
ท็อปส์ ตอกย้ำสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวของแคมเปญสติ๊กเกอร์ “แปะอะไรก็ลด” ด้วยการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ยกระดับกลยุทธ์ Gamification ดึงดูดลูกค้าไปอีกขั้นด้วย ‘แปะอะไรก็ลด พลัส’ มุ่งกระตุ้นการจับจ่ายครึ่งปีหลัง พร้อมตั้งเป้าดันยอดขายโต 30%
20 ส.ค. 2026
ท็อปส์ เผย แคมเปญ “แปะอะไรก็ลด” ทุบสถิตินิวไฮ ดัน Basket Size โต 15% สร้างลูกค้าใหม่ 13% พร้อมดึงลูกค้าช้อปถี่ขึ้น 16%
กรุงเทพฯ 20 สิงหาคม 2569 – ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำความสำเร็จของแคมเปญสติ๊กเกอร์ “แปะอะไรก็ลด” เดินหน้าแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาทางการตลาดของแบรนด์ หลังสร้างสถิติใหม่แบบนิวไฮทั้งในมุมยอดขายต่อตะกร้าสูงถึง 15% สร้างลูกค้าใหม่ถึง 13% และกระตุ้นลูกค้าให้ช้อปถี่ขึ้นถึง 16% ในช่วงเดือนมีนาคม–เมษายน 2569 ด้วยแนวคิดกลยุทธ์ Customer Empowerment ที่เปลี่ยนจากแบรนด์เป็นผู้กำหนดโปรโมชั่น สู่การให้อิสระลูกค้าเลือกใช้ส่วนลดกับสินค้าที่ต้องการ และสร้างความคุ้มค่าได้ในแบบของตัวเอง ล่าสุด เพื่อฉลองครบรอบ 58 ปี ท็อปส์นำแคมเปญสติ๊กเกอร์ “แปะอะไรก็ลด” มายกระดับความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ด้วยการออกแบบและต่อยอดกลยุทธ์ในรูปแบบ Gamification เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของลูกค้ากับแคมเปญให้มากขึ้นไปอีกขั้น สู่แคมเปญรอบใหม่ “ท็อปส์ แปะอะไรก็ลด พลัส” รุกกระตุ้นการจับจ่ายช่วงครึ่งปีหลัง ช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ ตอบโจทย์นักช้อปที่ต้องการบริหารความคุ้มค่าในแบบของตัวเอง ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2569 พร้อมตั้งเป้ายอดขายแคมเปญเติบโตขึ้น 30%
นายจักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “หนึ่งในสิ่งที่ทำให้สติ๊กเกอร์แคมเปญ ‘แปะอะไรก็ลด’ แตกต่างจากโปรโมชั่นทั่วไป คือการเปลี่ยนจากแบรนด์เป็นผู้กำหนดส่วนลด มาให้อิสระลูกค้าเป็นผู้เลือกด้วยตัวเองว่าจะใช้ส่วนลดกับสินค้าใด กลไกที่เรียบง่ายแต่ตอบโจทย์นี้ทำให้แคมเปญได้รับการตอบรับและจดจำจากลูกค้า จนกลายเป็นหนึ่งในแคมเปญซิกเนเจอร์ของท็อปส์ วันนี้เราจึงก้าวไปอีกขั้นด้วยการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการตลาดของแคมเปญ เพื่อสะท้อนคุณค่าของแนวคิดที่ท็อปส์ริเริ่มและพัฒนาขึ้น และต่อยอดให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของแบรนด์ที่สร้างความแตกต่างในการแข่งขันระยะยาว
โดยจากผลลัพธ์ที่ผ่านมาเราเห็นได้ชัดว่ากลยุทธ์การมอบอำนาจในการเลือกให้ลูกค้า หรือ Customer Empowerment ผนวกกับกลไกการออกแบบแคมเปญให้คนรู้สึกอยากมีส่วนร่วม แบบ Gamification ทำให้แคมเปญได้รับการตอบรับอย่างดี ลูกค้าสนุกกับการเลือกส่วนลดสำหรับสินค้าที่ตัวเองพึงพอใจได้เอง สร้างคุณค่าได้ทั้งในมิติของประสบการณ์ลูกค้าและการเติบโตของธุรกิจ โดยเฉพาะในวันที่ผู้บริโภคมีการวางแผนและพิจารณาการใช้จ่ายมากขึ้น สอดคล้องกับผลการศึกษา THAI SMARTSUMER 2026 ของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ที่พบว่า ผู้บริโภคไทยทุกเจเนอเรชันกว่า 90–97% คิดและพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ ขณะที่ 71% ใช้ AI เพื่อค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบราคา และประกอบการตัดสินใจซื้อ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก Promotion Hunters สู่ Strategic Spenders ที่ไม่ได้มองเพียงส่วนลดสูงสุด แต่ต้องการเลือกความคุ้มค่า ที่เหมาะกับตัวเอง
นายจักรกฤษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านผลลัพธ์ของแคมเปญ “แปะอะไรก็ลด” ในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งสามารถสร้างมูลค่ายอดซื้อต่อใบเสร็จเฉลี่ย (Average Basket Size) เพิ่มขึ้น 15% และความถี่หรือจำนวนครั้งที่ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ เพิ่มขึ้น 16% รวมถึงจำนวนลูกค้า ที่เข้าร่วมแคมเปญเพิ่มขึ้น 22% ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 13% และ 28% ของลูกค้าใช้สติ๊กเกอร์มากกว่า 10 ดวง และแคมเปญสติ๊กเกอร์ยังถือว่าเป็นการส่งต่อลูกค้าจากอีกสาขาไปยังอีกสาขาเหมือนใยแมงมุมเพราะจะมีการแจกเล่มสติ๊กเกอร์ใหม่เสมอเมื่อลูกค้าซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไข สะท้อนการมีส่วนร่วมของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และตอกย้ำบทบาทของ ‘แปะอะไรก็ลด’ ในฐานะหนึ่งในกลยุทธ์ Loyalty Marketing สำคัญของท็อปส์ ที่ช่วยสร้าง Customer Engagement เพิ่ม Traffic ขยายฐานลูกค้า กระตุ้นการซื้อซ้ำ และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว



จากความสำเร็จดังกล่าว ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 58 ปีของท็อปส์ เราจึงนำแคมเปญสติ๊กเกอร์ “แปะอะไรก็ลด”มาเดินหน้าต่อยอดสู่ ‘ท็อปส์ แปะอะไรก็ลด พลัส’ ที่ยกระดับกลไก Gamification ของแคมเปญ มอบสิทธิประโยชน์ให้คุ้มค่าและตอบโจทย์นักช้อปมากยิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมกับแคมเปญอย่างต่อเนื่อง ยิ่งช้อปมาก ยิ่งได้สติ๊กเกอร์ส่วนลดมากขึ้น พร้อมเลือกลดสินค้าที่อยากได้ด้วยส่วนลดสูงสุดถึง 30 % (ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของแคมเปญ) โดยอีกหนึ่งมิติสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มความแตกต่างของแคมเปญในครั้งนี้ คือการผนึกพลังกับแบรนด์พันธมิตรกว่า 200 แบรนด์ เพื่อร่วมกันขยายทางเลือกและสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมทั้งสินค้าและบริการ ตอบรับผู้บริโภคยุค Strategic Spenders ที่ต้องการวางแผนและเลือกใช้จ่ายได้ตรงกับความต้องการของตัวเองมากขึ้น พร้อมผลักดันแคมเปญซิกเนเจอร์ให้เป็น กลไกสำคัญในการกระตุ้นการจับจ่าย ขยายฐานลูกค้าใหม่ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ กระตุ้นการกลับมาซื้อซ้ำ และเพิ่มมูลค่าต่อตะกร้าให้มากขึ้น และตั้งเป้ายอดขายแคมเปญเติบโตกว่า 30%”
สำหรับแคมเปญ ‘ท็อปส์ แปะอะไรก็ลด พลัส’ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 สิงหาคม – 30 กันยายน 2569 ครอบคลุมการช้อปทั้งหน้าร้านผ่านสติ๊กเกอร์ และช่องทางออนไลน์ พร้อมแบ่งการรับและใช้สิทธิ์ออกเป็น 3 รอบ ให้ลูกค้าสามารถเลือกและวางแผนใช้สิทธิประโยชน์ได้ตามไลฟ์สไตล์ พร้อม “พลัส” ความคุ้มให้มากกว่าเดิม ทั้งกลไกการรับสิทธิ์ ทางเลือกจากแบรนด์พันธมิตร และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม โดยมีไฮไลต์ ได้แก่

ปลดล็อกความคุ้ม จัดเต็มถึง 3 รอบ วางแผนเลือกใช้สติ๊กเกอร์คูปองให้ตอบโจทย์การช้อปในแต่ละช่วง โดยสติ๊กเกอร์คูปองสามารถใช้สิทธิ์ได้ภายในรอบที่ได้รับเท่านั้น
รอบที่ 1: วันที่ 19 สิงหาคม – 1 กันยายน 2569
