
สรุปวิธีทำคอนเทนต์ของ เจ้าของโรงแรมอลิซาเบธ โฆษณาโรงแรมแบบเนียน ๆ อย่างไร ให้คนอยากดู
21 ก.ย. 2026
เมื่อพูดถึงโรงแรมอลิซาเบธ จะต้องนึกถึงราดหน้า เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้โรงแรมกลับมาแมสได้ หลังจากซบเซาในช่วงวิกฤติโควิด จนขาดทุนหลายสิบล้านบาท
แต่อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ที่ทำให้โรงแรมอลิซาเบธยังอยู่ในกระแสตลอด คือการทำคอนเทนต์คลิปสั้นจากเจ้าของกิจการอย่างคุณเปา
สิ่งที่น่าสนใจคือ คอนเทนต์ที่คุณเปาทำนั้นเกี่ยวกับโรงแรมอลิซาเบธทั้งหมด และไม่ได้เล่าแค่เรื่องราดหน้า แต่ก็ยังสร้าง Engagement ได้สม่ำเสมอ ไม่หายไปจากหน้าฟีด
แล้วคุณเปา เจ้าของโรงแรมอลิซาเบธ ทำคอนเทนต์ขายของอย่างไร ให้คนดูรัก ? MarketThink สรุปให้อ่านในโพสต์นี้
ถ้าเปิดอ่านคอมเมนต์ในแต่ละคลิปของช่องเปาElizabeth hotel จะพบว่า คอมเมนต์จำนวนไม่น้อยชื่นชมคุณเปาที่รับ Feedback และพัฒนาโรงแรมอยู่เสมอ
ถ้าถามว่า คนดูรู้ว่าเขาทำแบบนั้นได้อย่างไร ? คำตอบอยู่ในคลิปนั่นเอง
คุณเปามักจะหยิบยกคอมเมนต์ของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นคำแนะนำเกี่ยวกับห้องพัก อาหาร ทางเดิน หรือชุดยูนิฟอร์มของพนักงานก็ตาม มาเป็นไอเดียตั้งต้นในการทำคลิป และแก้ไขปัญหาให้ดูอยู่เสมอ เช่น
- มีคนที่อยู่คอนโดฯ ข้างโรงแรม ทักมาบอกว่า สระว่ายน้ำของโรงแรมสะอาดดี แต่น่าจะจัดสวนเพิ่ม เพื่อความสวยงาม คุณเปาก็ขอบคุณ พร้อมปรับปรุงสระใหม่และจัดสวนเพิ่มจริง ๆ
- มีคนคอมเมนต์ว่าโรงแรมน่าจะใช้ปลาหมึกแช่แข็ง คุณเปาก็ไม่ได้ลบคอมเมนต์ หรือโจมตีกลับแบบรุนแรง
แต่เลือกเข้าไปถ่ายกระบวนการทำอาหารถึงเขียงพ่อครัวให้ดูกันเลย และยังเทียบให้ดูอีกด้วยว่า ปลาหมึกแช่แข็ง กับปลาหมึกสด ๆ หน้าตาต่างกันอย่างไร
- ลูกค้าบอกว่า ยูนิฟอร์มของพนักงานโรงแรมเก่าแล้ว คุณเปาก็ไม่ได้เพียงรับ Feedback แล้วทำผ่าน ๆ แต่เปลี่ยนดิไซน์ใหม่ทั้งชุด ให้เข้ากับยุคปัจจุบัน
จะเห็นได้ว่า แทนที่จะตอบกลับเฉย ๆ หรือปล่อยผ่านคำติเหล่านั้นไป คุณเปากลับเลือกหยิบคอมเมนต์มาพูดคุยและลงมือทำให้เห็นผ่านคลิป
จะเห็นได้ว่า แทนที่จะตอบกลับเฉย ๆ หรือปล่อยผ่านคำติเหล่านั้นไป คุณเปากลับเลือกหยิบคอมเมนต์มาพูดคุยและลงมือทำให้เห็นผ่านคลิป
ซึ่งทำให้คนดูสัมผัสได้ว่า แบรนด์รับฟังและใส่ใจเสียงของลูกค้าจริง ๆ และยังเปลี่ยนจากความรู้สึกที่ไม่ดี ให้กลายเป็นการซื้อใจอีก
นอกจากจะนำคำติหรือคำแนะนำมาทำคอนเทนต์แล้ว คุณเปายังเอาคำถาม รวมถึงการเล่นมุกของคนดู มาทำคอนเทนต์ตอบกลับด้วย
พอคนดูรู้ว่าพิมพ์อะไรไปแล้วมีคนฟัง และมีโอกาสได้เห็นสิ่งนั้นเกิดขึ้นจริงในคลิปถัดไป ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่การดูโฆษณา แต่เป็นความรู้สึกว่าได้มีเพื่อนพูดคุย และมีส่วนร่วมกับโรงแรมแห่งนี้ด้วย
