สรุป 5 อินไซต์เด็ด เทรนด์การเงินในโลกอนาคต จากงาน REDeFiNE TOMORROW 2026

สรุป 5 อินไซต์เด็ด เทรนด์การเงินในโลกอนาคต จากงาน REDeFiNE TOMORROW 2026

2 ก.ค. 2026
เคยสงสัยไหมว่า ในยุคที่เราส่งข้อมูลข้ามโลกหากันได้ในเสี้ยววินาที แล้วทำไมการโอนเงินภาคธุรกิจข้ามประเทศ กลับต้องใช้เวลาหลายวัน แถมยังทำรายการในวันหยุดไม่ได้อีก
แต่เชื่อไหมว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ AI จะเก่งถึงขั้นตัดสินใจลงทุน หรือทำธุรกรรมจ่ายเงินซื้อของแทนเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เรื่องเหล่านี้คือสิ่งที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงในงาน REDeFiNE TOMORROW 2026 ที่จัดขึ้นโดย Bloomberg ร่วมกับ SCB 10X บริษัท Venture Capital ในเครือ SCBX
ที่เป็นผู้นำด้านการลงทุนในสตาร์ตอัปเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกมากมาย โดยได้เข้าลงทุนในเทคโนโลยีล้ำสมัยไปแล้วกว่า 16,000 ล้านบาท และมีพอร์ตการลงทุนในธุรกิจระดับยูนิคอร์นอีกกว่า 14 แห่ง
โดยงานนี้เป็นงานสัมมนาระดับโลกด้านสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อเป็นเวทีรวบรวมผู้นำและนักคิดระดับโลก มาจุดประกายไอเดียและเจาะลึกเทรนด์แห่งอนาคต
และนี่ก็คือ 5 อินไซต์เด็ด ที่ MarketThink คัดมาให้แล้ว ให้คนทำธุรกิจและนักลงทุนได้เตรียมรับมือกับอนาคตที่กำลังจะมาถึง
1. “Stablecoin” คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของระบบการเงิน ที่ไม่ได้มีไว้แค่เทรด
ปัจจุบัน องค์กรธุรกิจหลายแห่งเริ่มนำ Stablecoin มาใช้แก้ปัญหาการโอนเงินระหว่างประเทศสำหรับธุรกิจ B2B ให้กลายเป็นการชำระเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง แบบไร้รอยต่อ
ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องเงินทุนจม และค่าธรรมเนียมแฝงที่อยู่ในระบบธนาคารแบบเดิมได้เป็นอย่างดี
ซึ่งแม้แต่ผู้บริหารจาก Visa ก็ยังให้ความเห็นในงานนี้ว่า ในอนาคตเชื่อว่าระบบของธนาคารทั้งหมดจะต้องมุ่งไปสู่โลก On-Chain หรือการนำระบบหลังบ้านของธนาคารมารันบนโครงสร้างพื้นฐาน Blockchain
2. AI จะลงมือทำเอง รวมถึงจ่ายเงินแทนเราได้
ในตอนนี้เราอาจใช้ AI แค่พิมพ์ถามข้อมูล แต่จริง ๆ แล้ว เทคโนโลยีตอนนี้ล้ำหน้าจนสามารถสร้างกระเป๋าเงินดิจิทัลและเติมเงินเข้าไป แล้วเอาให้ AI ถือไว้ เพื่อให้มันทำงานแทนเราได้แล้ว
ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงและพูดถึงในงานก็เช่น ใช้ AI เป็นผู้ช่วยเทรดส่วนตัวที่ไม่มีวันหลับ
แทนที่เราต้องนั่งเฝ้าหน้าจอเพื่อหาจังหวะซื้อขายหุ้นหรือคริปโทฯ ตอนนี้เราสามารถสั่ง AI ว่า “หาเหรียญที่นักลงทุนรายใหญ่ซื้อในช่วง 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา ถ้าเจอแล้วให้แบ่งเงินลงทุน 100 ดอลลาร์สหรัฐ” ได้
โดย AI จะเฝ้าดูตลาดตลอด 24 ชั่วโมง และเมื่อเงื่อนไขตรงตามที่เราสั่ง AI จะควักเงินจาก Wallet ซื้อสินทรัพย์ให้เราอัตโนมัติ พร้อมเช็กราคาจากหลายแหล่งให้ได้ราคาดีที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้เราไม่ต้องอนุมัติเองเลย
3. การนำสินทรัพย์จริงมาไว้บน Blockchain ช่วยลดคนกลางและค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนได้
การนำสินทรัพย์จริง เช่น หุ้น พันธบัตรรัฐบาล ทองคำ หรือแม้แต่อสังหาริมทรัพย์ มาแปลงให้อยู่ในรูปแบบโทเคนดิจิทัล ที่ทำงานอยู่บนเครือข่าย Blockchain
ทำให้สามารถซื้อ ขาย โอน หรือค้ำประกัน ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องรอธนาคารและหน่วยงานราชการเปิดทำการ และธุรกรรมก็ยังไม่ต้องผ่านคนกลางจำนวนมาก เหมือนในโลกการเงินปัจจุบัน
อีกทั้งยังทำธุรกรรมและส่งมอบทรัพย์สินเสร็จสิ้นในเสี้ยววินาที ช่วยลดค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนของตัวกลางไปได้ทั้งหมด และยังเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงการลงทุนได้อย่างไร้พรมแดนมากยิ่งขึ้น
4. สถาบันการเงินก้าวข้ามความกลัว “สินทรัพย์ดิจิทัล”
สถาบันการเงินระดับโลกเลิกตั้งคำถามแล้วว่า “อุตสาหกรรมนี้จะอยู่รอดหรือไม่ ?” แต่ผู้บริหารเริ่มคุยกันว่า “เราจะเอาระบบนี้มาผสมผสานกับระบบหลังบ้านของเราเอง ให้เร็วและปลอดภัยที่สุดได้อย่างไร”
รวมถึงมาโฟกัสเรื่องของการบริหารความเสี่ยง โครงสร้างการปฏิบัติงาน ความรับผิดชอบและกระบวนการทำงาน และความชัดเจนด้านกฎระเบียบแทน เช่น
- ใครจะเป็นคนรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล ?
