ทำไม GP 0% แบบขั้นบันไดของ Thaimart ถึงสร้างแรงสั่นสะเทือน E-Commerce เมืองไทย

ทำไม GP 0% แบบขั้นบันไดของ Thaimart ถึงสร้างแรงสั่นสะเทือน E-Commerce เมืองไทย

14 ก.ค. 2026
“ค่า GP กับค่าโฆษณาที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ต้นทุนสินค้าร้านเล็กแข่งกับแบรนด์ใหญ่ยากมาก”
“ขึ้นราคาก็ขายยาก ไม่ขึ้นราคากำไรก็หาย”
เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินเสียงสะท้อนเหล่านี้จากพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ใน Social Media 
เมื่อต้องเผชิญกับค่า GP และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องของแพลตฟอร์ม E-Commerce 
ที่กัดกร่อนกำไรจากการขายสินค้าให้น้อยลง
แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าค่า GP ที่สูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว แต่ก็ไม่สามารถถอนตัวจาก แพลตฟอร์ม E-Commerce ที่มีอยู่ ณ วันนี้ ที่เป็นแหล่งรวมผู้ซื้อจำนวนมหาศาล 
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้เปลี่ยนเป็นคำถามชวนน่าคิด
“ผู้ประกอบการไทยควรมีบ้านของตัวเองบนโลก E-Commerce ได้แล้วหรือยัง”
จนเมื่อคำถามแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นธุรกิจ ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นแพลตฟอร์ม E-Commerce 
Thaimart ที่วางตัวเองเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจของคนค้าขายในออนไลน์ 
ที่มาจากความเชื่อของ คุณนอท-พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ CEO Thaimart ที่ว่า “ร้านค้าต้องรอด…แพลตฟอร์มถึงรุ่ง” 
อธิบายแนวคิดนี้ให้เข้าใจง่าย ๆ เมื่อค่า GP แพลตฟอร์ม E-Commerce เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
จะกดดันต้นทุนร้านค้าให้เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรในการขายสินค้าลดน้อยลง 
และหากขยับราคาขาย ก็สู้คู่แข่งไม่ได้ สุดท้ายคนที่ค้าขายในแพลตฟอร์มที่สายป่านเงินทุนไม่แข็งแกร่งพอ ต้องเลิกกิจการหรือเลิกขายในแพลตฟอร์ม 
สิ่งที่ตามมาคือ แพลตฟอร์มอาจจะขาดรายได้ ลูกค้ามีตัวเลือกในการซื้อน้อยลง
จะเห็นว่าเป็นโครงสร้างแพลตฟอร์ม E-Commerce ที่สร้างความเปราะบางแก่ทุกฝ่ายใน Ecosystem 
โจทย์คือจะสร้างแพลตฟอร์มอย่างไรที่ “ร้านค้ามีกำไรธุรกิจเติบโต, ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น, แพลตฟอร์มมีรายได้ระยะยาว”
กุญแจที่จะไขไปสู่ความสำเร็จนี้ ในมุมของ Thaimart คือ ต้องสร้างแพลตฟอร์ม E-Commerce
ที่มีค่า GP ที่ทุกร้านค้าสามารถค้าขายแล้วมีกำไรน่าพอใจ ธุรกิจต้องอยู่รอดอย่างแข็งแกร่ง 
เลยเป็นที่มาไฮไลต์ที่สร้างกระแสการเปิดตัวของ Thaimart ที่เลือกหยิบข้อเสนอเก็บค่า GP 0% ปีแรก 
จากนั้นปีถัด ๆ ไปจะปรับขึ้นทีละนิด (อัตราค่า GP ไม่รวม VAT) 
- ปีที่ 1 : GP 0% ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 - 6 กรกฎาคม 2570
หลังครบปีแรก เข้าสู่โครงสร้าง GP แบบขั้นบันได
- ปีที่ 2 : GP 5%
- ปีที่ 3 : GP 8%
- ปีที่ 4 : GP 10%
หากมองให้ลึกการเลือกเก็บค่า GP ด้วยวิธีนี้ สร้างประโยชน์ให้แก่ทั้ง 2 ฝ่าย
- ร้านค้า : ช่วงเริ่มต้นขายในปีแรก ร้านค้าไม่ต้องแบกต้นทุนค่า GP ทำให้ได้กำไรเต็ม 
