กรณีศึกษา 4 ธุรกิจ SMEs กับแนวคิดธุรกิจยั่งยืนด้วย โซลาร์รูฟท็อป

กรณีศึกษา 4 ธุรกิจ SMEs กับแนวคิดธุรกิจยั่งยืนด้วย โซลาร์รูฟท็อป

3 ก.ย. 2021
หลายคนคงเคยได้ยิน และรู้จักโซลาร์รูฟท็อป
ว่าคือพลังงานสะอาดที่เกิดจากการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า
แล้วเคยสงสัยกันบ้างไหม
การติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปนั้น จะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากแค่ไหน ?
และหากเทียบกับเงินลงทุนที่ต้องจ่ายไป มันคุ้มค่าหรือเปล่า ?
ซึ่งการจะได้คำตอบจากคำถามคาใจเหล่านี้ ก็คือการฟังข้อมูลจากผู้ที่ใช้จริง
MarketThink ได้พูดคุยกับ 4 ธุรกิจ SMEs ในจังหวัดสุโขทัย
ที่ใช้บริการโซลูชันฉลาดผลิต ของบริษัท บ้านปู เน็กซ์ ซึ่งเป็นบริการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์รูฟท็อป
ที่มาพร้อมเทคโนโลยี และดิจิทัลแพลตฟอร์มอันล้ำสมัย รวมถึงบริการหลังการขาย เรียกได้ว่า เป็นบริการแบบครบวงจร
ที่น่าสนใจก็คือบริการนี้เป็นเหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่งที่ช่วยทำให้ธุรกิจเติบโตยั่งยืน
ขอเริ่มต้นด้วยบริษัท โตโยต้าสุโขทัย ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด
ซึ่งทำธุรกิจเป็นดีลเลอร์โตโยต้ามานานกว่า 50 ปีในจังหวัดสุโขทัย
โดยคุณพรรษา หนึ่งในทีมผู้บริหารของบริษัท เล่าให้ฟังว่า
ธุรกิจนี้เริ่มต้นตั้งแต่สมัยคุณปู่จนมาถึงรุ่นเธอคือ Gen 3 ซึ่งปัจจุบันคุณพ่อเธอก็ยังบริหารอยู่ด้วย
และด้วยตัวคุณพ่อเธอเองเป็นคนที่สนใจในเรื่องโซลาร์มานาน
บวกกับเป็นคนที่มีหัวใจนักประดิษฐ์ ก็เลยสั่งซื้อแผงโซลาร์เซลล์เล็ก ๆ จากจีน
มาประดิษฐ์ทดลองใช้กันในโชว์รูมรถ และพื้นที่อื่น ๆ ของบริษัท
เพื่อช่วยลดปัญหาค่าไฟฟ้าแต่ละเดือนที่ต้องจ่ายในราคาสูง
เพียงแต่ผลลัพธ์ของการประดิษฐ์แต่ละครั้งกลับไม่เป็นอย่างที่คิด
เหตุผลมาจากแผงโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีประกัน การติดตั้งก็ไม่ปลอดภัยเท่าที่ควร รวมถึงขนาดที่ติดตั้งก็ช่วยประหยัดการใช้ไฟฟ้าได้เป็นบางพื้นที่เล็ก ๆ น้อย ๆ
เรื่องนี้ทางคุณพรรษาเอง ก็ไม่ได้มองข้าม
เธอได้ศึกษา และไปดูบริษัทอื่น ๆ ในจังหวัดที่ใช้โซลาร์
จนมาพบบริษัทแห่งหนึ่งที่ใช้บริการระบบโซลาร์รูฟท็อป จากบ้านปู เน็กซ์
พร้อมกับได้ข้อมูลมาว่า ระบบโซลาร์รูฟท็อป ช่วยประหยัดค่าไฟในแต่ละเดือนได้มาก
และทางบ้านปู เน็กซ์ ก็มีบริการทั้งก่อนและหลังการติดตั้งที่ครบวงจร และน่าประทับใจ
จากนั้นเธอเลยนำเอาข้อมูลต่าง ๆ ไปเสนอให้กับคุณพ่อ
เมื่อคุณพ่อได้รับรู้ข้อดี ก็ตัดสินใจลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปของบ้านปู เน็กซ์
ทีนี้เมื่อติดตั้งเสร็จก็ต้องวัดผลว่าสรุปแล้วระบบโซลาร์รูฟท็อป
ลดค่าไฟฟ้าได้มากแค่ไหน ?
