วรรณสิริ ทุ่ม 1,000 ล้าน เปิดตัวโรงพยาบาลความงามครบวงจรชั้นนำ ไม่ต้องบินไกลถึงเกาหลีใต้

วรรณสิริ ทุ่ม 1,000 ล้าน เปิดตัวโรงพยาบาลความงามครบวงจรชั้นนำ ไม่ต้องบินไกลถึงเกาหลีใต้

19 มี.ค. 2021
เพราะรูปลักษณ์ที่น่ามอง เป็นหนึ่งในประตูแห่งโอกาสบานสำคัญ
เทรนด์ศัลยกรรม จึงยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก International Society of Aesthetic Plastic Surgeons พบว่าในปี 2019 มีการทำศัลยกรรมตกแต่งเพิ่มขึ้นทั่วโลกกว่า 7.4%
โดยผู้หญิงอายุ 35-50 ปีเป็นกลุ่มหลัก มีการผ่าตัดหน้าอกจำนวนสูงที่สุด
ตามด้วยการดูดไขมันปรับแต่งรูปร่าง และศัลยกรรมตา
ในขณะที่ในประเทศไทย มีการผ่าตัดตาและจมูก เป็นจำนวนสูงที่สุด
รองลงมาคือ ศัลยกรรมหน้าอก
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีสัดส่วนผู้ทำศัลยกรรม ที่มาจากต่างประเทศสูงที่สุดถึง 33.2%
ตามด้วย เม็กซิโกและตุรกี
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 และผลกระทบจากการล็อกดาวน์ อาจทำให้หลายคนคิดว่า การเติบโตของตลาดศัลยกรรมความงามจะลดลง
แต่จากการวิเคราะห์ของ American Society of Plastic Surgeons ชี้ว่า​แนวโน้มความนิยมในการทำศัลยกรรมตกแต่งยังคงพุ่งแรง
เพราะแรงหนุนจากการที่ผู้คนยังต้องติดต่อสื่อสารกัน ผ่านการประชุมวิดีโอคอล และสื่อภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่เป็นที่นิยม ทำให้ผู้คนต้องการปรับปรุงภาพลักษณ์ของตนมากขึ้น
จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นนี้เอง ทำให้ทีมผู้บริหารของโรงพยาบาลวรรณสิริ มองเห็นโอกาส
ตัดสินใจทุ่มงบประมาณ 1,000 ล้านบาท เปิดตัวโรงพยาบาลความงามครบวงจรชั้นนำ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ระดมทีมศัลยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของเมืองไทย มาไว้ที่เดียว
เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแบบเฉพาะบุคคล
เพราะรู้ดีว่า คนไข้ยุคนี้ เวลาเกิดอาการเจ็บป่วย ก็ต้องการหาหมอเฉพาะทางมาดูแล มากกว่าหมอทั่วไป
การทำศัลยกรรมก็เช่นกัน แม้ศัลยแพทย์ 1 คน จะสามารถช่วยแก้ปัญหาให้คนไข้ได้
แต่ศัลยแพทย์ 1 คนไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในทุกด้านได้
โรงพยาบาลวรรณสิริ จึงต้องการเป็น One-Stop Service ที่รวมศัลยแพทย์ที่เฉพาะทางมาไว้ที่เดียว
นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเข้ามา เพื่อช่วยตอบโจทย์ของคนไข้ให้ได้มากที่สุด
ให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การดูแลรักษาผิวหน้า-การปรับรูปหน้า, การปรับรูปร่าง, ศัลยกรรมทรวงอก ไปจนถึงการผ่าตัดแปลงเพศ
โรงพยาบาลวรรณสิริ จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือน พ.ค.
ซึ่งมองว่าน่าจะเป็นช่วงเวลาที่สถานการณ์โรคระบาดเริ่มคลี่คลาย
โดยโรงพยาบาลตั้งอยู่ย่านพระราม 3
ทั้งนี้ ตั้งเป้าจะทำสามารถทำรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท ภายในปี 2565
โดยกลุ่มเป้าหมายหลักในช่วงแรก จะเน้นกลุ่มลูกค้าพรีเมียมในประเทศไทยก่อน
และหากสถานการณ์กลับมาปกติ จะเริ่มเจาะกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ
โดยเฉพาะจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ และประเทศในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา, ลาว, เมียนมาร์ และเวียดนาม)
ซึ่งอยู่ใกล้ประเทศไทย สามารถเดินทางมาใช้บริการได้ง่าย​
กลยุทธ์หลักที่จะใช้ นอกเหนือจากฐานลูกค้าเดิม จากทีมแพทย์แต่ละท่าน
คือ เน้นเป็นพาร์ตเนอร์กับคลินิกเสริมความงามในประเทศ และคลินิกเฉพาะทางในเกาหลีในการขยายฐานลูกค้า
น่าสนใจว่า ตลาดความงามที่มีมูลค่ารวมหลายหมื่นล้านบาท จะมีทิศทางอย่างไรต่อไป
เพราะต่อให้โลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน
แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่เปลี่ยน คือ ความต้องการลึก ๆ ของทุกคนที่ย่อมอยากจะดูดี
ในแบบฉบับที่ไม่ต้องให้ใครมาตัดสิน แต่อย่างน้อยส่องกระจกแล้ว รู้สึกว่าตัวเองพอใจในรูปลักษณ์ที่เป็น..
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.