กรณีศึกษา เดนทิสเต้ ดึง ลิซ่า Blackpink เป็น Brand Ambassador คนใหม่

กรณีศึกษา เดนทิสเต้ ดึง ลิซ่า Blackpink เป็น Brand Ambassador คนใหม่

14 ก.ย. 2021
ไม่กี่วันก่อน แฟนเพลงทั่วโลกถึงกับต้องมนต์สะกดในความปังของลิซ่า-ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า Blackpink
หลังจากปล่อยเอ็มวีแรกจากอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก "LISA SOLO" จนสร้างกระแสเป็น Talk of The World
ใครจะไปคิดว่า “เดนทิสเต้” ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมของไทย
จะเป็นเสือปืนไว ออกมาเปิดตัว ลิซ่า Blackpink ในฐานะ Brand Ambassador คนใหม่ได้แบบถูกจังหวะ
งานนี้แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยว่า ทุ่มงบไปเท่าไร
แต่ถ้าวิเคราะห์จากที่เภสัชกร ดร.แสงสุข พิทยานุกุล กรรมการผู้จัดการสยามเฮลท์กรุ๊ป ผู้ผลิตและจำหน่ายเดนทิสเต้ (Dentiste') เคยให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า ต้องใช้งบไม่ต่ำกว่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 66 ล้านบาท เลยทีเดียว
ฟังดูอาจเป็นเงินก้อนโต แต่ถ้าถามว่าคุ้มหรือไม่ กับการได้ซุปตาร์ระดับ ลิซ่า Blackpink มาเป็นตัวแทนของแบรนด์ เชื่อว่าหลายคนคงมีคำตอบในใจ
แต่ถ้ามองในมุมของแบรนด์ ก็พอจะวิเคราะห์ถึงความคุ้มค่าได้ ดังนี้
แน่นอนว่าด้วยภาพลักษณ์ของ​​ ลิซ่า Blackpink ที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลอันดับต้น ๆ ของโลก ไม่ได้ดังแค่ในระดับเอเชีย แต่ดังไกลไปทั่วโลก
พิสูจน์ความฮอตได้จากการที่ลักชัวรีแบรนด์ทั่วโลก ต่างเลือกให้ลิซ่า เป็น Brand Ambassador
อาทิ CELINE แบรนด์แฟชั่นสุดหรูสัญชาติฝรั่งเศส, BVLGARI แบรนด์เครื่องประดับสุดหรูจากอิตาลี รวมไปถึงแบรนด์เครื่องสำอาง MAC Cosmetics จากแคนาดา
ที่สำคัญ ไม่ว่าเธอจะหยิบจับไอเทมไหน ก็แทบจะ Sold Out ทันที
ไม่ใช่แค่สินค้าแฟชั่น หรือ ของแบรนด์เนม
อย่างล่าสุด แค่ลิซ่า Blackpink ให้สัมภาษณ์ในรายการ WOODY SHOW ว่าอยากกลับบ้าน ไปยืนกิน
"ลูกชิ้นยืนกิน" ซึ่งเป็นของดีที่เป็นเอกลักษณ์ของบุรีรัมย์ ก็ทำยอดขายพุ่งทันที
หลังต้องเจอพิษโควิด 19 ทำให้กิจการซบเซามานาน
เพราะฉะนั้น การที่เดนทิสเต้ ซึ่งเป็นแบรนด์ไทยก็จริง แต่มีวางจำหน่ายใน 25 ประเทศทั่วโลก และทำยอดขายดีมากที่ประเทศเกาหลีใต้
คงไม่แปลก หากจะเลือกซุปตาร์ที่มีความครบเครื่องแบบหาไม่ได้อีกแล้ว
ทั้งเป็นคนไทย ที่ไปเป็นศิลปินในสังกัด YG Entertainment ประเทศเกาหลีใต้ และยังมีฐานแฟนคลับทั่วโลก มาเป็นตัวแทนของแบรนด์
อีกเหตุผลที่ทำให้เดนทิสเต้เล่นใหญ่ ไฟกระพริบ ก็เพราะเป้าหมายของแบรนด์ คือ อยากเจาะกลุ่ม GEN Z, GEN Y ซึ่งเป็นกลุ่มฐานแฟนคลับหลักของลิซ่าอยู่แล้ว
บวกกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ ลิซ่า Blackpink มาเป็น Brand Ambassador คือ ยาสีฟันนวัตกรรมใหม่
