เซ็นทรัล เรสสตอรองส์ ปิดดีล ซื้อหุ้น 85% ของร้านส้มตำนัว ด้วยมูลค่า 200 ล้านบาท

เซ็นทรัล เรสสตอรองส์ ปิดดีล ซื้อหุ้น 85% ของร้านส้มตำนัว ด้วยมูลค่า 200 ล้านบาท

2 เม.ย. 2021
บริษัท เซ็นทรัล เรสสตอรองส์ กรุ๊ป (CRG) ผู้นำเดินธุรกิจร้านอาหารภายใต้แบรนด์ KFC, คัตสึยะ, โอโตยะ, โยชิโนยะ, เปปเปอร์ ลันช์, ชาบูตง, มิสเตอร์ โดนัท, อานตี้ แอนส์ ฯลฯ
ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) ถือหุ้น 100% เดินหน้ากลยุทธ์ในการขยายธุรกิจร้านอาหารของบริษัท
ด้วยการเข้าซื้อหุ้น 85% ของบริษัท เอสทีเอ็น เรสเตอรองค์ (STN)
ซึ่งดำเนินธุรกิจร้านอาหาร ภายใต้ชื่อทางการค้า “ส้มตำนัว”
โดยมูลค่าการลงทุนครั้งนี้ คิดเป็นมูลค่าราว 200 ล้านบาท และการชำระเงินค่าหุ้นทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์ภายในวันที่ 30 เมษายน 2564
หรือก็คือ ส้มตำนัว จะมีมูลค่าบริษัททั้งหมดประมาณ 235 ล้านบาท
ร้านอาหารส้มตำนัว เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 ปัจจุบัน มี 6 สาขา ประกอบด้วย สาขาสยามเซ็นเตอร์ , สยามสแควร์, เซ็นทรัลแอมบาสซี, เซ็นทรัลเวิลด์, เมกกาบางนา และเซ็นทรัลลาดพร้าว
ณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ CRG กล่าวว่า
บริษัทเดินหน้าด้วยกลยุทธ์รุกขยายแบรนด์ใหม่และร้านอาหารแนวใหม่ โดยปีนี้ CRG จะมีแบรนด์ร้านอาหารใหม่เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2-3 แบรนด์ เพื่อเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอให้มีประเภทอาหารครอบคลุมในทุกเซ็กเมนต์ ขยายฐานลูกค้าให้กว้างมากขึ้น
เพิ่มโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม อีกทั้งยังถือเป็นการเพิ่มความหลากหลาย และเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคอีกด้วย
ด้วยธุรกิจร้านอาหารส้มตำยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งแบรนด์ “ส้มตำนัว” นับเป็นแบรนด์ที่มีศักยภาพในการขยายได้อีกมาก
สำหรับแผนธุรกิจเตรียมซัพพอร์ตช่วยต่อยอดธุรกิจในทุก ๆ ด้าน เร่งจัดเตรียมความพร้อมให้สามารถลุยตลาดดิลิเวอรีได้แบบเต็มพิกัด การพัฒนาต่อยอดเมนูเด็ด การเพิ่มช่องทางจำหน่าย
จัดแผนขยายสาขา ทั้งในศูนย์การค้า, ร้าน Stand Alone, Cloud Kitchen โดยตั้งเป้าเปิดกว่า 130 สาขาภายใน 5 ปี
รวมไปถึงการวางแผนเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับโมเดลแฟรนไชส์ โดยมั่นใจว่าแบรนด์ส้มตำนัว จะเป็นอีกแบรนด์เรือธงให้กับ CRG ได้อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา CRG ได้เร่งดำเนินกลยุทธ์ ขยายแบรนด์ร้านอาหารในเครือมาอย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะเป็นการร่วมทุนกับร้านสลัดชื่อดังอย่าง “สลัด แฟคทอรี่”
โดย CRG เข้าถือหุ้นในสัดส่วน 51% ด้วยเงินลงทุนราว 140 ล้านบาท
หรือการร่วมทุนกับร้านชานมไข่มุก “บราวน์”
โดย CRG เข้าถือหุ้นในสัดส่วน 51% ด้วยเงินลงทุนราว 70 ล้านบาท
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.