สรุปเรื่อง “Molly Tea” ในจีน ถูกศาลตัดสิน ละเมิดเครื่องหมายการค้า Louis Vuitton

สรุปเรื่อง “Molly Tea” ในจีน ถูกศาลตัดสิน ละเมิดเครื่องหมายการค้า Louis Vuitton

3 ก.ค. 2026
ประเด็นที่ถูกพูดถึงมาก ๆ บนโลกออนไลน์จีนตอนนี้ก็คือ Molly Tea แบรนด์ชานมชื่อดังของจีน ถูกศาลตัดสินให้จ่ายค่าเสียหายให้กับ Louis Vuitton กรณีละเมิดเครื่องหมายการค้า
โดยศาลสั่งให้ Molly Tea ต้องจ่ายค่าเสียหายรวม 10.3 ล้านหยวน หรือราว 50 ล้านบาท ให้กับ Louis Vuitton ซึ่งแบ่งเป็นค่าเสียหายทางธุรกิจ 48.9 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีอีก 1.1 ล้านบาท
แล้วเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ? ในมุมของการสร้างแบรนด์ มีบทเรียนอะไรจากเรื่องนี้บ้าง ?
1. จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เริ่มมาจากเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2025 ทาง Louis Vuitton ได้ยื่นฟ้อง Molly Tea ต่อศาลเมืองซูโจว
โดยระบุว่า โลโกดิไซน์รูป “ดอกไม้ 4 กลีบ” ของแบรนด์ชานมนั้น มีความจงใจออกแบบให้คล้ายคลึงกับลวดลายโมโนแกรม ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
อธิบายง่าย ๆ ลายโมโนแกรม ก็คือ ลวดลายซ้ำ ๆ ซ้อนกันไปมา อาจจะเกิดจากตัวอักษรที่ซ้ำกัน หรืออาจจะเป็นรูปร่างที่นำมาเรียงต่อ ๆ กัน ซึ่งถือเป็นลายเอกลักษณ์ของแบรนด์ต่าง ๆ ที่เห็นเมื่อไร ก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเป็นสินค้าของแบรนด์อะไร
อย่างลายโมโนแกรมของ Louis Vuitton ก็คือ ตัวอักษร LV และดอกไม้ 4 กลีบ ที่มีทั้งหมด 3 แบบ เรียงต่อกัน ซึ่งออกแบบโดย Georges Vuitton ลูกชายของ Louis Vuitton
2. หนึ่งปีกว่าให้หลังการฟ้อง ล่าสุดศาลประชาชนระดับกลางเมืองซูโจว ได้มีคำตัดสินออกมาว่า
Molly Tea และร้านแฟรนไชส์ มีความผิดจริง ฐานละเมิดเครื่องหมายการค้าโลโกรูปดอกไม้ 4 กลีบ ที่จดทะเบียนไว้แล้วของ Louis Vuitton ถึง 7 รายการ
จึงเป็นที่มาที่ศาลสั่งให้ Molly Tea ต้องจ่ายค่าเสียหายรวมกว่า 50 ล้านบาทนั่นเอง
3. สำหรับ Molly Tea ถือว่าเป็นแบรนด์ชานมเจ้าดังเจ้าหนึ่งในจีน ก่อตั้งขึ้นในปี 2021 ที่เมืองเซินเจิ้น ชูจุดขายเรื่อง “ชานมสด ที่มีกลิ่นหอมของดอกไม้” โดยมีเมนูซิกเนเชอร์ เช่น ชานมมะลิ
แบรนด์นี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีในการสเกลธุรกิจ
ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 2,000 แห่งในจีน และขยายสาขาไปต่างประเทศแล้วมากกว่า 50 แห่ง รวมถึงในประเทศไทยด้วย
4. ก่อนหน้านี้ Molly Tea เคยพยายามนำโลโกรูปดอกไม้หลาย ๆ แบบไปยื่นจดทะเบียนกับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติของจีนแล้ว แต่ถูกปฏิเสธ
จะมีก็เพียงแค่โลโก ที่มีตัวอักษรจีนคำว่า “Molly Tea” เท่านั้นที่สามารถจดทะเบียนได้สำเร็จ
5. เรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงของชาวจีนบนโลกออนไลน์
บางคนก็บอกว่า ลวดลายดอกไม้ 4 กลีบของ Molly Tea จงใจออกแบบให้คล้ายกับ Louis Vuitton จริง
บางคนก็มองว่า ไม่คล้ายกัน และที่สำคัญยังทำอยู่ในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน
บางคนยังมองอีกว่า Louis Vuitton หยิบลวดลายดั้งเดิมของจีน ซึ่งถือเป็นสมบัติสาธารณะ (Public Domain) ไปเป็นแรงบันดาลใจ
6. ถ้ามองในมุมการสร้างแบรนด์ เราเห็นอะไรบ้าง ?
กฎหมายเครื่องหมายการค้าของจีน และอีกหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย ยึดหลักการ “First to File” หรือ สิทธิจะตกเป็นของฝ่ายที่ยื่นจดทะเบียนเป็นรายแรก
ดังนั้น เมื่อ Louis Vuitton จดทะเบียนลวดลายนี้ไว้ก่อน สิทธิในการคุ้มครองจึงเกิดขึ้นตามกฎหมายทันที
7. ทั้งนี้ ศาลที่ตัดสินรอบนี้ยังเป็นเพียงศาลชั้นต้น ซึ่งบริษัทแม่ของ Molly Tea ก็ได้ออกมาประกาศในช่องทางต่าง ๆ ว่าจะทำการยื่นอุทธรณ์ศาลที่สูงกว่าต่อไป
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.