
Shopee ปรับขึ้นค่าธรรมเนียม รอบที่ 3 ของปี ร้าน Mall ขึ้น สูงสุดเป็น 19.26% มีผล 4 ส.ค. นี้
6 ก.ค. 2026
ล่าสุด Shopee ประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมใหม่ในหมวด “ค่าธรรมเนียมการขาย” อีกครั้ง โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Shopee เคยประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมตรงนี้ไปแล้ว 2 ครั้ง
ครั้งแรกในช่วงเดือนเมษายน และครั้งต่อมาในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้การขึ้นค่าธรรมเนียมครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 แล้วในปีนี้
แล้วดีเทลจะเป็นอย่างไร ? MarketThink สรุปให้พร้อมตัวอย่างการคำนวณแบบง่าย ๆ
- การปรับค่าธรรมเนียมใหม่ในครั้งนี้ จะเน้นไปที่ “ค่าธรรมเนียมการขาย” หรือบางคนจะเข้าใจว่าเป็น “ค่าคอมมิชชัน” ซึ่งเป็นหนึ่งในค่าธรรมเนียมพื้นฐานที่คนขายต้องเสียให้แพลตฟอร์มอยู่แล้ว
โดยในครั้งนี้ Shopee จะมีการปรับค่าธรรมเนียมการขายตาม “ประเภทของร้านค้า” ได้แก่
1. ร้านค้า Mall ที่เป็นร้านค้าทางการของฝั่งแบรนด์ใหญ่
จะโดนค่าธรรมเนียมการขายใหม่ในเรตสูงสุดที่ 19.26% ในสินค้าหลายหมวด เช่น สินค้าในหมวดแฟชั่น และ FMCG
2. ร้านค้า Mall ขนาดเล็ก (มียอดขายไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน)
จะโดนค่าธรรมเนียมการขายใหม่ ในเรตสูงสุด 17.66% โดยเฉพาะสินค้าในหมวดแฟชั่น และ FMCG เช่นเดียวกัน
3. ร้านค้า Non-Mall ที่เป็นร้านค้าของคนทั่วไป ไม่ใช่แบรนด์ใหญ่
จะโดนค่าธรรมเนียมการขายใหม่ ในเรตสูงสุดที่ 17.12% ในสินค้าหมวดแฟชั่น
4. ร้านค้า Non-Mall ขนาดเล็ก (มียอดขายไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน)
จะโดนค่าธรรมเนียมการขายใหม่ ในเรตสูงสุดที่ 15.52% ในสินค้าหมวดแฟชั่นเช่นกัน
โดยเรตค่าธรรมเนียมการขายใหม่นี้จะรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (VAT) เอาไว้เรียบร้อยแล้ว และจะมีผลตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม เป็นต้นไป..
โดยเรตค่าธรรมเนียมการขายใหม่นี้จะรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (VAT) เอาไว้เรียบร้อยแล้ว และจะมีผลตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม เป็นต้นไป..
- ทีนี้ เรามาดูตัวอย่างการคำนวณหลังอัปเดตค่าธรรมเนียมการขายในเรตใหม่กันว่า ถ้าเราเป็นร้านค้า Non-Mall ที่มียอดขายเกิน 10,000 บาทต่อเดือน
แล้วขายเสื้อยืดตัวละ 100 บาท บน Shopee ในกรณีที่เราไม่ได้เข้าร่วมโปรแกรมส่งเสริมการขายหรือให้ส่วนลดเพิ่มเติมอะไรเลย
เราจะโดนหักค่าธรรมเนียมเบื้องต้นอะไรบ้าง และเหลือเงินจริง ๆ เท่าไร ?
- ค่าธรรมเนียมการขาย
- ค่าธรรมเนียมการขาย
เรตค่าธรรมเนียมการขาย “เสื้อยืด” ของร้านค้า Non-Mall จะอยู่ที่ 17.12% แบบรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
หมายความว่าเราจะโดนหักค่าธรรมเนียมการขาย (100 x 17.12%) = 17.12 บาท
- ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน
ทุก ๆ การชำระเงินบน Shopee จะมีการเก็บค่าธรรมเนียมการชำระเงิน เริ่มต้นที่ 3.21% แบบรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
เคสนี้ สมมติว่าค่าส่งสินค้าอยู่ที่ 25 บาท เมื่อรวมกับค่าสินค้า 100 บาทแล้ว ผู้ขายจะต้องเสียค่าธรรมเนียมการชำระเงิน อยู่ที่ (25 + 100) x 3.21% = 4.01 บาท
เคสนี้ สมมติว่าค่าส่งสินค้าอยู่ที่ 25 บาท เมื่อรวมกับค่าสินค้า 100 บาทแล้ว ผู้ขายจะต้องเสียค่าธรรมเนียมการชำระเงิน อยู่ที่ (25 + 100) x 3.21% = 4.01 บาท
- ค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์ม
ทุก ๆ คำสั่งซื้อที่มีสถานะ “สำเร็จ” บน Shopee จะโดนเก็บค่าธรรมเนียมตรงนี้ 1.07 บาทแบบรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว (สำหรับร้านค้าที่มียอดขายเกิน 100 ออร์เดอร์ ในรอบ 30 วัน)
ดังนั้นสรุปแล้ว ถ้าเราเป็นร้านแบบ Non-Mall บน Shopee แล้วขายเสื้อยืดตัวละ 100 บาท หากคิดค่าส่ง 25 บาท โดยที่ลูกค้าเป็นคนออกค่าส่ง
เมื่อคำนวณค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามเรตใหม่ที่จะปรับใช้ในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ เราจะโดนหักค่าธรรมเนียม ได้แก่
- หักค่าธรรมเนียมการขาย = 17.12 บาท
- หักค่าธรรมเนียมการชำระเงิน = 4.01 บาท
- หักค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์ม 1.07 บาท
- หักค่าธรรมเนียมการชำระเงิน = 4.01 บาท
- หักค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์ม 1.07 บาท
สรุปคือจากเสื้อยืดราคาเต็ม 100 บาท รวม ๆ แล้วจะได้เงิน 100 - (17.12 + 4.01 + 1.07) = 77.8 บาท
สุดท้ายนี้ ต้องบอกก่อนว่าการคำนวณนี้ทำเพื่อให้หลายคนเห็นภาพเท่านั้น ว่าตอนนี้เราต้องเสียค่าธรรมเนียมเบื้องต้นอะไรบ้าง ถ้าอยากขายสินค้าบน Shopee
เพราะในเคสจริง ยังมีค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติม
เช่น ส่วนลดจากแพลตฟอร์ม ส่วนลดที่เราออกให้ลูกค้า ค่าใช้จ่ายโปรแกรม Affiliate และค่ารักษาบัญชี
ไปจนถึงค่าโปรแกรมส่งเสริมการขาย PRIME Seller ที่ปกติแล้วแทบทุกร้านต้องเข้าร่วมโปรแกรมนี้อยู่แล้ว ทำให้อาจโดนหักค่าธรรมเนียมมากกว่านี้..