คนเบื่อคลิปสั้น หันมาเสพคลิปยาว.. Instagram อัปเดตใหม่ เตรียมให้กลับมาอัปโหลดคลิปยาว สูงสุด 90 นาทีได้

คนเบื่อคลิปสั้น หันมาเสพคลิปยาว.. Instagram อัปเดตใหม่ เตรียมให้กลับมาอัปโหลดคลิปยาว สูงสุด 90 นาทีได้

28 ต.ค. 2026
ล่าสุด Adam Mosseri หัวเรือใหญ่ของ Instagram ได้ออกมาประกาศทิศทางใหม่ที่น่าจับตามองอย่างมาก นั่นก็คือ Instagram จะหันมาลุยตลาดวิดีโอยาวอย่างจริงจัง
ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มมีการอัปเดตฟีเชอร์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจมาแล้วด้วย โดยนำร่องที่ประเทศสหรัฐอเมริกาก่อน หลังจากซุ่มทดสอบกับครีเอเตอร์ในประเทศบราซิลมาแล้วก่อนหน้านี้
และคาดว่า หากทุกอย่างลงตัวก็น่าจะมีการอัปเดตให้ครีเอเตอร์ในหลาย ๆ ประเทศได้ลองใช้กันด้วย
แล้วมีฟีเชอร์อะไรอัปเดตในครั้งนี้กันบ้าง ?
1. Features
คือ ฟีเชอร์สร้างวิดีโอแนวนอนที่มีความยาวสูงสุดถึง 90 นาที ทำให้ครีเอเตอร์สามารถทำคอนเทนต์เชิงลึกได้สูงสุดถึง 1.5 ชั่วโมง
เหมาะสำหรับคอนเทนต์ประเภท พอดแคสต์, Vlogs ไปจนถึงรายการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก
2. Clips as Reels
คือ เครื่องมือที่อนุญาตให้ครีเอเตอร์สามารถตัดไฮไลต์สั้น ๆ จากวิดีโอยาวได้สูงสุด 8 คลิป แล้วแปะลิงก์เชื่อมโยงกลับไปยังวิดีโอยาวตัวเต็ม เพื่อใช้ Reels เป็นช่องทางดึงคนเข้าสู่คอนเทนต์หลัก
3. Series
คือ ระบบจัดหมวดหมู่คอนเทนต์เป็นตอน ๆ คล้ายฟีเชอร์ Playlist ของแอปโซเชียลอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้
ครีเอเตอร์สามารถแท็ก Reels และวิดีโอให้อยู่ในกลุ่มธีมหรือหัวข้อเดียวกันได้ ช่วยสร้างพฤติกรรมแบบดูต่อเนื่องและดึงดูดผู้ชมให้อยู่กับช่องในระยะยาว
4. ฟีเชอร์เชื่อมต่อกับ Connected TV
ในตอนนี้เทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นก็คือ ผู้คนไถคลิปสั้นบนโทรศัพท์มือถือในตอนกลางวัน และกลับมาดูทีวีที่ห้องนั่งเล่นในตอนกลางคืน Instagram เลยต้องปรับกลยุทธ์ตามพฤติกรรมการเสพสื่อที่เปลี่ยนไป
โดยในตอนกลางวัน ถ้าเราไถฟีด Reels แล้ว เราหยุดดูหรือมีเอนเกจกับคลิป Reels อันไหน ระบบจะจดจำประวัติการดูนั้นไว้
แล้วพอเรากลับมาถึงบ้าน แล้วเปิดแอป Instagram บนทีวี แอปจะจดจำได้ว่า ผู้ใช้เคยดู Reels ตัวไหนบนโทรศัพท์มือถือ แล้วจะขึ้นข้อความทักทายว่า “อยากดูวิดีโอฉบับเต็มบน TV ต่อไหม ?” เพื่อลิงก์ให้เราเข้าไปดูต่อ
นอกจากนี้ Instagram ยังเพิ่มฟีเชอร์ใช้สมาร์ตโฟนแทนรีโมตคอนโทรล เพื่อใช้สั่งการและเลือกวิดีโอบน TV ได้อย่างสะดวกขึ้นอีกด้วย
แล้วการอัปเดตครั้งนี้ ครีเอเตอร์และแบรนด์จะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ?
แม้ว่าฟีเชอร์นี้จะยังไม่ได้เปิดทดลองใช้ในไทย แต่อีกไม่นานก็น่าจะมีอัปเดตให้ใช้ทั่วกัน ดังนั้น ครีเอเตอร์และแบรนด์ก็ควรจะเตรียมตัวไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น
- ปรับกลยุทธ์ทำคอนเทนต์เป็น “1 Long = 8 Shorts”
พอทำคลิปยาว 1 ตัว เช่น พอดแคสต์ 45 นาที ให้ใช้ฟีเชอร์ Clips as Reels ซอยไฮไลต์เด็ด ๆ ออกมาเป็น 8 คลิปสั้น เพื่อกระจายคลิปไปหน้าฟีด Reels แล้ววางลิงก์ดึงคนกลับเข้ามาดูวิดีโอตัวเต็ม
- สร้างความต่อเนื่องด้วยฟีเชอร์ “Series”
หากคอนเทนต์มีหลายตอนจบ ให้ใช้เครื่องมือ Series จัดหมวดหมู่ไว้ เพื่อให้ระบบแนะนำตอนถัดไปอัตโนมัติ กระตุ้นให้เกิดการดูยาวนานขึ้น
- ยกระดับงาน Production ให้คุณภาพสูงขึ้น เพื่อรองรับฟีเชอร์เชื่อมต่อจอใหญ่ (CTV)
วิดีโอแนวยาวที่จะถูกนำไปเปิดบนจอ TV ในห้องนั่งเล่น ควรมีงานภาพ แสง และระบบเสียงคมชัด สมจริง ภาพไม่แตกเมื่อขึ้นจอใหญ่ เพื่อให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด
- สร้าง Branding ด้วย Long-Form Content เพื่อเพิ่มความผูกพัน
สำหรับแบรนด์สามารถทำ Branded Podcast, สารคดีสั้น หรือรายการความยาว 15-30 นาที เพื่อเล่าเรื่องราวของแบรนด์หรือรายละเอียดเชิงลึก และสร้างความผูกพันกับลูกค้าในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
รวมทั้งสามารถวางแนวทาง Full-Funnel Marketing ได้บนแพลตฟอร์มเดียว ด้วยการกระจายการรับรู้ผ่าน Reels สั้น ๆ แล้วดึงคนมาดูคลิปยาว 90 นาที
ซึ่งอาจจะเป็นการให้ข้อมูลสินค้าแบบละเอียด การรีวิวเชิงลึก หรือการสาธิตการใช้งานสินค้าจริงก็ได้
ทั้งหมดนี้ก็คือ รายละเอียดที่กำลังจะเกิดขึ้นกับทิศทางในอนาคตของ Instagram นั่นเอง..
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.