวาเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจดีขึ้นในเชิงปฏิบัติจริง
ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุน ลดการใช้พลังงาน ลดของเสีย เพิ่มความแม่นยำ เพิ่มกำลังการผลิต หรือทำให้ผู้ประกอบการมองเห็นข้อมูลของโรงงานได้ชัดขึ้น

เพราะสำหรับเจ้าของโรงงาน สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ว่าเครื่องจักรใหม่แค่ไหน แต่คือเครื่องจักรและเทคโนโลยีนั้น ช่วยให้ธุรกิจ “คุ้มขึ้น” ได้อย่างไร
ดังนั้น Manufacturing Expo 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงเครื่องจักร แต่เป็นพื้นที่ที่รวบรวมคำตอบให้กับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาวิธีอัปเกรดโรงงานของตัวเองให้แข่งขันได้มากขึ้น
โดยปีนี้ อาร์เอ็กซ์ ไบเทค ผู้จัดงาน ตั้งใจเนรมิตพื้นที่กว่า 45,000 ตารางเมตร
เพื่อรวบรวมนวัตกรรมใหม่ล่าสุดกว่า 2,000 แบรนด์ จาก 30 ประเทศ
พร้อม 29 พาวิลเลียนนานาชาติจากเกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และไต้หวัน
เพื่อรวบรวมนวัตกรรมใหม่ล่าสุดกว่า 2,000 แบรนด์ จาก 30 ประเทศ
พร้อม 29 พาวิลเลียนนานาชาติจากเกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และไต้หวัน
นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับงาน AMTS ซึ่งจัดโดย RX ในจีน เพื่อนำผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้านการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เจ้าของแบรนด์ชั้นนำจากเยอรมนี อังกฤษ และจีน มาร่วมนำเสนอเทคโนโลยีระดับโลกให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงได้ ผ่านส่วนแสดงพิเศษ AMTS Pavilion

สิ่งที่น่าสนใจคือ ความครอบคลุมของงานไม่ได้อยู่แค่การรวมเทคโนโลยีหลายหมวดไว้ในพื้นที่เดียว
แต่ยังอยู่ที่การหยิบ “นวัตกรรมเด่น” จากแต่ละอุตสาหกรรมมาให้ผู้ประกอบการเห็นภาพชัดขึ้นว่า เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยยกระดับโรงงานได้อย่างไรในทางปฏิบัติ
แต่ยังอยู่ที่การหยิบ “นวัตกรรมเด่น” จากแต่ละอุตสาหกรรมมาให้ผู้ประกอบการเห็นภาพชัดขึ้นว่า เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยยกระดับโรงงานได้อย่างไรในทางปฏิบัติ
- InterPlas Thailand งานด้านเทคโนโลยีการผลิตพลาสติก ที่ปีนี้มีไฮไลต์เป็นเครื่องฉีดพลาสติก precisionMolding ขนาด 500-3,200 kN ระบบ All-Electric อิมพอร์ตจากเยอรมนี โดย KraussMaffei Machinery (China)
จุดเด่นคือความแม่นยำและการประหยัดพลังงาน พร้อมเทคโนโลยี MuCell Micro-Foaming ที่ช่วยลดน้ำหนักชิ้นงาน สนับสนุนแนวทางยานยนต์น้ำหนักเบา การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่
นอกจากนี้ ยังตอบโจทย์อุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการทั้งความแม่นยำและคุณภาพของชิ้นงานในระดับสูง
- InterMold Thailand งานด้านแม่พิมพ์และเครื่องมือการผลิต มีเครื่องตัดลวดและแปรรูปโลหะด้วยไฟฟ้า หรือ Wire-cut EDM ซีรีส์ Wire-cut EDM AL i Groove+ Edition series โดย SODICK (THAILAND)
เครื่องรุ่นนี้เน้นประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงานและการยกระดับผลผลิต
โดยสามารถลดการใช้พลังงานลงได้สูงสุดถึง 50% และเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น 20% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ด้วยระบบอินเวอร์เตอร์เต็มรูปแบบ
โดยสามารถลดการใช้พลังงานลงได้สูงสุดถึง 50% และเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น 20% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ด้วยระบบอินเวอร์เตอร์เต็มรูปแบบ
- Automotive Manufacturing งานด้านอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์
ปีนี้มีโซลูชันการผลิตอัจฉริยะจาก TOX® จากเยอรมนี โดย SUZHOU TOX PRESSOTECHNIK ในส่วนแสดงพิเศษ AMTS Pavilion
ปีนี้มีโซลูชันการผลิตอัจฉริยะจาก TOX® จากเยอรมนี โดย SUZHOU TOX PRESSOTECHNIK ในส่วนแสดงพิเศษ AMTS Pavilion
โซลูชันนี้ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบการผลิต การติดตั้ง การปรับแต่งระบบ การฝึกอบรม และบริการหลังการขาย สำหรับเครื่องจักร รวมถึงสายการผลิตอย่างครบวงจร

จึงเหมาะกับผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ที่ต้องการยกระดับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ เป็นระบบ และรองรับการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่
- Assembly & Automation Technology งานด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
มีไฮไลต์เป็น Free Navigations AGV โดย Creform Yazaki (Thailand) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในไทยกับระบบ AGV อัจฉริยะที่ไม่ต้องใช้เส้นนำทางบนพื้น
ระบบนี้สามารถปรับเส้นทางการวิ่งได้อย่างยืดหยุ่น เหมาะกับโรงงานยุคใหม่ที่มีการเปลี่ยนผังการผลิตอยู่ตลอดเวลา ควบคุมผ่าน iPad พร้อมระบบ LiDAR และเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง
จุดเด่นคือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งภายในโรงงาน และลดข้อจำกัดของระบบลำเลียงแบบเดิม
จุดเด่นคือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งภายในโรงงาน และลดข้อจำกัดของระบบลำเลียงแบบเดิม
- Surface & Coatings งานด้านการเตรียมและเคลือบพื้นผิว มี Pureray XRF Supreme โดย PURERAY INSTRUMENT (THAILAND) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีวิเคราะห์และวัดความหนาของสารเคลือบผิวแบบไม่ทำลายชิ้นงาน สั่งผลิตพิเศษจากสหรัฐอเมริกา
จุดเด่นคือมีความแม่นยำสูง สามารถวิเคราะห์ชั้นเคลือบได้พร้อมกันสูงสุดถึง 10 ชั้น เหมาะสำหรับอุตสาหกรรม Electroplating และ PCB ที่ต้องการความรวดเร็ว ความแม่นยำ และการลดขั้นตอนการเทียบมาตรฐาน
- NEPCON Thailand งานด้านการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ มี SIPLACE V โดย ASMPT SMT SINGAPORE PTE. LTD. เครื่องจับวางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ความเร็วสูง ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องวางชิ้นส่วนระดับท็อปของโลก
เครื่องรุ่นนี้ได้รับการออกแบบใหม่ โดยผสมผสานประสิทธิภาพชั้นนำ ความยืดหยุ่นขั้นสุด และ
ความแม่นยำสูงสุด เข้ากับการรองรับการทำงานร่วมกับไลน์ผลิต SMT เดิมที่มีอยู่ได้อย่างสมบูรณ์
เครื่องรุ่นนี้ได้รับการออกแบบใหม่ โดยผสมผสานประสิทธิภาพชั้นนำ ความยืดหยุ่นขั้นสุด และ
ความแม่นยำสูงสุด เข้ากับการรองรับการทำงานร่วมกับไลน์ผลิต SMT เดิมที่มีอยู่ได้อย่างสมบูรณ์
จึงเหมาะกับผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องรื้อระบบเดิมทั้งหมด

- FacTech งานด้านการบริหารจัดการโรงงานและอาคาร ที่มีโซลูชันจาก SCG เข้ามาช่วยผู้ประกอบการพลิกโฉมโรงงาน โดยทีมผู้เชี่ยวชาญของ SCG จะมาให้คำปรึกษากับผู้ประกอบการโรงงานทุกอุตสาหกรรมด้านระบบหลังคา UPVC
เพราะระบบหลังคาเป็นส่วนสำคัญต่อการจัดการพลังงาน สิ่งแวดล้อม และแม้กระทั่งสุขภาพของพนักงานในโรงงาน
นอกจากนี้ ยังมีระบบโซลาร์เซลล์ ที่ SCG มีสูตรและผู้เชี่ยวชาญช่วยคำนวณให้เจ้าของโรงงานสามารถลดค่าไฟจากการติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้อย่างเหมาะสม
รวมถึง ONNEX by SCG โซลูชันด้านพลังงาน เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโรงงาน และแนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่ Sustainable Factory ที่สามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจได้จริง
เมื่อมองรวมกันทั้ง 7 งานเฉพาะทาง จะเห็นว่า Manufacturing Expo 2026 ไม่ได้นำเสนอเทคโนโลยีแบบแยกส่วน แต่กำลังฉายภาพของโรงงานยุคใหม่ที่ทุกระบบต้องเชื่อมโยงกัน
ตั้งแต่วัตถุดิบ เครื่องจักร แม่พิมพ์ ระบบอัตโนมัติ การตรวจสอบคุณภาพ การเคลือบพื้นผิว ไปจนถึงการบริหารพลังงานและอาคาร
สะท้อนว่า เทคโนโลยีการผลิตกำลังขยับจากคำว่า “ทันสมัย” ไปสู่คำว่า “คุ้มค่า” เพราะเทคโนโลยีที่ดีในมุมของโรงงาน ต้องตอบโจทย์ธุรกิจจริง
ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าไฟ ลดของเสีย เพิ่มความเร็ว ลดเวลาหยุดเครื่องจักร ทำให้คุณภาพของชิ้นงานสม่ำเสมอมากขึ้น หรือช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนลงทุนได้แม่นยำกว่าเดิม
นอกจากพื้นที่แสดงเทคโนโลยีแล้ว Manufacturing Expo 2026 ยังมีเวทีสัมมนาและแลกเปลี่ยนความรู้กว่า 90 หัวข้อ จากวิทยากร 133 ท่าน ภายใต้ความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรกว่า 43 องค์กร