รอบที่ 2: วันที่ 2–15 กันยายน 2569
รอบที่ 3: วันที่ 16–30 กันยายน 2569
ยิ่งช้อป ยิ่งปลดล็อกสิทธิ์ได้ไม่จำกัด รับสติ๊กเกอร์คูปองส่วนลดสูงสุด 20% เมื่อช้อปตามเงื่อนไข พร้อมรับสิทธิ์ได้ ไม่จำกัดจำนวนต่อหมายเลขสมาชิก The 1 ให้ลูกค้าเลือกใช้ส่วนลดกับสินค้าที่ต้องการได้อย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้น
ช้อปครบทุก 200 บาท รับสติ๊กเกอร์ส่วนลดสูงสุด 10% ที่ ท็อปส์ เดลี่ และ No Brand
ช้อปครบทุก 400 บาท รับสติ๊กเกอร์ส่วนลดสูงสุด 10% ที่ ท็อปส์สาขาที่ร่วมรายการ, และ LOOKS
ช้อปครบทุก 800 บาท รับสติ๊กเกอร์ส่วนลดสูงสุด 15% ที่ ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด, ท็อปส์ เดลี่, ท็อปส์ แคร์, PET 'N ME, มัทสึคิโยะ, No Brand และ LOOKS
ช้อปครบทุก 1,500 บาท รับสติ๊กเกอร์ส่วนลดสูงสุด 20% ที่ ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์,
ท็อปส์ เดลี่, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด, ท็อปส์ แคร์, PET 'N ME, มัทสึคิโยะ, No Brand และ LOOKS
ท็อปส์ เดลี่, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด, ท็อปส์ แคร์, PET 'N ME, มัทสึคิโยะ, No Brand และ LOOKS
ผนึกแบรนด์พันธมิตรชั้นนำ เติมเต็มทุกการช้อป พบกับ Brand Sticker Discount ส่วนลดสูงสุด 30% จากแบรนด์พันธมิตรชั้นนำมากกว่า 200 แบรนด์ ครอบคลุมทั้งสินค้าและบริการ เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าเลือกใช้สิทธิ์ได้ตรงกับความต้องการและไลฟ์สไตล์มากยิ่งขึ้น
ความคุ้มไปอีกขั้น ยิ่งแปะ ยิ่งได้เพิ่ม เมื่อใช้ Brand Sticker Discount (สติ๊กเกอร์สีเทา) ที่ร่วมรายการครบทุก 10 ดวง ปลดล็อกเซอร์ไพรส์ รับสติ๊กเกอร์คูปองส่วนลดเพิ่ม 25% สำหรับใช้ลดสินค้า 1 ชิ้น ในการช้อปถัดไป โดยสามารถติดต่อรับสติ๊กเกอร์ได้ที่จุดบริการ จากนั้นระบบจะบันทึกการสะสมให้อัตโนมัติผ่านหมายเลขสมาชิก The 1 พร้อมตรวจสอบยอดสะสมได้ทาง LINE @TOPS THAILAND
“เราคาดหวังว่า ‘ท็อปส์ แปะอะไรก็ลด พลัส’ จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของท็อปส์ในช่วงครึ่งปีหลัง ด้วยการสานต่อความสำเร็จที่ผ่านมาและยกระดับสิทธิประโยชน์ให้สอดรับกับพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป พร้อมเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาแคมเปญสติ๊กเกอร์ จากแคมเปญส่งเสริมการขาย สู่ต้นแบบ Marketing Innovation ที่สามารถต่อยอดไปสู่รูปแบบและความร่วมมือใหม่ ๆ ในอนาคต หรือแม้แต่การขยายและปรับรูปแบบแคมเปญสติ๊กเกอร์ “แปะอะไรก็ลด” ให้สามารถนำไปต่อยอดและปรับใช้ให้เข้ากับแบรนด์อื่น ๆ ในกลุ่มธุรกิจเซ็นทรัล รีเทล ฟู้ด เพื่อสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าและพันธมิตร ตลอดจนเปิดโอกาสสร้างการเติบโตใหม่ ๆ ให้กับธุรกิจของทั้งกลุ่มฟู้ดในเครือเซ็นทรัล รีเทล ได้ต่อไป” นายจักรกฤษณ์ กล่าวสรุป
ช้อปคุ้มพร้อมสร้างความคุ้มค่าในแบบที่เลือกได้กับแคมเปญ “ท็อปส์ แปะอะไรก็ลด พลัส” ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2569 ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด, ท็อปส์ เดลี่, ท็อปส์ ออนไลน์ และท็อปส์ แคร์, PET 'N ME, LOOKS, No Brand, Matsukiyo สาขาที่ร่วมรายการ รวมถึงท็อปส์ ออนไลน์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.TOPS.co.th, Facebook: TOPS Thailand และ LINE Official: @TOPS THAILAND