เมื่อ AIS จับมือกับ Microsoft ผ่านแนวคิด Your Trusted Smart Digital Partner จะเป็นอย่างไร ?

เมื่อ AIS จับมือกับ Microsoft ผ่านแนวคิด Your Trusted Smart Digital Partner จะเป็นอย่างไร ?

2 มิ.ย. 2021
เมื่อ AIS จับมือกับ Microsoft ผ่านแนวคิด Your Trusted Smart Digital Partner จะเป็นอย่างไร ?
AIS Business x MarketThink
การเป็นองค์กรยุคใหม่ ที่จะอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญคือการทำ Digital Transformation
หลายคนอาจสงสัยว่า แล้ว Digital Transformation ที่ถูกพูดถึงในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ หมายถึงอะไร ?
จริง ๆ แล้ว Digital Transformation คือการทำเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาผนวกกับทุก ๆ สิ่งในองค์กร ไม่ว่าจะเป็น กระบวนการทำงาน ระบบการบริหารจัดการ การพัฒนาบุคลากร หรือแม้แต่การมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า
ซึ่ง AIS เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการทำ Digital Transformation เสมอมา
เริ่มตั้งแต่การเปลี่ยนตัวเองจาก Telecom Service Provider สู่การเป็น Digital Life Service Provider
โดยลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกว่า 1.1 ล้านล้านบาท
อาทิ เครือข่าย 5G ที่ครอบคลุมพื้นที่การใช้งานใน 77 จังหวัด, โครงข่ายไฟเบอร์ 160,000 กิโลเมตร ทั้งในและต่างประเทศ หรือแม้แต่บริการคลาวด์และดาต้าเซนเตอร์ที่ครบวงจร
ถึงแม้ AIS จะเป็นเบอร์ 1 ในธุรกิจโทรคมนาคม
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การสร้างการเติบโตของธุรกิจในยุคนี้
คงไม่สามารถทำได้เพียงตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว
ดังนั้น การหาพาร์ตเนอร์มากความสามารถ ผ่านแนวคิด Your Trusted Smart Digital Partner จึงเป็นเหมือนก้าวต่อไปของ AIS ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไป
ล่าสุด AIS Business ได้จัดงานสัมมนาแบบ Virtual ภายใต้งาน Digital Future 2021 กับแนวคิด Your Trusted Smart Digital Partner
ภายในงาน ได้มีการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ ร่วมกับพาร์ตเนอร์คนสำคัญ ทั้งองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทรนด์ของเทคโนโลยีดิจิทัลที่จะเกิดขึ้น สำหรับทุกภาคอุตสาหกรรม ให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน
สะท้อนได้ถึง การตอกย้ำถึงภาพลักษณ์ AIS ที่ให้ความสำคัญกับ Digital Transformation ครบทุกแง่มุม
โดยสิ่งที่จะเป็นตัวเร่งให้ AIS เติบโตแบบก้าวกระโดด
ก็คือ การร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ด้านเทคโนโลยีระดับโลกในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะ Microsoft
รู้หรือไม่ว่า ปัจจุบัน AIS มีจำนวนผู้ใช้บริการมากถึง 42 ล้านเลขหมาย
นอกเหนือจากเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น AIS Fibre, AIS Play และ AIS Business
สะท้อนได้ถึงจำนวนข้อมูลมหาศาล ทั้งในมุมของลูกค้าองค์กร และลูกค้ารายบุคคล
และเมื่อจับมือกับ Microsoft บริษัทผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก
ก็จะทำให้ AIS มีกลยุทธ์องค์กร วัฒนธรรมองค์กร รูปแบบใหม่ ๆ หรือเครื่องมือใหม่ ๆ ในการสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้เพิ่มขึ้น
โดยหลัก ๆ แล้ว Microsoft จะเข้ามาเสริมจุดแข็งของ AIS
ในด้านการให้บริการ รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่จะถูกนำเสนอออกมาในอนาคต