สามารถนำเงินไปต่อยอดธุรกิจ, ทำโปรโมชันสร้างฐานลูกค้า และเมื่อร้านค้ามียอดขายเติบโตต่อเนื่องทุก ๆ ปี การจ่ายค่า GP อัตราขั้นบันได 5% จนถึง 10% ในปีถัด ๆ ไป ภาพรวมธุรกิจก็ยังมีกำไรที่ดี จากยอดขายที่เพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ ปีนั่นเอง  
- Thaimart : เมื่อมีร้านค้าจำนวนมากค่อย ๆ มียอดขายเติบโต จากวิธีเก็บค่า GP ขั้นบันได จะช่วยให้แพลตฟอร์มมีรายได้ในระยะยาว สร้างการเติบโตไปพร้อม ๆ กับร้านค้านั่นเอง 
อย่างไรก็ตามในโลกธุรกิจ E-Commerce จิกซอว์ที่จะชนะใจร้านค้าและผู้ซื้อไม่ได้มีแค่ค่า GP อย่างเดียว แต่ยังมีจิกซอว์ชิ้นอื่น ๆ ที่เกิดจาก Insight ต่าง ๆ ที่ผู้ซื้อต้องการในแพลตฟอร์ม E-Commerce
ทำให้ Thaimart มีจุดเด่นหลากหลายนอกเหนือจากประเด็นการเก็บค่า GP 
- สินค้าที่มาขายในแพลตฟอร์มต้องเป็นของแท้และมีคุณภาพ
- มีระบบ Affiliate ให้คนมาช่วยเอาสินค้าไปรีวิวและปักตะกร้า โดยจะเริ่มเดือนกันยายน ปี 2569
- ผู้ซื้อสามารถเลือกขนส่งได้ 3 เจ้า ได้แก่ Flash Express, KEX Express, ไปรษณีย์ไทย
แม้จะเป็นโมเดลแพลตฟอร์ม E-Commerce ที่มีเป้าหมายเติบโตไปพร้อม ๆ กับร้านค้า 
แต่ด้วยสถานะ ผู้เล่นหน้าใหม่ ภารกิจแรกที่ Thaimart ต้องทำอย่างเร่งด่วน คือ สร้าง Brand Awareness และ Brand Movement ผ่านแคมเปญ “ตื่นเถิดชาวไทย” ที่สื่อสารในเชิงตั้งคำถาม
“ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ผู้ประกอบการไทยควรมี ‘บ้าน’ ของตัวเองบนโลกออนไลน์”
โดยใช้สื่อโฆษณาหลากหลาย เช่น Billboard, Wall Bombard หรือโฆษณาติดผนังหรือกำแพง และสื่อออนไลน์ เป็นต้น รวมถึงการกระตุ้นด้วยข้อเสนอต่าง ๆ เพื่อดึงดูดร้านค้าและผู้ซื้อให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Thaimart ที่ตอนนี้เปิดให้ดาวน์โหลดได้แล้วทั้งใน App Store และ Play Store
และการเปิดตัวครั้งนี้ ต้องบอกว่าเหนือความคาดหมาย เพราะในเวลาแค่ 2 วัน Thaimart มียอดดาวน์โหลดทะลุ 100,000 ครั้ง พร้อมกับตั้งเป้าหมายเดินหน้าสู่ 1,000,000 ครั้ง 
ต้องบอกว่าการมาของ Thaimart อาจไม่ใช่การมาแทนที่ E-Commerce ยักษ์ใหญ่
เพราะจริง ๆ แล้วพฤติกรรมร้านค้า และคนค้าขายในออนไลน์ ไม่ได้พึ่งพาแค่ E-Commerce เจ้าใดเจ้าหนึ่ง แต่เลือกจะเปิดร้านขายในหลาย ๆ แพลตฟอร์ม เพื่อสร้างยอดขายมากที่สุด
ทำให้เป้าหมายของ Thaimart คือการขอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของร้านค้าและผู้ซื้อ 
ที่มาด้วยแนวคิดที่แตกต่างจาก E-Commerce รายอื่น ๆ นั่นคือ การเป็นแพลตฟอร์มที่เกิดจากบริษัทคนไทยที่ต้องเติบโตไปพร้อม ๆ กับร้านค้าและผู้ประกอบการ
ฉากต่อไปที่น่าติดตามในสมรภูมิ E-Commerce เมืองไทย
นั่นคือ เมื่อมีผู้เล่นหน้าใหม่กระโดดเข้ามาแข่งขันด้วยจุดขายการเป็น E-Commerce ของคนไทย
ที่มีข้อเสนอคิดค่า GP ที่ดึงดูดใจ ก็น่าจะทำให้การแข่งขันเข้มข้นกว่าเดิม
และคนที่จะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้มากที่สุดก็คือ ร้านค้า และผู้ซื้อ นั่นเอง 
อ้างอิง : 
- ข้อมูลและข่าวประชาสัมพันธ์ Thaimart 
- กรุงเทพธุรกิจ
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.