โดยบริษัทของเธอมี 3 อาคาร และช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าเยอะสุด คือในวันทำงาน จันทร์-เสาร์ ตั้งแต่ 8.00 - 17.00 น. ซึ่งจะเปิดแอร์และคอมพิวเตอร์ เปิดไฟ และอื่น ๆ ทำให้ค่าไฟฟ้าก่อนติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปเฉลี่ยเดือนละ 130,000 บาท
แต่เมื่อติดตั้ง ค่าไฟฟ้าลดลงเหลือเดือนละประมาณ 90,000 บาท
ซึ่งเธอเคยคิดคำนวณคร่าว ๆ ว่าประมาณ 7 ปีกว่า ๆ ก็น่าจะถึงจุดคุ้มทุน
ขณะที่แผงโซลาร์เซลล์ของบ้านปู เน็กซ์ มีอายุการใช้งานถึง 25 ปี
นั่นแปลว่าหลังจาก 7 ปีเป็นต้นไป บริษัทของเธอก็เหมือนประหยัดค่าไฟฟ้าไปฟรี ๆ เดือนละประมาณ 40,000 บาท
สุดท้ายเธอบอกว่า ปัจจุบันนโยบายของจังหวัดสุโขทัยก็สนับสนุนให้ธุรกิจต่าง ๆ
หันมาใช้พลังงานสะอาด เพื่อให้สิ่งแวดล้อมของจังหวัดอยู่ในสภาวะที่ดี
ส่วนบริษัทที่สอง ถือว่าน่าสนใจทีเดียว
เพราะเป็นร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าแก่ในจังหวัดสุโขทัย ทำธุรกิจมานานเกือบ 50 ปี
นั่นคือ บริษัท ธงชัยวิทยุ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด
โดยคุณจินตวัฒน์ หนึ่งในทีมผู้บริหารของบริษัทเล่าให้ฟังว่า
บริษัทอยู่กับคนในจังหวัดสุโขทัยมายาวนาน
ทำให้มีแนวคิดการทำธุรกิจยั่งยืน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านสังคมที่มุ่งช่วยเหลือคนในชุมชนมาโดยตลอด ด้านธุรกิจที่เน้นคุณภาพสินค้าที่ดีกับงานบริการที่ใส่ใจ ด้านสิ่งแวดล้อมที่ผลักดันธุรกิจให้เป็นต้นแบบร้านที่รักษาสิ่งแวดล้อม และใช้พลังงานสะอาด
จนมาถึงจุดเปลี่ยนในปี พ.ศ. 2558 เมื่อธุรกิจเติบโตจนต้องขยายจากตึกแถวในตลาด
มาสู่การเป็นตึกโชว์รูมขนาดใหญ่กว่า 2,000 ตารางเมตร
และแน่นอนสิ่งที่ตามมาคือ ค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายเพิ่มมากขึ้น
โดยเฉพาะธุรกิจขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ต้องเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งโชว์ และให้ลูกค้าทดลอง รวมถึงระบบเครื่องปรับอากาศ และแสงสว่างที่ต้องครอบคลุมทุกพื้นที่
แม้ทางคุณจินตวัฒน์ จะพยายามลดค่าไฟฟ้า ทั้งการใช้แอร์ระบบ Inverter และหลอดไฟ LED จนถึงให้พนักงานช่วยประหยัดการใช้ไฟฟ้า
แต่ผลลัพธ์ก็คือค่าไฟฟ้าต่อเดือนก็ยังสูงอยู่ที่ 120,000-130,000 บาทต่อเดือน
ซึ่งก่อนหน้านั้นคุณจินตวัฒน์ ก็สนใจเรื่องโซลาร์
เพียงแต่ราคาค่อนข้างสูง จนมาถึงในช่วง 2 ปีมานี้ ราคาค่อย ๆ ถูกลงมา
ทำให้เขาตัดสินใจที่จะติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมาช่วยแบ่งเบาอีกทาง
โดยเวลานั้นก็มี 3 บริษัทที่เข้ามาเสนอ
แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะใช้บริการนี้กับบ้านปู เน็กซ์
เหตุผลเพราะ เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจพลังงานมายาวนานและมีมาตรฐานระดับโลก
