ฟิตร่างกายแล้ว อย่าลืมฟิตการเงิน ถอดไอเดีย “รวยจีวิตี้” กรุงศรีหยิบเทรนด์ฮิต Longevity มาเชื่อมต่อกับเรื่องการเงิน ให้สนุกมากขึ้น

ฟิตร่างกายแล้ว อย่าลืมฟิตการเงิน ถอดไอเดีย “รวยจีวิตี้” กรุงศรีหยิบเทรนด์ฮิต Longevity มาเชื่อมต่อกับเรื่องการเงิน ให้สนุกมากขึ้น

7 ก.ย. 2026
ทุกวันนี้ หลายคนเริ่มจริงจังกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น
มองไปทางไหนก็เจอคนออกกำลังกาย เลือกกินอาหารที่ดี ตรวจสุขภาพประจำปี ไปจนถึงติดตามจำนวนก้าว การนอน หรืออัตราการเต้นของหัวใจ เพราะอยากให้ร่างกายแข็งแรง และใช้ชีวิตได้ยาวนานอย่างมีคุณภาพ
พฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนว่า แนวคิดเรื่องการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ หรือ Longevity กำลังกลายเป็นเรื่องใกล้ตัว และเป็น Lifestyle ที่คนยุคนี้ให้ความสำคัญมากขึ้น
แต่ในขณะที่เรากำลังลงทุนกับการมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ยังมีสุขภาพอีกด้านที่สำคัญต่อชีวิตในระยะยาวไม่แพ้กัน นั่นคือ สุขภาพการเงิน หรือ Financial Health
เพราะต่อให้ฟิตร่างกายจนพร้อมใช้ชีวิตยาว ๆ แต่ถ้ากระเป๋าสตางค์ยังไม่ฟิตตาม ชีวิตที่อยากใช้ก็อาจไปได้ไม่เต็มที่อย่างที่คิด
อินไซต์นี้เอง จึงกลายเป็นจุดตั้งต้นของแคมเปญ “#รวยจีวิตี้” จากกรุงศรี ที่หยิบยืมภาษาและไลฟ์สไตล์ของคนรักสุขภาพยุคใหม่ มาปลุกบทสนทนาเรื่อง “สุขภาพทางการเงิน” (Financial Health) ที่คนไทยมักมองข้ามให้กลายเป็นเรื่องสนุก เข้าถึงง่าย และลงมือทำได้จริงในชีวิตประจำวัน 
เพื่อชวนให้คนเริ่มดูแลสุขภาพการเงิน เหมือนกับที่เราดูแลสุขภาพร่างกาย ต่อยอด Brand Purpose สู่ความยั่งยืนที่ทุกคนเข้าถึงได้  
แล้วเบื้องหลังคำว่า “รวยจีวิตี้” มีวิธีคิดอะไรซ่อนอยู่ และกรุงศรีพาเรื่องสุขภาพการเงินไปสู่การลงมือทำได้อย่างไร ? MarketThink ชวนมาถอดกลยุทธ์ของแคมเปญนี้ไปพร้อมกัน
ที่ผ่านมากรุงศรีทำเรื่องของการเงินมาตลอด โดยมีเป้าหมายว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างแรงบันดาลใจในเรื่องของการเงินให้คนไทยได้ โจทย์คือ ทำเรื่องเงินให้เข้าถึงได้ง่าย และลงมือทำได้จริง 
เพราะแม้ทุกคนจะรู้ว่า การออม การลงทุน หรือการวางแผนการเงินเป็นเรื่องสำคัญ แต่เรื่องเหล่านี้มักมาพร้อมภาพจำของตัวเลข ศัพท์เฉพาะ และความซับซ้อน จนหลายคนรู้ว่าควรทำ แต่พอจะเริ่มจริง ๆ กลับไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน
กรุงศรีจึงเริ่มจากภาษา ด้วยการใช้ Language Marketing มาบัญญัติศัพท์ใหม่อย่าง #รวยจีวิตี้ ซึ่งเกิดจากการรวมคำว่า รวย + Longevity เข้าด้วยกัน โดยเริ่มต้นมาจากแนวคิด จุดเริ่มต้นของชีวิตที่ยั่งยืน คือ การเงินที่มั่นคง 