ครอบคลุมตั้งแต่ลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ไปจนถึงขนาดย่อม
หรือแม้กระทั่งการแก้ปัญหา ก็สามารถแก้ไขได้จากองค์ความรู้และประสบการณ์สั่งสม
เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในยุค Digital Transformation ได้อย่างไร้รอยต่อที่สุด
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หากมองในมุมของคู่แข่ง ก็เรียกได้ว่า AIS เป็นคู่แข่งที่น่ากลัว
และในมุมของลูกค้า AIS ถือเป็นหนึ่งธุรกิจที่น่าจับตามองไม่น้อย เช่นกัน
ที่น่าสนใจคือ Microsoft ยังได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ 8 สิ่งที่องค์กรควรเร่งทำ เพื่อปรับเปลี่ยน และสร้างโอกาสให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ดังนี้
1) เชื่อมโยงข้อมูลการทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา
Work From Home คือสิ่งจำเป็นที่ทุกองค์กรต้องมี
ดังนั้น องค์กรต้องสนับสนุนให้พนักงาน สามารถทำงานจากที่บ้านได้
ซึ่งในอนาคตจะไม่ใช่แค่ที่บ้าน แต่ต้องทำงานจากที่ไหนก็ได้ ณ เวลาใดก็ได้
ส่วนในมุมของลูกค้า การให้ความสำคัญกับโลกดิจิทัล เท่ากับเป็นการสร้างโอกาสอย่างมหาศาล
เช่น ถ้าเราเป็นธนาคารที่มีความพร้อมในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล
ลูกค้าก็จะสามารถเข้าถึงเราจากที่ไหนก็ได้ ณ เวลาใดก็ได้
ก็จะเท่ากับว่า เป็นการสร้างโอกาสที่จะขยายฐานลูกค้าไปได้ทั่วโลก
2) ดิจิทัล คือเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
วันนี้เราไม่สามารถแยกธุรกิจ ออกจากคำว่าดิจิทัลได้แล้ว ถามว่าทำไมต้องเป็นแบบนั้น ?
นั่นก็เพราะดิจิทัลผูกพันกับลูกค้าตลอดเวลา รวมถึงซัปพลายเออร์หรือพนักงาน ต่างก็คุ้นชินกับดิจิทัล จึงทำให้มีดีมานด์เกิดขึ้นในตลาด
ดังนั้น เราต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า การวางกลยุทธ์ การออกโปรดักต์และเซอร์วิซใหม่ ๆ และการวางกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จำเป็นต้องตอบโจทย์ในเรื่องของดิจิทัล เป็นอันดับแรก
3) การนำระบบคลาวด์ มาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร
ถ้ามองย้อนกลับไปในช่วง 2-3 ปีที่แล้ว เราอาจรู้สึกว่า “Cloud” ก็คือคำทั่วไป ที่ทุกคนนิยมพูดกัน
แต่ทุกวันนี้ Cloud Economy เป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานเหมือนกับ น้ำ ไฟ และอากาศ ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และหากใช้ในปริมาณเท่าไรก็จ่ายเท่านั้น รวมถึงเทคโนโลยีระดับสูง ต่างก็อยู่ในระบบคลาวด์ทั้งนั้น
เพราะฉะนั้น คลาวด์จึงเปรียบเสมือนเครื่องมือ ที่ช่วยยกระดับองค์กรในเรื่องของ ความเร็ว (Speed) และ ความคล่องตัว (Agility) ให้ตอบโจทย์ธุรกิจ ที่ต้องปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วได้
4) ธุรกิจเจนใหม่ ต้องมี “AI” เป็นองค์ประกอบพื้นฐานเสมอ
หากธุรกิจกำลังสร้าง Application ใหม่ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องมี AI เข้าไปเป็นองค์ประกอบพื้นฐาน มิเช่นนั้นแล้ว จะถือว่าเสียโอกาสอย่างมหาศาล
เหตุผลก็เพราะว่า AI มีความสามารถในการทำการรายงานผลและการทำนายอนาคตได้แม่นยำ
และ AI ปรากฏอยู่รอบตัวเรา เช่น การตอบกลับข้อความด้วย Chatbot, การแปลภาษา (Translation) และเทคโนโลยีการจดจำใบหน้าของ iPhone (Facial Recognition)
ดังนั้น ธุรกิจสมัยใหม่ที่เกิดขึ้นนับจากนี้ AI จะเป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้เด็ดขาด
5) เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วยการสร้างพาร์ตเนอร์
ต่อไปจะไม่มีคำว่า It’s me แล้ว แต่มันจะกลายเป็น It’s WE!