โดยก่อนติดตั้งทางบ้านปู เน็กซ์ ก็เข้ามาศึกษาพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า
พร้อมกับดูแลทุกขั้นตอน แถมยังมีทีมงานมาตรวจสอบการทำงานของระบบฯ เป็นประจำ
รวมถึงยังให้คำแนะนำการใช้ และดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ เพื่อให้ใช้พลังงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผลปรากฏว่าจากที่เคยจ่ายค่าไฟฟ้าเดือนละ 120,000-130,000 บาท
แต่หลังจากติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป ค่าไฟเหลือเพียง 70,000 บาท ประหยัดไปราว ๆ 50,000-60,000 บาท
โดยคุณจินตวัฒน์ บอกว่า จากการคำนวณคร่าว ๆ ก็น่าจะคืนทุนในเวลา 6 ปี แถมสามารถนำเงินที่ประหยัดไปลงทุนต่อยอดทางธุรกิจในอนาคตได้อีกด้วย
สำหรับธุรกิจที่ 3 ก็คือ สุโขทัย เทรเชอร์ รีสอร์ท แอนด์ สปา
ซึ่งโรงแรมแห่งนี้ถือว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน เมื่อยึดหลักการบริหารธุรกิจด้วยแนวคิดยั่งยืน
โดยคุณวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ เริ่มต้นการให้สัมภาษณ์
“โรงแรมของเราเป็นเหมือนโรงเรียน”
ใครก็ตามที่เข้ามา ทุกคนต้องได้อะไรติดตัวกลับไป
เราอยากมอบประสบการณ์ที่ดี นำร่องสร้างโมเดลธุรกิจที่ดี และยั่งยืน
เพราะนอกจากโรงแรมแห่งนี้ จะรายล้อมด้วยทุ่งหญ้าสีเขียวขจี
ก็ยังปลูกผัก Organic กว่า 60 แปลง ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี และเลี้ยงปลากระชัง
จนถึงการทำอาหารกลางวันให้แก่โรงเรียน ทั้งหมดนี้เป็นรายได้อีกทางหล่อเลี้ยงโรงแรม และพนักงานในช่วงโควิด 19
โดยหลักการบริหารธุรกิจยั่งยืนของโรงแรมก็คือ
1. สิ่งแวดล้อมต้องดี
2. สุขภาพของลูกค้าต้องแข็งแรง
3. ชุมชนรอบข้างอยู่อย่างมีความสุข ธุรกิจเราจะเติบโตได้โดยไม่เบียดเบียนชุมชน
ซึ่งการติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปก็เป็น 1 ในแนวคิดการบริหารธุรกิจยั่งยืนนั่นเอง
โดยคุณวิวัฒน์ เล่าให้ฟังว่าทางโรงแรมเริ่มติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปของบ้านปู เน็กซ์ เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว
ซึ่งเมื่อติดตั้งแล้ว ค่าไฟฟ้าก็ลดลงอย่างน่าพอใจ
เหลือเพียง 5% จากรายได้ของบริษัท จากแต่เดิมคือ 7%
หรือถ้าให้สรุปง่าย ๆ ก็คือ ค่าไฟฟ้าลดลงเดือนละ 30,000 บาท
โดยคุณวิวัฒน์ บอกว่าเขาเคยคำนวณหลังจากติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปนานเกือบ 3 ปี บริษัทประหยัดค่าไฟฟ้าไปแล้วถึง 800,000 บาท ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ไปแล้วกว่า 110 ตัน
ส่วนเหตุผลที่เลือกติดตั้งกับทางบ้านปู เน็กซ์
เพราะนอกจากมีเป้าหมายเดียวกันคือ การเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
อีกเรื่องก็คือ บ้านปู เน็กซ์ มีทั้งประสบการณ์ ความรู้ด้านพลังงาน ทีมงานที่เชี่ยวชาญในเรื่องนี้