ที่ปฏิวัติการแปรงฟันแบบเดิม ๆ ที่ใช้การบ้วนน้ำ มาเป็นการการแปรงฟันแห้ง ซึ่งอาจจะขัดกับความเคยชินของคนไทย
ดังนั้น แบรนด์แอมบาสเดอร์ ที่จะทรงอิทธิพลพอจะปฏิวัติความเชื่อแบบนี้ คงไม่มีใครเหมาะสมไปกว่า ลิซ่า Blackpink อีกแล้ว
นอกจากนี้ ลิซ่า Blackpink ยังมีบุคลิกที่ดูพรีเมียม สอดคล้องกับแบรนด์ และทันตแพทย์ที่ทำงานร่วมกับเดนทิสเต้ ยังเทใจให้ลิซ่า Blackpink เพราะเป็นผู้หญิงที่มีรอยยิ้ม และรูปฟันที่สวย
โดยเฉพาะทุกครั้งที่ลิซ่า ปรากกฏตัว เธอจะมาพร้อมกับรอยยิ้มที่มั่นใจ จนทำให้ใครเห็นก็อดตกหลุมรักไม่ได้
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังกว่าจะได้ ลิซ่า Blackpink มาเป็น Brand Ambassador ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
ผู้บริหารเดนทิสเต้ บอกว่า ด้วยความที่ลิซ่าเป็นศิลปินในสังกัด YG Entertainment
ซึ่งพิถีพิถันในการเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับศิลปินในสังกัดเป็นอย่างมาก
แต่ที่เดนทิสเต้ ได้รับเลือก ก็เพราะคุณภาพและภาพลักษณ์ของสินค้าที่ดี บวกกับลิซ่าเอง ก็เคยใช้ผลิตภัณฑ์ของเดนทิสเต้
โดยล่าสุด เดนทิสเต้ เปิดเผยว่า ถ้าวัดจากงบการตลาดที่จะใช้ในแคมเปญนี้ จะอยู่ที่ 100-300 ล้านบาท
ทั้งนี้ เดนทิสเต้ตั้งเป้าว่า Movement ครั้งนี้ จะเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดให้กับแบรนด์ 3%
ซึ่งถ้าเทียบกับภาพรวมของตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลช่องปาก หรือออรัลแคร์ ในเมืองไทย ที่มีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท และเติบโตประมาณ 5% ต่อปี ก็ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว
โดยกลุ่มยาสีฟันระดับพรีเมียม มีสัดส่วนราว 20% และเดนทิสเต้ มีส่วนแบ่งอยู่ในเซ็กเมนต์พรีเมียมนี้ 40%
ซึ่งนี้ยังไม่รวมโอกาสทางธุรกิจที่มากขึ้น ในตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลช่องปากของโลก ที่มีมูลค่ามหาศาล และเดนทิสเต้ เข้าไปตีตลาด
มาถึงตรงนี้ คงเห็นภาพแล้วว่า ทำไมเดนติสเต้ ถึงเลือกเดินหมากเกมนี้ และเลือกลิซ่า Blackpink เป็น Brand Ambassador คนใหม่
เพราะสิ่งที่น่าจะตั้งคำถามกลับไปมากกว่า คือ
ทำไม เดนทิสเต้ จะไม่เลือกลิซ่า Blackpink เป็น Brand Ambassador
ทั้งนี้ แม้ว่าจะเป็นการเซ็นสัญญา สำหรับใช้โปรโมตเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น
แต่ข่าวดี คือ ถ้าสถานการณ์โควิด 19 คลี่คลาย
ตามสัญญาที่เซ็นกันไว้ ประมาณเดือน มิ.ย. หรือ ก.ค. ปีหน้า ลิซ่า Blackpink จะมาร่วมอีเวนต์ของทางแบรนด์ที่ประเทศไทย
แต่ถ้าสถานการณ์ไม่เป็นใจ อาจจะต้องปรับรูปแบบอีเวนต์เป็นแบบ Virtual Event แทน
นอกจากนี้ เดนทิสเต้ยังได้จัดทำแปรงสีฟันรุ่นพิเศษ สินค้ารุ่นลิซ่า Limited Edition เพียง 25,000 ชุดเท่านั้น
© 2021 Marketthink. All rights reserved.