เพราะการสร้าง Partnership ในเชิงธุรกิจ จะช่วยให้เราสามารถทำงานร่วมกันและสร้างประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้น
ซึ่งหมายความว่า เราไม่สามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้เพียงลำพัง เพราะถ้าหากปราศจากการร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้และความสามารถร่วมกันแล้ว ก็จะไม่เกิดความยั่งยืนในการทำธุรกิจนั่นเอง
6) ดิจิทัล คือสิ่งที่ทุกคนต้องเข้าถึงได้
วันนี้เทคโนโลยีไม่ได้อยู่เพียงใน Data Center หรือหยุดอยู่แค่นักพัฒนาแล้ว แต่เป็นโอกาสของทุกคนในองค์กร ที่สามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ง่าย ๆ และเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเทคโนโลยีได้
เช่น Microsoft เอง จะมีแอปพลิเคชัน ที่สามารถให้คนในองค์กรเข้ามาเรียน ศึกษา และทำความเข้าใจในเรื่องเทคโนโลยีได้ โดยใช้เวลาเรียนเพียง 1 วัน ทุกคนก็สามารถสร้างแอปฯ ง่าย ๆ เช่น โมบายแอปฯ หรือเว็บแอปฯ ขึ้นเองได้
7) ความเชื่อมั่น คือสิ่งที่องค์กรต้องสร้างให้ได้
วันนี้ถ้าเราจะทำธุรกิจกับใคร ความเชื่อมั่นเป็นสิ่งสำคัญ ที่ธุรกิจควรจะต้องสร้างให้เกิดขึ้น ในการให้บริการ โดยเฉพาะในเรื่องการป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า จากแฮกเกอร์หรือแม้กระทั่งการรั่วไหลของข้อมูล
8) ดำเนินธุรกิจ ที่สร้างผลกระทบต่อส่วนรวม
องค์กรต้องคำนึงถึงสิ่งที่จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ให้เกิดความยั่งยืน นอกเหนือจากผลประกอบการของบริษัท เพื่อเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ประเทศ มีศักยภาพในการพัฒนามากขึ้น
หากองค์กรคิดถึงแต่ในมุมของตัวเอง จะทำให้บริษัทไม่สามารถอยู่รอดได้
ดังนั้น องค์กรต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า จะดำเนินธุรกิจอย่างไร เพื่อหล่อเลี้ยงตัวเอง สังคม ประเทศ หรือโลกได้ ในเวลาเดียวกัน
ทั้ง 8 ข้อที่กล่าวมานี้ คือภาพใหญ่ของ AIS ที่จะเกิดขึ้นร่วมกับพาร์ตเนอร์ นับตั้งแต่ปี 2021 นี้เป็นต้นไป
ซึ่งในมุมของ Microsoft ได้ลงทุนมากกว่า 200 Data Center เพื่อทำให้เทคโนโลยีดิจิทัล ที่บางคนมองว่าเป็นเรื่อง “ยาก” ให้เข้าถึงทุกคน และเรียนรู้จากมันได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะอยู่ ณ พื้นที่ไหน จังหวัดไหน หรือประเทศไหนก็ตาม
“ทั้งหมดนี้ ในฐานะของเพื่อนคนสำคัญของ AIS เราเพียงต้องการเน้นย้ำว่า ทุกวันนี้ ธุรกิจของเรากำลังอยู่ตรงไหน และมันมีโอกาสอะไรเกิดขึ้นบ้างในอนาคต ?
ซึ่งเรื่องเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องยากก็จริง แต่เราต้องมองทุกอย่างแบบเปิดกว้าง เปิดรับ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ให้เกิดขึ้นให้ได้”
โดยการจะทำให้กลยุทธ์ทั้ง 8 ข้อเป็นจริงได้ Microsoft แนะนำว่า ควรจะต้องมี “วัฒนธรรมองค์กร” เข้ามาร่วมด้วย
ซึ่งการสร้างนวัตกรรมองค์กร หรือ Culture of Innovation ต้องเริ่มจาก “ผู้นำ”
โดยคำว่า “ผู้นำ” ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงผู้นำที่อยู่ในตำแหน่งสูงสุดขององค์กร แต่หมายถึง “ความเป็นผู้นำ” ที่แฝงอยู่ในตัวพนักงานทุกคน
สิ่งสำคัญคือ การบ่มเพาะผู้นำ เพื่อสร้างเป็นวัฒนธรรมองค์กร จะต้องประกอบไปด้วย
- Future of Work
ในอนาคต องค์กรต้องสามารถทำงานได้จากทุกที่ ซึ่งสิ่งสำคัญ คือการสร้างเครื่องมือ ที่จะเข้ามาช่วยให้การทำงานในอนาคตง่ายดายมากยิ่งขึ้น
เช่น ในช่วง Work From Home ที่ผ่านมา Microsoft ได้ออกแพลตฟอร์มสำหรับสร้างประสบการณ์การทำงาน ให้แก่องค์กรในยุคใหม่ เพื่อช่วยให้พนักงาน สามารถจัดความสมดุลในเรื่องของ ประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity), ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) และการเรียนรู้ (Learning) ได้
- Journey to Cloud
