AI ใช้วิธีอะไร ตรวจจับคอนเทนต์ ว่าสร้างหรือเขียนขึ้น ด้วย AI ?

AI ใช้วิธีอะไร ตรวจจับคอนเทนต์ ว่าสร้างหรือเขียนขึ้น ด้วย AI ?

12 ต.ค. 2026
ทุกวันนี้มีคอนเทนต์จำนวนมากถูกสร้างขึ้นมาจาก AI ไม่ว่าจะเป็น บทความ รูปภาพ วิดีโอ เสียง และเพลง ซึ่งหลาย ๆ แพลตฟอร์มเองก็ไม่ได้ห้ามใช้ AI ผลิตคอนเทนต์แต่อย่างใด
เพียงแต่ต้องติดแท็กบอกว่า เป็นคอนเทนต์ที่ทำจาก AI และไม่ใช่คอนเทนต์ที่มีเนื้อหาไม่ถูกต้อง ทำให้เข้าใจผิด หรือละเมิดกฎชุมชน เพียงแค่นี้ก็จะไม่ถูกลด Reach โดนปิดการสร้างรายได้ หรือโดนลบ..
แล้วสงสัยไหมว่า AI ใช้หลักการเบื้องหลังอะไรในการตรวจสอบว่าเป็น คอนเทนต์ AI ?
1. ใช้วิธีดูความน่าจะเป็นว่า คำต่อไปเดาได้ง่ายแค่ไหน
หลักการง่าย ๆ คือ AI มักจะใช้วิธีเขียนบทความโดยเลือกคำถัดไปให้เหมาะกับบริบทก่อนหน้ามากที่สุด ทำให้คำและรูปประโยคทั้งบทความ มักจะเดาได้ง่ายว่าคำต่อไปจะใช้คำว่าอะไร
ขณะที่คนทั่วไปจะเขียนโดยอ้างอิงจากความรู้ และประสบการณ์ของตัวเอง รวมถึงการเขียนก็มีหลายสำนวนแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล ทำให้เดาคำถัดไปได้ยากกว่า
ลองมาดูตัวอย่าง 2 ประโยคนี้
- “กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ”
- “กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เดินไปไม่กี่ก้าวก็เจออะไรคนละโลก ทั้งวัดเก่า ร้านกาแฟ จนถึงตึกสำนักงาน”
จะเห็นได้ว่า 2 ประโยคนี้มีใจความคล้าย ๆ กัน
แต่ประโยคแรกเราสามารถเดาคำถัดไปได้ง่ายมากตั้งแต่ มี-ความหลากหลาย-ทางวัฒนธรรม-และ-มี-สถานที่ท่องเที่ยว-ที่น่าสนใจ
กลับกันประโยคสองเดาคำถัดไปได้ยากกว่ามาก ไม่ว่าจะเป็น เดินไปไม่กี่ก้าว-ก็เจออะไรคนละโลก-ทั้งวัดเก่า-ร้านกาแฟ-จนถึงตึกสำนักงาน
ดังนั้น ประโยคแรกจึงมีสัญญาณบ่งบอกว่า เป็นประโยคที่ AI เขียนขึ้นมานั่นเอง
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนจริง ๆ จะไม่สามารถเขียนประโยคแบบแรกได้ เพราะเราสามารถเจอประโยคแบบแรกได้ทั้งในข่าว หนังสือราชการ หนังสือเรียน หรือแม้กระทั่งบทความ SEO
ดังนั้น AI Detection เลยมักใช้หลักการนี้ประกอบกับสัญญาณอื่น ๆ เพื่อตรวจจับบทความหรือข้อความที่สร้างมาจาก AI ด้วย
2. แนวคิด Burstiness หรือดูความหลากหลายของประโยค
คนมักจะเขียนได้ไม่สม่ำเสมอเท่า AI บางประโยคอาจสั้น บางประโยคยาว บางครั้งใช้คำไม่เป็นทางการ หรือเปลี่ยนจังหวะการเล่าไปตามความคิด
แต่ข้อความจาก AI มักมีโครงสร้างที่สม่ำเสมอ ทั้งคำ รูปประโยค ระดับภาษา การใช้คำเชื่อม ความซับซ้อนของไวยากรณ์ ความหลากหลายของคำศัพท์
ตัวอย่างรูปประโยคที่มนุษย์เขียน VS AI เขียน
- “เมื่อวานผมไปกาญจนบุรีมา ฝนตกหนักมาก ตอนแรกคิดว่าจะไม่ได้ออกไปถ่ายรูปเล่นแล้ว แต่โชคดีมากเพราะตอนบ่ายฟ้าเปิดเฉยเลย”
- “กาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีความสำคัญทางวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว”
นอกจากนี้ AI บางโมเดลยังมีสไตล์การเขียนเป็นของตัวเองมาก ๆ ทำให้เดาได้ว่า AI น่าจะเขียนขึ้นมา เช่น
- ใช้โครงสร้าง “ไม่ใช่แค่.. แต่ยัง..”