คำนี้จึงทำหน้าที่เหมือนสะพานเชื่อม Financial Health ที่ดูจริงจัง เข้ากับเทรนด์ที่คนคุ้นเคยและกำลังให้ความสนใจ พร้อมเปลี่ยนวิธีเล่าให้สนุก จำง่าย และหยิบไปพูดต่อได้ง่ายขึ้น 
อีกมุมที่น่าสนใจของคำว่า #รวยจีวิตี้ คือการชวนให้คนกลับมาคิดใหม่ว่า จริง ๆ แล้วคำว่า “รวย” ของแต่ละคนหมายถึงอะไร
ในมุมของกรุงศรี คำว่า “รวย” ไม่ได้หมายถึงตัวเลขในบัญชี แต่คือการมีสุขภาพการเงินที่แข็งแรงพอจะรองรับชีวิตที่แต่ละคนอยากมี พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน และเดินไปสู่เป้าหมายของตัวเองได้อย่างมั่นใจ
พอคำว่า รวย ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่ว่า ต้องมีเงินเท่าไรถึงจะรวย แต่คือ วันนี้สุขภาพการเงินของเราพร้อมสำหรับชีวิตที่อยากมีแล้วหรือยัง ?
คำถามนี้ยิ่งน่าสนใจ เมื่อหันกลับมาดูชีวิตการเงินจริงของคนไทย
ข้อมูลจากวิจัยกรุงศรีพบว่า เมื่อมีรายได้ คนไทย 38% เลือกนำเงินไปชำระหนี้เป็นอันดับแรก ขณะที่ 24% เลือกออม และมีเพียง 9% ที่สามารถนำเงินไปลงทุนได้
ขณะเดียวกัน คนไทยราว 14-20% ในทุกกลุ่มรายได้ ยังมองว่าการขาดความรู้ด้านการวางแผนการเงิน เป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญของการเตรียมตัวสำหรับอนาคต
ภาพนี้สะท้อนว่า แต่ละคนมีโจทย์ทางการเงินไม่เหมือนกัน บางคนต้องจัดการหนี้ บางคนต้องสร้างวินัยการออม ขณะที่บางคนพร้อมต่อยอดไปสู่การลงทุน
จุดเริ่มต้นสำคัญจึงอยู่ที่การรู้ก่อนว่า วันนี้สุขภาพการเงินของเราอยู่ตรงไหน และเรื่องไหนที่ควรจัดการก่อน
พอรู้แล้วว่าตัวเองอยู่ตรงไหน คำถามต่อไปก็คือ แล้วจะเริ่มดูแลอย่างไร ?
กรุงศรีจึงหยิบวิธีคิดเดียวกับการดูแลสุขภาพร่างกาย มาใช้กับเรื่องการเงิน และย่อยออกมาเป็น 4 ขั้นตอนง่าย ๆ คือ เช็ก ศึกษา ลงมือทำ และวัดผล
เริ่มจาก เช็ก สุขภาพการเงินผ่าน LINE OA @KrungsriSimple เพื่อดูว่าเราเป็น กล้วยเลเวลไหน พร้อมคำแนะนำที่เหมาะกับแต่ละระดับ
จากนั้น ศึกษา ผ่าน Krungsri The COACH และองค์ความรู้ด้านการเงินจากกรุงศรี เพื่อช่วยให้เรื่องการออม การลงทุน และการวางแผนการเงินเข้าใจง่ายขึ้น
เมื่อพร้อมก็ ลงมือทำ ผ่านเครื่องมือที่ตอบโจทย์แต่ละด้าน ตั้งแต่ krungsri app ที่ช่วยดูภาพรวมการเงิน, UCHOOSE ที่ช่วยบริหารการใช้บัตรเครดิต ไปจนถึง Kept by krungsri สำหรับสร้างวินัยการออม รวมถึง Kept Invest และ Happy tax free 
สุดท้ายคือ วัดผล โดยกลับมาตรวจเช็กสุขภาพการเงินเป็นระยะ เพื่อดูว่าเราเข้าใกล้เป้าหมายแค่ไหน และควรปรับตรงไหนต่อ
พอทั้ง 4 ขั้นตอนต่อกัน เรื่อง Financial Health ที่เคยดูใหญ่ ก็ถูกย่อยให้กลายเป็นสิ่งที่ค่อย ๆ ทำได้ในชีวิตประจำวัน จนกลายเป็น Routine เหมือนการดูแลสุขภาพกาย ที่สามารถทำได้ทุกวัน