การที่องค์กรจะปรับเปลี่ยนระบบโครงสร้างด้านไอที เข้าไปในระบบ Cloud องค์กรควรจะต้องเลือก Cloud Partnership ที่น่าเชื่อถือและมีความสามารถ ในการดูแลระบบขององค์กรได้ตลอดการใช้งาน พร้อมกับช่วยดูแลในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลได้เช่นกัน
ซึ่งผลงานของ Microsoft ที่เคยทำกับ ธ.ก.ส. สามารถทำระบบคลาวด์แพลตฟอร์มที่ชื่อว่า “Microsoft Azure” โดยมีความยืดหยุ่นสูง รองรับการทำธุรกรรมได้ 30 ล้านครั้ง ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง
- Data & AI
องค์กรควรจะต้องหาวิธี ในการนำข้อมูลที่มีอยู่อย่างมหาศาล นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็น การนำข้อมูลมาสร้างการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Engagement) หรือการนำข้อมูลมาปรับปรุงกระบวนการผลิต เช่น การสร้างแบบจำลองการผลิต โดยใช้ AI มาช่วยวิเคราะห์ ประเมินผล และปรับปรุงกระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
- Security & Privacy
องค์กรควรให้ความสำคัญ กับกระบวนการในการปกป้องข้อมูล ทั้งข้อมูลภายในและข้อมูลของลูกค้า โดย Microsoft ได้ใช้คอนเซปต์ Zero Trust Principle นั่นคือ การไม่ไว้ใจใครเลย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลภายในหรือภายนอก
โดยจำเป็นต้องตรวจสอบทุกคนหรืออุปกรณ์ทุกเครื่องอย่างเคร่งครัด ก่อนที่จะมอบสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า
- Skill
ในช่วงนี้ถือเป็นโอกาสที่ทุกคนสามารถ Upskill หรือ Reskill ในการทำงานได้
Microsoft ได้ร่วมกับ LinkedIn และ GitHub ในการเข้าถึงคอร์สหรือหลักสูตรการเรียนรู้ต่าง ๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ หลักสูตรการเพิ่มทักษะด้าน DevOps Engineer, Android/ iOS Developer, Data Scientist
โดย AIS และ Microsoft พร้อมเป็น Digital Partner ที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถปรับเปลี่ยนองค์กรสู่อนาคต
ทั้งหมดนี้คือทิศทางการดำเนินธุรกิจของ AIS ร่วมกับพาร์ตเนอร์อย่าง Microsoft
ซึ่งนอกจากนั้น AIS ยังมีพาร์ตเนอร์ด้าน Technology รายอื่น ๆ เช่น
- VMware ผู้ให้บริการตั้งแต่ระดับ IaaS ไปจนระดับ Container as a Service
- Palo Alto Networks ที่มีโซลูชันในการป้องกันภัยทางด้านไซเบอร์ ทั้งบนคลาวด์หรือในดาต้าเซนเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และพาร์ตเนอร์ด้าน Industry Expert รายอื่น ๆ เช่น
- Bosch และ SNC เป็นการนำเอา Private Network และ Edge Computing มาพัฒนาร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านแอปพลิเคชัน
- NDID ในการทำงานด้านระบบพิสูจน์ตัวตน ช่วยสร้างประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ของลูกค้าธนาคารเกียรตินาคินภัทร ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
- SC Asset การสร้างระบบที่พักอาศัยแบบ Smart Village และ Smart Building
- Toyota ที่ AIS เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ Toyota ก้าวข้ามจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไปสู่ “องค์กรแห่งการขับเคลื่อน” Mobility Company ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยโครงข่ายของ AIS ที่ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ พร้อม Platform และบริการ Telematics
ดังนั้น สำหรับองค์กรในช่วงเวลานี้ เป็นโอกาสที่ดี ในการนำ Digital Technology มาปรับเปลี่ยนองค์กร ให้ทันต่อยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป
สำหรับธุรกิจองค์กรที่สนใจโซลูชันใดๆ ของ Microsoft ไม่ว่าจะเป็น License สำหรับการใช้งานแบบ On-Premises หรือบริการ Cloud เช่น Microsoft 365 หรือ Microsoft Azure สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ AIS Business ที่ดูแลองค์กรของท่าน หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://business.ais.co.th/cloud/index.html หรือติดต่อทางอีเมล์ businesscloud@ais.co.th
© 2021 Marketthink. All rights reserved.