มีดิจิทัลแพลตฟอร์มให้ดูการผลิตและใช้ไฟฟ้าได้แบบเรียลไทม์ และบริการหลังการขายที่ดูแลอย่างดี
สุดท้ายก็คือ ใครจะคิดว่าการติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป จะเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มรายได้ให้โรงแรม
เพราะนอกจากจุดยืนของโรงแรมด้านความยั่งยืนที่เป็นจุดขายแล้ว
การใช้พลังงานสะอาด ก็ช่วยดึงดูดให้หน่วยงาน หรือนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้ามาสัมผัสและเรียนรู้เรื่องนี้จากที่โรงแรม
มาถึงบริษัทสุดท้ายที่ MarketThink ได้มีโอกาสพูดคุยก็คือ SCG Home แสงอุปกรณ์ สุโขทัย
ซึ่งทำธุรกิจขายวัสดุก่อสร้างภายใต้แบรนด์ SCG
โดยคุณณรงค์ชัย ผู้บริหาร เล่าให้ฟังว่าตั้งแต่รุ่นคุณพ่อบริหารจนถึงรุ่นลูกอย่างเขา
นโยบายบริษัทก็จะมีกิจกรรม CSR ผ่านสมาคมหน่วยงานของจังหวัดอยู่บ่อยครั้ง
เพราะรู้ดีว่า การที่บริษัทเติบโตมาถึงวันนี้ ก็เพราะคนในจังหวัดสุโขทัย
ขณะเดียวกันคุณณรงค์ชัยเอง ก็สนใจในเรื่องพลังงานสะอาดมาสักพัก
เพราะสอดคล้องกับแนวทางการยกระดับธุรกิจให้ใส่ใจสิ่งแวดล้อมนั่นเอง รวมถึงอยากที่จะลดค่าไฟฟ้าต่อเดือนด้วย
เพียงแต่ปัญหาอยู่ที่ว่า คนรู้จักที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปด้วยตัวเอง
เจอสารพัดปัญหามากมาย เพราะไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการติดตั้ง
เขาจึงหาข้อมูลว่าบริษัทไหนที่เป็นมืออาชีพมีความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ
ซึ่ง ณ เวลานั้นก็มีตัวเลือกมากมาย แต่คำตอบสุดท้ายก็มาจบที่ บ้านปู เน็กซ์
เหตุผลมาจากการมีระบบการติดตั้ง และบริการแบบมืออาชีพ รวมถึงมอนิเตอร์การใช้งานได้ตลอด
โดยคุณณรงค์ชัย บอกว่าผลลัพธ์ที่ได้ไม่ผิดหวัง
เพราะก่อนติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป ค่าไฟฟ้าอยู่ที่เดือนละประมาณ 120,000 บาท
แต่หลังติดตั้ง จ่ายค่าไฟฟ้าเดือนละประมาณ 60,000 บาท
และเมื่อเขาคำนวณว่า จะถึง “จุดคุ้มทุน” เมื่อไร
คำตอบที่ได้ก็คือประมาณ 5 ปี ซึ่งก็ถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุน
ในขณะที่แผงโซลาร์เซลล์มีอายุการใช้งาน 25 ปี
นั่นแปลว่าหลังจาก 5 ปี ก็จะเหมือนเป็นการลดค่าไฟฟ้าไปแบบฟรี ๆ
ก็ต้องบอกว่า 4 โมเดลธุรกิจนี้น่าสนใจไม่น้อย
และน่าจะตอบคำถามข้างต้นได้ชัดเจน
ว่าการติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป ช่วยลดค่าไฟฟ้า และทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร
ผู้ประกอบการที่สนใจติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปของบ้านปู เน็กซ์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://cutt.ly/BanpuNEXT-MarketThink หรือสอบถามทาง Call Center 02-095-6599
© 2021 Marketthink. All rights reserved.