หัวข้อสัมมนาครอบคลุมตั้งแต่ยานยนต์อัจฉริยะ พลาสติกยุคใหม่ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ อิเล็กทรอนิกส์ การเคลือบพื้นผิว ไปจนถึง AI สำหรับโรงงาน
ตัวอย่างเช่น Automotive Summit ที่จัดภายใต้แนวคิด “Smart Mobility – Smarter is Future” ว่าด้วยอนาคตของยานยนต์อัจฉริยะ
PLASTICS FORUM ที่พูดถึงนวัตกรรมพลาสติกอัจฉริยะ และแนวทางสู่อุตสาหกรรมพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
INTERMOLD FORUM ที่สะท้อนโอกาสและความท้าทายของอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ ภายใต้แรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและวัสดุที่เพิ่มสูงขึ้น
ROBOTICS & AUTOMATION SYMPOSIUM ที่เน้นบทบาทของหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในการยกระดับอุตสาหกรรมไทย
NEPCON Forum ที่พูดถึง Smart Investment ห่วงโซ่คุณค่าในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และ Thailand 4.0 Index
SURFACE & COATINGS FORUM ที่สำรวจบทบาทของดิจิทัลและความยั่งยืนต่อเทคโนโลยีการชุบและเคลือบพื้นผิววัสดุ
รวมถึง Industrial AI Developer Summit ที่สะท้อนว่า AI กำลังเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนโรงงานให้เป็น Smart Factory

ภายในงานยังมีโซนพิเศษและกิจกรรมสำหรับคนในอุตสาหกรรม เช่น BIOPLASTICS ZONE สำหรับนวัตกรรมพลาสติกชีวภาพ, 3D Tech Pavilion สำหรับเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ และ Tools & Tooling Pavilion ที่รวบรวมเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับงานอุตสาหกรรม
รวมถึงกิจกรรมพัฒนาทักษะและการแข่งขัน เช่น Surface & Coatings Innovation Prize 2026, IPC Hand Soldering Skill Development Workshop, The 2nd WorldSkills Thailand Roadshow และ WorldSkills Thailand Friendly Match 2026 สาขา Welding
กิจกรรมเหล่านี้สะท้อนว่าอนาคตของภาคการผลิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องจักรเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับ “คน” ที่มีทักษะพอจะใช้งาน ดูแล และต่อยอดเทคโนโลยีเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์จริง
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการต่อยอดไปสู่การเจรจาธุรกิจ ภายในงานยังมีบริการ Meet My Match ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มจับคู่ธุรกิจ
ผู้เข้าชมงานที่ลงทะเบียนล่วงหน้าจะได้รับ Username และ Password เพื่อเข้าใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ จากนั้นสามารถนัดหมายกับผู้แสดงสินค้าที่สนใจ และไปพบกันภายใน Business Matching Lounge ในงานได้
มาถึงตรงนี้จะเห็นว่า งาน Manufacturing Expo 2026 ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เดินดูเทคโนโลยี แต่ยังเป็นพื้นที่สร้างโอกาสทางธุรกิจ หาโซลูชันใหม่ ๆ และเชื่อมต่อกับพาร์ตเนอร์ที่อาจช่วยให้โรงงานเดินหน้าไปอีกขั้น
ผู้ประกอบการภาคการผลิต ที่สนใจอัปเดตความรู้ และนวัตกรรมใหม่ ๆ แบบงานเดียวครบ โอกาสอยู่แค่เอื้อม
เพราะงาน Manufacturing Expo 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00-18.00 น. ณ ฮอลล์ 98-104 ไบเทค บางนา
ค่าเข้าชมงาน 500 บาท แต่หากลงทะเบียนล่วงหน้าภายในวันที่ 16 มิถุนายน 2569 จะได้รับสิทธิ์เข้าชมงานฟรี
พิเศษกว่านั้น ลงทะเบียนครั้งเดียวสามารถเข้าชมงานแสดงสินค้าได้ทั้ง 7 งานตลอด 4 วัน พร้อมสิทธิ์เข้าฟังสัมมนาและใช้งานแพลตฟอร์มเจรจาธุรกิจล่วงหน้า