ซึ่งดูได้จากเหตุการณ์หนึ่งที่คนดูเข้ามาคอมเมนต์เตือน เรื่องป้ายของโรงแรมที่เป็นภาษาอังกฤษล้วน และแนะนำให้มีตัวอักษรภาษาไทยเหนือตัวอักษรภาษาอังกฤษ จะได้ลดภาษีป้ายเหลือแค่ครึ่งเดียว
ต่อมาอีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนน่าจะรู้สึกถึงจากคลิปของคุณเปาคือ ความจริงใจ
เมื่อรู้ว่าสินค้าคือโรงแรมเก่าแก่อายุหลายสิบปี คุณเปาก็ไม่ได้พยายามโปรโมตว่า ที่นี่หรูหราหรือล้ำสมัย
แต่เลือกที่จะขายความคลาสสิกอย่างตรงไปตรงมา พร้อมเปิดห้องพักตามสภาพจริง ไม่มีการใช้ฟิลเตอร์หรือมุมกล้องหลอกตา
รวมถึงตอนถ่ายคลิป ถ้ามีช็อตไหนที่คุณเปาหลุดโก๊ะ ๆ ก็จะใช้ในคลิปด้วย ไม่ได้ตัดออก
ทีนี้พอลูกค้ามาพักแล้วได้ประสบการณ์ที่ตรงปก ก็จะกลับมาคอมเมนต์ชื่นชมในคลิปของคุณเปา ทำให้คอนเทนต์ดูน่าเชื่อถือยิ่งขึ้นไปอีก
อีกเรื่องที่ทำให้คอนเทนต์ขายของของคุณเปาไม่น่ารำคาญ คือคอนเทนต์จะมีความขายของเนียน ๆ ผ่านการบอกประโยชน์กับคนดู
ซึ่งคลิป 1,000,000 วิวครั้งแรกคือ คลิปหัวข้อว่า 4 อย่างในโรงแรมที่หยิบกลับบ้านได้
ถ้าใครเข้าไปดูจะสังเกตได้ว่าคลิปนี้ไม่ได้ขายห้องพัก ไม่ได้ขายราดหน้า และไม่มีเสียงพากย์ด้วย แต่กลับมี Engagement ดี เพราะเป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็อยากรู้ และเอาไปใช้ต่อได้จริง
ที่สำคัญคือ คนดูไม่ได้ดูแค่ของอย่างเดียวแล้วปัดผ่าน แต่จะรอดูจนจบว่าอีก 3 อย่างที่เหลือคืออะไร
ซึ่งการทำให้คนดูอยู่จนจบคลิป คือสิ่งที่คุณเปาบอกว่ากลายเป็นหัวใจของการทำคอนเทนต์
ผลที่ตามมาจากเรื่องนี้คือ พอคลิปมีอัตราคนดูจบสูง อัลกอริทึมก็จะยิ่งดันคลิปไปให้คนดูกลุ่มใหญ่ขึ้น
สุดท้ายคอนเทนต์ที่ทำให้คนดูผูกพัน และเข้าถึงได้ยิ่งกว่าเดิมคือ การนำคนเบื้องหลังอย่างคุณลุงพนักงานต้อนรับ หรือคุณป้าแม่บ้าน มาร่วมเฟรมหรือพูดคุยในคลิปด้วย
ทำให้แบรนด์มีภาพลักษณ์ที่อบอุ่นและเป็นกันเอง พอคนเห็นก็รู้สึกเอ็นดูและอยากมาอุดหนุน
จากกรณีศึกษาของคุณเปา ก็คงพอสรุปได้ว่า เคล็ดลับการทำคอนเทนต์ขายของให้คนดูรัก ไม่ใช่การทำคลิปที่โปรดักชันเนี้ยบที่สุด หรือมีสินค้าที่สมบูรณ์แบบที่สุด
แต่คือความกล้าที่จะฟังเสียงคนดูอย่างตั้งใจ และกล้าที่จะทำให้เห็นจริงโดยไม่กลัวเสียหน้า
เพราะทุกคอมเมนต์ที่คุณเปาหยิบมาทำคลิป ไม่ว่าจะเป็น คำชม คำติ หรือแม้แต่คำถามกวน ๆ ล้วนเป็นการเปิดโอกาสให้แบรนด์แสดงความไม่สมบูรณ์ ต่อหน้าคนดู
ซึ่งในโลกที่แบรนด์ส่วนใหญ่พยายามควบคุมทุกอย่างให้ดูสมบูรณ์แบบ การยอมเปิดเผยจุดที่ยังไม่ดี แล้วแก้ไขให้เห็นตรงหน้า กลับกลายเป็นสิ่งที่แตกต่างและคนดูโหยหา
อย่างที่คุณเปา เจ้าของโรงแรมอลิซาเบธ ได้ทำไว้..