“#รวยจีวิตี้” จึงไม่ใช่เพียงกระแสชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นก้าวสำคัญของกรุงศรีในการสร้าง Financial Health ที่ยั่งยืนให้คนไทยทั้งประเทศ ตอกย้ำบทบาทของกรุงศรีที่ไม่ได้ดูแลแค่เรื่องธุรกรรมทางการเงิน แต่ยังพร้อมเป็นตัวช่วยฟิตการเงิน ที่อยู่กับลูกค้าตั้งแต่เช็ก วางแผน ไปจนถึงลงมือทำจริง
โดยกรุงศรีจะสื่อสารแคมเปญ #รวยจีวิตี้ ผ่านสื่อแบบบูรณาการ 360 องศา ทั้งสื่อ Out-of-Home (OOH) ทั่วเมือง, Hero Content Video สไตล์ภาพยนตร์โฆษณา 4 เรื่อง, โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์ม เพื่อเข้าถึงผู้บริโภครายย่อย
นี่ถือเป็นแคมเปญการสื่อสารที่ “ท้าทาย” ในหลาย ๆ มิติ 
เพราะเมื่อพูดถึงเรื่องความยั่งยืน ภาพจำของคนส่วนใหญ่อาจยังผูกอยู่กับเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก แต่กรุงศรีต้องการพลิกเกมและขยายมุมมองนี้ให้กว้างขึ้นว่า ความยั่งยืนเริ่มต้นได้จากคุณภาพชีวิตที่ดีของแต่ละคน ตั้งแต่สุขภาพกาย สุขภาพใจ ไปจนถึงสุขภาพทางการเงิน 
เพราะเมื่อคนหนึ่งคนสามารถดูแลชีวิตของตัวเองได้อย่างมั่นคง ก็จะกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยสร้างความยั่งยืนให้ทั้งกับตัวเอง ครอบครัว และสังคมในระยะยาว
ทั้งหมดนี้ยังเชื่อมกลับไปยัง GO Sustainable with krungsri เพราะสำหรับกรุงศรี สุขภาพการเงินที่แข็งแรง คือหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน
และตรงนี้เองที่ทำให้แคมเปญน่าสนใจในเชิง Creative Idea ที่ต้องฮุกกันตั้งแต่ชื่อแคมเปญที่ใช้ ไปจนถึงขั้นตอนที่สร้าง Engagement ก็ต้องสนุก
เพราะ Longevity ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการมีชีวิตที่ยืนยาว แต่เป็นเทรนด์สำคัญที่สะท้อนว่าผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตในระยะยาวมากขึ้น ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพการเงิน ทำให้เรื่องความยั่งยืนกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนสามารถเข้าใจและเริ่มต้นได้จากตัวเอง
ด้วยกลยุทธ์ที่ผสานความคิดสร้างสรรค์ กับอินไซต์เชิงลึก กรุงศรีได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเรื่องการเงินก็สามารถเป็นเรื่องสนุก เข้าถึงง่าย และจับต้องได้จริงในชีวิตประจำวัน 
ที่สำคัญแคมเปญ #รวยจีวิตี้ ไม่ได้มีดีแค่จำง่าย แต่ยังช่วยลดกำแพงของเรื่องการเงิน และทำให้คนรู้สึกว่า เรื่องนี้เริ่มได้จากชีวิตของตัวเอง
เพราะบางครั้ง การทำให้คน “อยากเริ่ม” ก็สำคัญพอ ๆ กับการบอกว่า “ควรเริ่มอย่างไร”
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.