ร้านของเล่น Toys "R" Us กำลังถูกต่อลมหายใจอีกครั้ง หลังขายกิจการให้กับ WHP Global

ร้านของเล่น Toys "R" Us กำลังถูกต่อลมหายใจอีกครั้ง หลังขายกิจการให้กับ WHP Global

16 มี.ค. 2021
ร้านจำหน่ายของเล่นและผลิตภัณฑ์ของเด็กเล่น ที่เคยใหญ่สุดในโลก Toys "R" Us
กำลังจะถูกต่อลมหายใจอีกครั้ง
เรื่องราวนี้ เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา จากการประกาศของบริษัท WHP Global ที่ได้เข้าซื้อกิจการบริษัท Tru Kids ผู้เป็นเจ้าของแบรนด์ Toys "R" Us
ทั้งนี้ บริษัท Tru Kids ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นหนึ่งในแบรนด์ย่อยของ Toys "R" Us ที่ชื่อว่า Geoffrey's Toy Box ซึ่งมีไอคอนเป็นรูปยีราฟ นั่นเอง
สาเหตุที่ Geoffrey's Toy Box แยกตัวออกมาตั้งเป็นบริษัท Tru Kids
ก็เพื่อเข้ามาถือหุ้นของ Toys "R" Us โดยเฉพาะ เพื่อฟื้นคืนชีพให้กับธุรกิจ
หลังจากที่ Toys "R" Us ต้องยื่นล้มละลายไปในปี 2017 จากภาวะขาดทุนและขาดสภาพคล่องทางการเงิน อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2014
ซึ่งบริษัท Tru Kids มี CEO เป็นคุณ Richard Barry อดีตผู้บริหารของ Toys "R" Us ที่ทำงานกับบริษัทมานานกว่า 30 ปี
คุณ Richard มองเห็นจุดบกพร่องที่ผ่านมา และได้กล่าวในตอนนั้นว่า เขาต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง Toys "R" Us ใหม่ ด้วยการนำเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ช เข้าใช้งาน
โดยร่วมมือกับบริษัท b8ta รวมถึงจับมือกับ Amazon เพื่อนำสินค้าไปวางขายบนแพลตฟอร์ม
อย่างไรก็ดี การเข้ามาของ Tru Kids เอง
ก็ยังไม่สามารถนำพา Toys "R" Us ให้กลับมาสร้างกำไรได้ อย่างที่หวังไว้..
ล่าสุด จึงมีผู้อาสาใหม่คือ บริษัท WHP Global ที่จะเข้ามาช่วยต่อลมหายใจให้กับ Toys "R" Us
WHP Global ก่อตั้งในปี 2019 ที่เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
ประกอบธุรกิจหลักคือ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และการเข้าลงทุนในแบรนด์สินค้าแฟชันต่าง ๆ
เป้าหมายหลักของ WHP Global คือการเข้าซื้อกิจการ ที่มีโอกาสในการเติบโตดี แต่ยังขาดช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์ ยกตัวอย่างเช่น แบรนด์ Anne Klein และ Joseph Abboud
โดยในการประกาศเข้าซื้อกิจการ Toys "R" Us ในครั้งนี้
CEO ของ WHP Global คุณ Yehuda Shmidman ได้ออกมากล่าวว่า
“ผมรู้สึกชื่นชอบแบรนด์ของเล่นเด็ก Toys "R" Us
และแบรนด์ของเล่นเด็กนี้ ไม่มีใครในสหรัฐอเมริกา ไม่รู้จัก”
คุณ Yehuda ยังเผยถึงกลยุทธ์สำคัญอีกด้วยว่า
เป้าหมายหลักของเขาในการฟื้นฟูแบรนด์ Toys "R" Us จะมีทั้งออนไลน์และออฟไลน์
โดยในด้านออนไลน์ เขาจะทำการสร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของ Toys "R" Us ให้แข็งแกร่งขึ้น
อาทิ ร่วมมือกับบริษัทค้าปลีกเจ้าใหญ่อย่าง Target Corporation ในการพัฒนาแพลตฟอร์ม เพื่อลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มของ Amazon
อีกทั้งยังคงสนับสนุน การขายสินค้าผ่านร้านค้าปลีก
ที่ปัจจุบันแบรนด์ Toys "R" Us และ Babies "R" Us มีอยู่ประมาณ 900 สาขา ใน 25 ประเทศทั่วโลก
© 2021 Marketthink. All rights reserved.