- ระบบบัญชีจะบันทึกสินทรัพย์นี้ในงบดุลอย่างไร ?
- ความเสี่ยงระหว่างคู่สัญญามีอะไรบ้าง ?
5. หน่วยงานกำกับดูแลหลายภูมิภาคมองสินทรัพย์ดิจิทัลเปลี่ยนไป
ในอดีตหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกมองว่า สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสินทรัพย์เก็งกำไรที่ทั้งเสี่ยงและอันตราย
อย่างไรก็ตาม ในงาน REDeFiNE TOMORROW 2026 ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานกำกับดูแลต่าง ๆ ไม่ได้มองว่าสินทรัพย์ดิจิทัลสมควรถูกแบนอีกต่อไป
แต่กำลังเปลี่ยนไปสู่เฟสใหม่กับคำถามว่า “จะดึงเทคโนโลยีนี้มาอยู่ในระบบที่ปลอดภัยและควบคุมได้อย่างไรบ้าง ?”
ซึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็เช่น ก.ล.ต. ไทยที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนไทยนั่นเอง
โดยสิ่งที่ ก.ล.ต. กำลังลงมือทำเพื่อยกระดับตลาดทุนไทย เช่น
- ยอมรับคริปโทฯ เป็น Asset Class หรือสินทรัพย์เพื่อการลงทุนอย่างเป็นทางการ
โดย ก.ล.ต. ไม่ได้มองว่าคริปโทฯ เป็นสินทรัพย์อันตราย แต่จะคอยให้ความรู้และแนะนำนักลงทุนให้กระจายความเสี่ยง และมีคริปโทฯ ไม่เกิน 5% ของพอร์ตการลงทุนแทน
- พิจารณาหลักเกณฑ์ Crypto ETF หรือกองทุนรวมที่อ้างอิงราคาตลาดคริปโทฯ
ทำให้นักลงทุนสามารถซื้อกองทุน Crypto ETF ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือแอปของธนาคารได้เลย ซึ่งปลอดภัยต่อการถูกแฮกหรือลืมรหัสผ่าน
- นำระบบ Tokenization หรือการนำสินทรัพย์ในโลกจริงมาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัล เพื่อแก้ไขข้อจำกัดของระบบการเงินเดิม
เพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างตลาดทุน ลดความเสี่ยงด้านการชำระราคา ไปจนถึงเปิดโอกาสให้ธุรกรรมดำเนินได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น
ทั้งหมดนี้ก็คือ อินไซต์ที่น่าสนใจภายในงาน REDeFiNE TOMORROW 2026 ซึ่งจัดขึ้นโดย SCB 10X
อย่างไรก็ตาม ภายในงานก็ยังมีอินไซต์และความรู้อื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมายกว่า 29 หัวข้อ จากวิทยากรชั้นนำกว่า 55 คน ที่จะมาเปิดโลกการเงินยุคใหม่ให้ทุกคนได้รับชมไปพร้อมกัน
สำหรับใครที่ไม่อยากตกขบวนเรื่องของการเงิน การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ก็สามารถคลิกดูงานสัมมนานี้ได้เลยฟรี ๆ ทุกเซสชันที่ https://www.youtube.com/watch?v=iQrLp-481PM&list=PLJCrobWNqQvsuUikHX-4M9PEUpL5uxikm
#SCB10X
#โลกการเงิน
#สินทรัพย์ดิจิทัล
#คริปโท
_________________
อ้างอิง :
- ข่าวประชาสัมพันธ์จาก SCB 10X
- คลิปความรู้ Playlist : REDeFiNE TOMORROW 2026 จาก Channel SCB 10X
- เอกสารจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เรื่อง ภารกิจ ก.ล.ต. บนเส้นทางการพัฒนาสินทรัพย์ดิจิทัล
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.