- ใช้คำเชื่อมบ่อย เป็นระบบและลื่นไหลมาก เช่น อีกทั้ง, ยิ่งไปกว่านั้น, ถึงแม้ว่า, อย่างไรก็ตาม
- มีโครงสร้างเกริ่นนำ > อธิบาย > สรุป ได้เรียบร้อย
- เขียนแบบเป็นสิสต์หัวข้อ พร้อมสรุปให้ท้ายบทความ
3. ตรวจจับลายน้ำ หรือ Watermark
แนวคิดนี้คือ แทนที่จะตรวจสอบย้อนหลังว่าเป็นข้อความที่สร้างขึ้นโดยมนุษย์หรือ AI
แต่ผู้พัฒนาเลือกที่จะฝังลายน้ำตั้งแต่ตอน AI สร้างข้อความขึ้นมา เพื่อเป็นหลักฐานและใช้ตรวจสอบในอนาคต
ยกตัวอย่างเช่น ChatGPT ที่เพิ่งประกาศว่าจะเริ่มใส่ลายน้ำเข้ามาในข้อความ โดยจะเริ่มที่ยุโรปเป็นที่แรก
หลักการสร้างลายน้ำก็คือ ผู้สร้าง AI จะเพิ่มกฎลับขึ้นมา
โดยบางสถานการณ์จะเพิ่มโอกาสในการเลือกใช้คำบางกลุ่มมากกว่าอีกกลุ่มหนึ่ง และทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ตลอดทั้งข้อความ โดยคนอ่านจะไม่รู้สึกถึงความผิดปกติเลย
ตัวอย่างเช่น “สถานที่ท่องเที่ยวนี้..” และ AI จะต้องเลือกคำถัดไปมาใส่ให้สมบูรณ์
ซึ่งปกติอาจจะเป็นได้ทั้ง “สวยงาม”, “งดงาม”, “น่าสนใจ”, “โดดเด่น”, “มีเสน่ห์”, “น่าค้นหา”
แต่ผู้สร้าง AI แบ่งคำออกเป็น 2 กลุ่ม และเลือกใช้คำกลุ่มหนึ่งมากกว่าคำอีกกลุ่มหนึ่ง เช่น ใช้คำว่า “สวยงาม”, “งดงาม”, “น่าสนใจ” มากกว่าอีก 3 คำที่เหลือ ทั้ง ๆ ที่ธรรมชาติของ AI ควรจะใช้คำในกลุ่มเดียวกันในจำนวนพอ ๆ กัน
พอ AI Detection ตรวจจับแล้วเจอ Pattern การเลือกใช้คำที่ผิดแปลกไปจากสถิติในจำนวนที่มากเพียงพอ ก็จะวิเคราะห์ออกมาว่า ข้อความหรือบทความนั้นมีโอกาสถูกเขียนขึ้นโดย AI นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม การใช้ AI Detection ก็ไม่ได้การันตี 100% ว่า คอนเทนต์หรือผลงานชิ้นนั้นทำจาก AI หรือไม่ แต่จะบอกแนวโน้มด้วยค่าความน่าจะเป็นมากกว่า
เพราะหลายครั้งที่คนนำบทความ AI มาเรียบเรียงด้วยสำนวนการเขียนของตัวเอง หรือใช้ AI อีกตัวสั่ง Prompt ให้ปรับสำนวนการเขียนเป็นมนุษย์มากขึ้น ก็ทำให้ AI Detection ตรวจจับได้ยากขึ้นได้เช่นกัน
ปิดท้ายด้วยเรื่องที่น่าสนใจ
รู้หรือไม่ว่า Facebook ก็มีการตรวจจับว่าโพสต์ของเรา สร้างขึ้นมาด้วย AI หรือไม่ ซึ่งถ้าถูกสร้างขึ้นมาด้วย AI โพสต์นั้น ๆ จะมีการระบุว่า “AI Content” ซึ่งสามารถกดเข้าไปดูได้ที่รายละเอียดของโพสต์นั้น ๆ
ส่วนวิธีที่ Facebook ใช้ตรวจสอบก็มีหลักการคล้าย ๆ กันคือ ตรวจดูจากลายน้ำที่ฝังอยู่ในรูปภาพ
ซึ่งแม้ว่าเราจะทำการแก้ไขรูปเพียงนิดเดียว ด้วยเครื่องมือ AI ตัวใดก็ตาม เพียงแค่นี้ก็อาจจะถูกระบุว่าเป็น AI Content ได้แล้ว..
Tag:AI
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.