Google เผยรายงานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย อีคอมเมิร์ซโต 81% จากปีก่อน

Google เผยรายงานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย อีคอมเมิร์ซโต 81% จากปีก่อน

10 พ.ย. 2020
Google, Temasek และ Bain & Company เผยผลวิจัยเศรษฐกิจดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (e-Conomy SEA 2020) โดยระบุว่า เศรษฐกิจดิจิทัลของไทย จะมีมูลค่า 548,600 ล้านบาท ในปี 2020
เติบโตขึ้น 7% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา
นับเป็นตลาดที่มีเศรษฐกิจดิจิทัลใหญ่เป็นอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซีย
และคาดมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลไทย จะแตะ 1,615,300 ล้านบาท ในปี 2025 หรือเติบโตขึ้นประมาณ 25% ต่อปี
ผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มดิจิทัลในไทยมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด
โดยในช่วง COVID-19
30% ของผู้ใช้บริการดิจิทัลทั้งหมด (Digital Service Consumers) คือผู้ใช้รายใหม่
ซึ่งช่วงก่อน COVID-19 คนไทยใช้เวลาไปกับอินเทอร์เน็ต เฉลี่ยคนละ 3.7 ชั่วโมง/วัน
ในขณะที่ช่วงหลัง COVID-19 คนไทยใช้เวลาเฉลี่ยคนละ 4.3 ชั่วโมง/วัน
ทั้งนี้ การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ในแต่ละภาคส่วน มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. อีคอมเมิร์ซ
ในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตรวดเร็วที่สุด
โดยมีมูลค่าแตะ 274,300 ล้านบาท ในปี 2020
คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 81% จากปีที่ผ่านมา
และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 731,500 ล้านบาท ในปี 2025 หรือเติบโตเฉลี่ย 21% ต่อปี
ซึ่งการขยายตัวของอีคอมเมิร์ซ ช่วยชดเชยการชะลอตัวของการท่องเที่ยวและการขนส่งออนไลน์
2. สื่อออนไลน์ (โฆษณา เกม บริการวิดีโอออนดีมานด์ และบริการเพลงออนดีมานด์)
ในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีมูลค่า 121,900 ล้านบาท ในปีนี้
เติบโตขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมา
และทะลุ 213,300 ล้านบาท ในปี 2025 หรือเติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี
3. การขนส่งและบริการส่งอาหารออนไลน์
ในประเทศไทยมีมูลค่า 33,500 ล้านบาท ในปี 2020
ลดลง 12% จากปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีการเติบโตของบริการส่งอาหารออนไลน์
แต่ก็ไม่อาจชดเชยผลกระทบจาก COVID-19 ต่อบริการขนส่งผู้โดยสารได้
อย่างไรก็ดี คาดว่าภาคส่วนนี้จะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
และมีมูลค่าแตะ 213,300 ล้านบาท ในปี 2025 หรือเติบโตเฉลี่ย 45% ต่อปี
4. การท่องเที่ยวออนไลน์ (ธุรกิจจองโรงแรม ที่พัก และเที่ยวบิน)
ในประเทศไทย ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของ COVID-19
มีมูลค่าตลาด (Gross Bookings Value) อยู่ที่ 121,900 ล้านบาท ในปี 2020
ลดลง 47% จากปีที่ผ่านมา
และคาดว่าจะมีมูลค่า 457,200 ล้านบาท ภายในปี 2025 หรือเติบโตเฉลี่ย 31% ต่อปี
ที่น่าสนใจคือ ในช่วงล็อกดาวน์ คนไทยมีแนวโน้มหันมาท่องเที่ยวในประเทศ มากกว่าช่วงก่อนล็อกดาวน์ถึง 10 เท่า
นอกจากนี้รายงานฯ ยังได้ให้ข้อมูลอัปเดตในส่วนของ
บริการทางการเงินดิจิทัล (การชำระเงิน การโอนเงิน การให้กู้ยืม ประกันภัย และการลงทุน) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยระบุว่า ผู้บริโภคและธุรกิจ SME ได้หันมาใช้บริการทางการเงินดิจิทัลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
นอกเหนือจากบริการให้กู้ยืมแล้ว มูลค่าธุรกรรมรวมการชำระเงินดิจิทัล (GTV) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่ที่ 18,900 ล้านบาท ในปี 2020
และคาดว่าจะมีมูลค่ารวมที่ 36,600 ล้านบาท ในปี 2025
และอีก 2 ภาคส่วนใหม่ ที่ได้ทำการวิจัยขึ้นในปีนี้
ได้แก่ เทคโนโลยีด้านสุขภาพ (HealthTech) และเทคโนโลยีด้านการศึกษา (EdTech)
ซึ่งมีบทบาทสำคัญมากในช่วง COVID-19 โดยมีอัตราการเติบโต และอัตราการนำไปใช้ (Adoption Rate) ที่โดดเด่น
อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจเหล่านี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
และต้องผ่านความท้าทายต่างๆ ก่อน จึงจะสามารถสร้างผลกําไรได้มากขึ้น
นอกจากนี้ ในรายงานฯ ยังเผยว่า
เม็ดเงินลงทุนในภูมิภาค ยังคงเติบโตต่อเนื่อง และไม่ได้ลดน้อยลงในช่วงครึ่งแรกของปี 2020
แต่เพียงนักลงทุนมีความรอบคอบมากขึ้น
โดยจะตัดสินใจลงทุนอย่างรอบคอบ ในการซื้อขายที่น้อยลง แต่ด้วยมูลค่า (valuation) ที่น่าดึงดูดมากขึ้น เพื่อคาดหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะยาว
ในขณะที่เป้าหมายของปีก่อนหน้าคือ “กล้าได้กล้าเสีย”
สําหรับตอนนี้ นักลงทุนจะมองหาการเติบโตที่สร้างผลกําไรได้ และยั่งยืนมากกว่า
ซึ่งการให้เงินทุนกับธุรกิจระดับ สตาร์ตอัปยูนิคอร์น ที่เริ่มอิ่มตัว (อีคอมเมิร์ซ การขนส่งและบริการส่งอาหารออนไลน์ การท่องเที่ยว ออนไลน์ และสื่อออนไลน์) โดยชะลอตัวลง นับตั้งแต่จุดเฟื่องฟูในปี 2018
ปัจจุบันแพลตฟอร์มต่างๆ หันกลับมาให้ความสําคัญกับธุรกิจหลักของตน เพื่อมุ่งเน้นการสร้างผลกําไรเป็นอันดับแรก และรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคผ่านการสร้างพันธมิตร
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://economysea.withgoogle.com
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.