
Sugarcane Energizes the World: นิยามใหม่ของอ้อย มากกว่าความหวาน คือพลังขับเคลื่อนโลกอย่างยั่งยืน
18 ส.ค. 2026
หากพูดถึง “อ้อย” หลายคนมักนึกถึงเพียงความหวานของน้ำตาลทรายคู่ครัว แต่วันนี้ในโลกที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามามีบทบาทในทุกก้าวของชีวิต พืชเศรษฐกิจคู่เมืองไทยชนิดนี้ได้เดินทางไปไกลกว่านั้นมาก เพราะอ้อยได้แทรกซึมอยู่ในวิถีชีวิตประจำวันของเราในหลากหลายมิติอย่างที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง ตั้งแต่เครื่องสำอาง อาอหารเสริมเพื่อสุขภาพ บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ไปจนถึงหยดน้ำมันในถังรถยนต์ และกระแสไฟฟ้าที่ส่องสว่างอยู่ในบ้านของเราทุกค่ำคืน
ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาเพื่อสร้างความยั่งยืนจากภาคเกษตร กลุ่มมิตรผลมุ่งมั่นใช้นวัตกรรมเพื่อดึงศักยภาพของอ้อยไทยมาสร้างคุณค่า ภายใต้แนวคิด “Sugarcane Energizes the World: อ้อย...พลังที่ขับเคลื่อนโลกอย่างยั่งยืน” ยกระดับคุณค่าของพืชมหัศจรรย์นี้ จากผืนดินไทยสู่การเป็นพลังงานเพื่อขับเคลื่อนโลกใน 3 มิติ
พลังงานสะอาดเพื่อสิ่งแวดล้อมและเสถียรภาพที่มั่นคง
การเดินทางของอ้อยเริ่มต้นจากการเป็น "น้ำมันบนดิน" ขุมพลังงานยั่งยืนที่ประเทศไทยสามารถสร้างสรรค์ได้เองจากธรรมชาติ ผ่านกระบวนการแปรรูปกากน้ำตาลให้กลายเป็นเอทานอลคุณภาพสูง สำหรับผสมในน้ำมันแก๊สโซฮอล์เพื่อลดมลพิษบนท้องถนน
ปัจจุบัน กลุ่มมิตรผลคือผู้ผลิตเอทานอลรายใหญ่อันดับ 1 ในอาเซียน ด้วยกำลังการผลิต 500 ล้านลิตรต่อปี ช่วยลดการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปของประเทศได้ถึง 350 ล้านลิตรต่อปี และพร้อมต่อยอดสู่เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) รวมถึงวัตถุดิบในอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอางแห่งอนาคต
นอกจากนั้น โรงไฟฟ้าชีวมวลของกลุ่มมิตรผลทั้ง 22 แห่ง กำลังการผลิตรวมกว่า 700 เมกะวัตต์ต่อปีได้ส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าสะอาดให้กับทั้งภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ช่วยลดการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลของประเทศได้กว่า 3,000 ล้านหน่วย หรือประมาณ 8% ของการนำเข้าทั้งหมดในปี 2024 พร้อมสร้างคาร์บอนเครดิต 1,000,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี และใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC) อีก 1,000,000 RECs ต่อปี ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการนำประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050
พลังงานที่สร้างรอยยิ้มให้ผู้คนในทุกๆวัน
นวัตกรรมจากอ้อยสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเองของผู้คนในหลากหลายมิติ จากจุดเริ่มต้นของการผลิตน้ำตาลทรายบริสุทธิ์ น้ำเชื่อมเข้มข้นรสต่างๆ และน้ำตาลกลุ่มทางเลือกสุขภาพ เพื่อเป็นวัตถุดิบให้ผู้ประกอบการ เชฟ จนถึงผู้บริโภค นำไปรังสรรค์เมนูโปรด ทั้งอาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม ให้ทุกคนอิ่มอร่อยและบริโภคได้อย่างพอดี มีความสุข จนขยายต่อยอดไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพและความงาม เช่นการสกัดอ้อยให้เป็นพรีไบโอติกไฟเบอร์ธรรมชาติที่ช่วยปรับสมดุลระบบทางเดินอาหาร หรือการผสานสารสกัดจากอ้อยเข้ากับวัตถุดิบธรรมชาติจนได้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณที่อ่อนโยน ฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง และปลอดภัยจากสารเคมี
ยิ่งไปกว่านั้น ในมิติของ Eco-Living เส้นใยอ้อยและมันสำปะหลังได้ถูกนำมาต่อยอดเป็นบรรจุภัณฑ์ชีวภาพในกลุ่ม Bio-Material ที่มีจุดเด่นคือความสามารถในการย่อยสลายทางชีวภาพได้เองตามธรรมชาติ 100% ภายในเวลาเพียง 6 เดือน เปลี่ยนขยะให้กลายเป็นสารอาหารคืนสู่ผืนดิน
พลังงานเพื่อสร้างการเติบโตให้สังคม
เบื้องหลังนวัตกรรมและพลังงานสะอาดทั้งหมด สิ่งที่กลุ่มมิตรผลให้ความสำคัญสูงสุดคือการ "เติบโตไปด้วยกันของสังคม" ช่วยสร้างการจ้างงานในระบบอุตสาหกรรม พร้อมกระจายรายได้กลับคืนสู่ชุมชนท้องถิ่น เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
ความมั่นคงที่ส่งตรงถึงท้องถิ่นนี้ ได้กลายเป็นพลังที่สร้างความสุขให้ชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจครัวเรือนที่เข้มแข็ง สนับสนุนการศึกษา และการดูแลสิ่งแวดล้อมโดยรอบให้อุดมสมบูรณ์
ที่สำคัญคือการ สร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ครอบครัวเกษตรกร และแรงงานผู้รับเหมากว่า 120,000 ราย พร้อมการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ในการทำเกษตรสมัยใหม่ การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ และการส่งเสริมความยั่งยืนในภาคการเกษตร เช่น โครงการรับซื้อใบอ้อยสะสมกว่า 4 ล้านตัน ภายในปี พ.ศ. 2569 เพื่อสร้างรายได้เสริมควบคู่ไปกับการตัดวงจรการเผาไร่อ้อย ช่วยลดมลพิษทางอากาศ และสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับเศรษฐกิจของไทย
จากน้ำตาลเกล็ดเล็กๆ ในแก้วกาแฟยามเช้า สู่พลังงานสะอาดที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมระดับประเทศ... วันนี้ “อ้อย” จึงเป็นพืชมหัศจรรย์ในวิถีชีวิตยุคใหม่ และเป็นพลังบริสุทธิ์จากผืนดินไทยซึ่งกลุ่มมิตรผลพร้อมนำมาเติมเต็มและสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับโลกใบนี้ไปด้วยกัน