ไทยเบฟ เผยทิศทางธุรกิจ เปิดวิสัยทัศน์ “PASSION 2025”

ไทยเบฟ เผยทิศทางธุรกิจ เปิดวิสัยทัศน์ “PASSION 2025”

1 ต.ค. 2020
คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
ความก้าวหน้าที่สำคัญในช่วง 6 ปี ตั้งแต่ 2014-2020 ตามแผน Vision 2020 นั้น
ยอดขายและกำไรของเราเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้ไทยเบฟเป็นผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน
โดยเราได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจ
ไม่ว่าจะเป็น สุรา, เบียร์, เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และอาหาร
ไทยเบฟคงความเป็นผู้นำในธุรกิจสุรา
ในธุรกิจเบียร์ เมื่อรวมยอดขายของเบียร์ในประเทศไทย และในประเทศเวียดนาม ถือได้ว่าเรามีปริมาณยอดขายเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน
เราเป็นผู้นำในธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อาทิ ชาเขียวโออิชิ, น้ำดื่มคริสตัล
และธุรกิจอาหาร มีความใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย
นอกจากนั้น เราก็ยังให้ความสำคัญในเรื่องของ ความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง
สอดคล้องกับการขับเคลื่อนองค์กรภายใต้ Vision 2020
ส่งผลให้ไทยเบฟได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิก Dow Jones Sustainability Indices -DJSI เป็นอันดับที่ 1 ของโลก ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม
วันนี้ กลุ่มไทยเบฟ พร้อมที่จะก้าวไปสู่ก้าวที่แข็งแกร่งกว่าเดิม ต่อยอดความสำเร็จจาก Vision 2020 ขับเคลื่อนสู่ PASSION 2025 ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ภายใต้ 3 แนวทางหลักคือ
1) BUILD (สรรสร้างความสามารถ)
คือ สรรสร้างความสามารถและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยต่อยอดจากพื้นฐานธุรกิจที่มีอยู่
2) STRENGTHEN (เสริมแกร่งความเป็นหนึ่ง)
คือ เสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก เพื่อรักษา และก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน
3) UNLOCK (สุดพลังศักยภาพไทยเบฟ)
คือ นำศักยภาพของไทยเบฟที่มีอยู่มาก่อให้เกิดพลังสูงสุด
คุณประภากร ทองเทพไพโรจน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มธุรกิจสุรา เผยว่า
ในรอบ 12 เดือนย้อนหลัง แสงโสม สามารถเติบโตกว่า 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
และ เบลนด์ 285 ซิกเนเจอร์ ยังสามารถเพิ่มการเติบโตได้ถึง 37%
นอกไปจากนั้น เมอริเดียนบรั่นดี ยังสามารถเพิ่มการเติบโตได้ถึง 50% และมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 8%
ในปีนี้ กลุ่มธุรกิจสุรา ยังได้มีการออกผลิตภัณฑ์ Phraya Elements
ซึ่งเป็นสุราระดับพรีเมียมที่ผ่านการเก็บบ่มในถังไม้โอ๊คยาวนานหลายปี ในบรรจุภัณฑ์ที่หรูหรา
คุณไมเคิล ไชน์ ฮิน ฟา ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มธุรกิจเบียร์ เผยว่า
สำหรับตลาดเบียร์ในต่างประเทศ เรามีวิสัยทัศน์การนำเบียร์ช้างมุ่งสู่การเป็นที่ 1 ของเบียร์สัญชาติไทยในระดับสากล ทั้งในด้านปริมาณการขาย และในใจลูกค้า
โดยได้รับการสนับสนุนจาก 2 แรงผลักดันสำคัญ ได้แก่
การขยายฐานลูกค้าทางภูมิศาสตร์ของเบียร์ช้าง
และการสร้างคุณค่าของตราสินค้า
1)การขยายฐานลูกค้าทางภูมิศาสตร์ของเบียร์ช้าง
ขยายฐานลูกค้าไปสู่เมืองที่สำคัญต่างๆ ในต่างประเทศ
โดย เบียร์ช้าง ได้เปิดตัวการผลิตภายนอกประเทศไทย เป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2562
2)การสร้างคุณค่าของตราสินค้า
สื่อออนไลน์ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลักในการสร้างแบรนด์เบียร์ช้าง
รวมถึงการเข้าถึงผู้บริโภคในระดับสากล โดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์โควิด 19
คุณนงนุช บูรณะเศรษฐกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจอาหาร (ประเทศไทย) เผยว่า
กลุ่มธุรกิจอาหาร ปรับแผนกลยุทธ์เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากโควิด 19
เร่งขยายช่องทางการขายแบบ Takeaway และ Delivery ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว รุกทั้งออนไลน์และออฟไลน์
รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และรูปแบบบริการให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากที่สุด
สำหรับแผนกลยุทธ์ของกลุ่มธุรกิจอาหารในปี 2564
1) ขยายสาขาในรูปแบบต่างๆ ให้เหมาะกับสถานการณ์และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
2) มุ่งเน้นการขยายช่องทางการให้บริการหลายรูปแบบ เช่น Home Delivery, Take home/Pick up, ไดร์ฟทรู และอื่นๆ
3) นำเอาดิจิทัลและเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อสามารถสร้างประสบการณ์
ความสะดวกสบายให้กับลูกค้าได้แบบ Personalization และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน
4) Heath & Well-being มุ่งเน้นพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพ-ความปลอดภัย
5) เสริมสร้างบุคลากร เพิ่มประสิทธิภาพด้านทักษะ ความชำนาญในการทำงาน
เพื่อพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่มีความคล่องตัวสูง
คุณโฆษิต สุขสิงห์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มธุรกิจต่อเนื่อง เผยว่า
แนวทางการทำธุรกิจบนหลักคิดเรื่อง “ความยั่งยืน”
เป็นสิ่งที่ ไทยเบฟ ยึดปฏิบัติมาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจมามากกว่า 44 ปี
โดยเน้นปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม การบริหารทรัพยากรธรรมชาติ สังคม ธรรมาภิบาล การพัฒนาบุคลากรองค์กร และวัฒนธรรมองค์กร เพื่อการพัฒนาด้านความยั่งยืนอย่างรอบด้าน
ซึ่งจากเหตุการณ์ระบาดของโควิด 19
กลุ่มไทยเบฟ ได้มอบแอลกอฮอล์ให้กับโรงพยาบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสถานบริการสาธารณสุข 76 จังหวัด ทั่วประเทศไทย
และยังได้ผสานความร่วมมือกับพันธมิตรด้านความยั่งยืน
ด้วยการสนับสนุนเจลแอลกอฮอล์ล้างมือกว่า 1 ล้านขวด
เพื่อส่งมอบให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม.ทั่วประเทศ
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.