มาสเตอร์การ์ด เปิดตัวบัตรเพื่อธุรกิจในรูปแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง หรือ Buy Now, Pay Later (BNPL) ครั้งแรกในโลก

มาสเตอร์การ์ด เปิดตัวบัตรเพื่อธุรกิจในรูปแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง หรือ Buy Now, Pay Later (BNPL) ครั้งแรกในโลก

16 พ.ย. 2021
จากที่มีการคาดการณ์ว่าภายใน พ.ศ. 2568 บริการผ่อนจ่ายในรูปแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง หรือ Buy Now, Pay Later (BNPL) ซึ่งมุ่งเน้นไปยังผู้บริโภคจะมีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐในแง่ของปริมาณสินค้ารวมประจำปีทั่วโลกวันนี้มาสเตอร์การ์ดได้เปิดตัวโมเดลการจ่ายที่เป็นนวัตกรรมใหม่ในรูปแบบที่คล้ายคลึงกันด้วยบัตรเพื่อธุรกิจซึ่งออกแบบมาเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เรียกว่า Mastercard Pay & Split ซึ่งจะช่วยให้สถาบันการเงินสามารถมอบการชำระเงินในรูปแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลังแก่ธุรกิจขนาดเล็กได้ โดยบริการดังกล่าวซึ่งนับเป็นครั้งแรกในโลกจะช่วยให้เกิดการผ่อนชำระแบบ Open-loop ในเครือข่ายและสามารถใช้ได้ทั่วโลก
บัตรดังกล่าวพร้อมให้ธนาคารทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมอบทางเลือกทางการเงินที่ยืดหยุ่นแก่กลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสทางการเงินน้อยกว่า และช่วยกระตุ้นการเติบโตในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนนับไม่ถ้วนในภูมิภาคในช่วงที่เศรษฐกิจยังคงไม่แน่นอน
ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ธุรกิจขนาดเล็กให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินในรูปแบบ ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) อย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศอินเดียและประเทศสิงคโปร์ โดยจากผลสำรวจของมาสเตอร์การ์ดในปี 2564 ระบุว่า ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 77 ในประเทศอินเดียและร้อยละ 80 ในสิงคโปร์ ได้แสดงความสนใจในผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการผ่อนชำระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบสำหรับธุรกิจขนาดเล็กโดยเฉพาะ สำหรับในระดับโลก ร้อยละ 75 ของเจ้าของธุรกิจ SME ที่เคยใช้การผ่อนชำระสำหรับการใช้จ่ายส่วนตัว กล่าวว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะใช้วิธีการชำระเงินที่คล้ายคลึงกันสำหรับธุรกิจของตน
จากการที่ BNPL หรือซื้อก่อนจ่ายทีหลังได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์ใหม่จากมาสเตอร์การ์ดที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจการค้านี้ ถูกปรับให้เหมาะกับความต้องการของธุรกิจขนาดเล็กโดยเฉพาะ โดยช่วยให้ผู้ถือบัตรเปลี่ยนการซื้อสินค้าจากผู้ค้า 80 ล้านรายทั่วโลกที่รับมาสเตอร์การ์ด ให้เป็นการผ่อนชำระแบบรายเดือนหรือเป็นงวด ด้วยบริการ Pay & Split ธุรกิจจะสามารถจัดซื้อแบบผ่อนชำระกับซัพพลายเออร์ทั่วโลก ทำให้บริหารกระแสเงินสดได้ดียิ่งขึ้น และลดความยุ่งยากในการบริหารแผนการชำระเงิน
นอกจากนี้ Pay & Split ยังจะช่วยแก้ปัญหาข้อที่สองที่ธุรกิจ SME ต้องเผชิญ ในช่วงวิกฤติของการแพร่ระบาด ธุรกิจขนาดเล็กประสบปัญหาการเข้าถึงเครดิตหรือสินเชื่อที่มีเงื่อนไขที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่ไม่มีบันทึกประวัติทางการเงินในแบบที่ธุรกิจขนาดใหญ่มี ดังนั้น Pay & Split นอกจากจะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กบริหารการเงินได้ง่ายขึ้น แล้วยังช่วยธุรกิจเล็กๆ เหล่านี้บันทึกและสร้างประวัติการเงินได้อีกด้วย
ซานดีฟ มาลโฮทรา รองประธานบริหาร ฝ่ายผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม มาสเตอร์การ์ดอธิบายเพิ่มเติมว่า “การเงินมักเป็นเรื่องท้าทายสำหรับธุรกิจขนาดเล็กมาโดยตลอด แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดได้ทำให้ปัญหานี้เป็นประเด็นที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กหลายแห่งต้องพึ่งพาเครดิตส่วนตัวหรือผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงินในการช่วยเหลือด้านการเงิน ซึ่งไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสมในแง่ของการเติบโตทางธุรกิจที่อย่างยั่งยืน Pay & Split ของมาสเตอร์การ์ดจะช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กมีโอกาสด้านเครดิต ซึ่งโดยปกติผู้ประกอบการเหล่านี้จะไม่มีคุณสมบัติเข้าข่ายยื่นขอเครดิตการ์ดเพื่อธุรกิจในแบบปกติหรือการกู้ยืมระยะยาว แต่ก็ยังจำเป็นต้องมีเงินทุนทำธุรกิจเพื่อให้อยู่รอดหรือเพื่อขยายกิจการ Pay & Split ยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจสร้างเครดิตเรทติ้งที่ดีขึ้นซึ่งจะช่วยให้สามารถขอผลิตภัณฑ์เครดิตที่ดีเมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น”
สถาบันการเงินจะสามารถใช้ Pay & Split ของมาสเตอร์การ์ดได้อย่างง่ายดายด้วยขั้นตอนการออกบัตรที่มีอยู่หรือปรึกษากับทีมงานของมาสเตอร์การ์ดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ด้านการผ่อนชำระมาสเตอร์การ์ด ขณะนี้รหัสใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์เพื่อธุรกิจใหม่พร้อมแล้วสำหรับธนาคารผู้ออกบัตรแก่ธุรกิจ SME ทั่วเอเชียแปซิฟิก ทำให้ธนาคารสามารถสนับสนุนโปรแกรมบัตรเพื่อธุรกิจที่ช่วยแบ่งการจ่ายออกเป็นงวดๆ ตามที่ทางธนาคารจะกำหนด
© 2022 Marketthink. All rights reserved.