อยากเป็นเจ้าของร้านกาแฟ D’Oro ที่มีสาขาทั่วไทยกว่า 100 แห่ง ต้องทำอย่างไร ?

อยากเป็นเจ้าของร้านกาแฟ D’Oro ที่มีสาขาทั่วไทยกว่า 100 แห่ง ต้องทำอย่างไร ?

16 มี.ค. 2022
รู้หรือไม่ว่า ร้านกาแฟ D’Oro อ่านว่า “ดิโอโร่” เป็นร้านกาแฟสัญชาติไทย ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2542 หรือราว ๆ 23 ปีที่แล้ว
D’Oro เริ่มต้นมาจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ที่อยากสร้างมาตรฐานกาแฟไทย ให้ไม่แพ้ชาติใดในโลก ชูจุดเด่นเรื่องความอร่อยของ รสชาติเมล็ดกาแฟ กลิ่นหอมของกาแฟ และคุณภาพของเมล็ดกาแฟ ที่ D’Oro ควบคุมการผลิตเอง ตั้งแต่ขั้นตอนแปรรูปไปจนถึงการคั่ว ที่มาจากฝีมือคนไทย
เรียกได้ว่าเป็นการเอาใจใส่ในทุก ๆ รายละเอียด ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อรักษาคุณภาพ และมาตรฐานให้กับลูกค้า ภายใต้คอนเซปต์ “กาแฟคุณภาพดี ในราคาที่จับต้องได้”
ปัจจุบันร้านกาแฟ D’Oro เปิดให้บริการรวมทั้งสิ้นกว่า 100 สาขา ทั่วประเทศไทย
โดยจะเน้นเปิดสาขาบนทำเลที่เป็นแหล่งชุมชน เช่น สถานีบริการน้ำมัน, โรงพยาบาล, อาคารสำนักงาน และสถานศึกษา
นอกจากนี้ยังมีการขยายกลุ่มลูกค้าไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน อีกด้วย
ที่น่าสนใจคือ การเติบโตของอุตสาหกรรมกาแฟในเมืองไทย ส่งผลให้ธุรกิจร้านกาแฟเป็นที่สนใจในหมู่คนรุ่นใหม่ และนักลงทุน
แล้วการเปิดร้านกาแฟในรูปแบบแฟรนไชส์ ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย
ซึ่งจุดเด่นของการเปิดร้านกาแฟในรูปแบบแฟรนไชส์ คือ การที่ผู้ประกอบการไม่ต้องลองผิดลองถูกเอง เพราะว่าบริษัทผู้ให้แฟรนไชส์จะมีระบบหลังบ้านในการดูแลและบริหาร
มากไปกว่านั้น ผู้ให้บริการแฟรนไชส์ยังมีระบบฐานวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า หรือ ระบบฐานลูกค้า (CRM) ที่ใหญ่ และมีการทำ Personalized Marketing ทำให้การรักษาฐานลูกค้าเก่าเป็นเรื่องง่าย หรือจะเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ ก็ทำได้ไม่ยาก
นอกจากนี้ D’Oro ยังมีทีมงานที่เชี่ยวชาญเรื่องการทำการตลาดแบบออนไลน์และออฟไลน์ (O2O)
และยังเป็นพาร์ตเนอร์กับอินฟลูเอนเซอร์ ที่เป็นที่รู้จักในแวดวงสังคมไทย
ที่จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการ อีกด้วย
พูดง่าย ๆ คือ การเปิดร้านกาแฟในรูปแบบแฟรนไชส์ จะทำให้ประสบการณ์การดำเนินงาน เป็นเรื่องง่าย นั่นเอง
แล้วถ้าเราอยากเป็นเจ้าของร้านกาแฟ D’Oro เราต้องทำอย่างไร ?
ค่าใช้จ่ายในการเปิดแฟรนไชส์แต่ละสาขาของ D’Oro เริ่มต้นที่ 1 ล้านบาท
โดยผู้ที่สนใจ สามารถเปิดสาขาได้ทั้งในกรุงเทพฯ, ปริมณฑล และต่างจังหวัด
ในรูปแบบ Stand Alone, Drive-Thru ในสถานีบริการน้ำมัน และอื่น ๆ
ซึ่งทาง D’Oro จะส่งทีมงานเพื่อเข้าสำรวจพื้นที่ และทำการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการลงทุน
รวมถึงประเมินสภาพแวดล้อม และปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เพื่อทำ Feasibility Study ให้แก่ผู้ที่สนใจลงทุน
แน่นอนว่า สุดท้ายแล้ว คำว่า “มาตรฐาน” ยังเป็นสิ่งสำคัญของร้านกาแฟ D’Oro ไม่เคยเปลี่ยน
เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นการคั่วกาแฟ หรือการผลิตเบเกอรี D’Oro ผลิตเองทั้งหมด
ซึ่ง D’Oro มั่นใจว่า ต่อให้มีการขยายแฟรนไชส์ ก็สามารถควบคุมคุณภาพได้ โดย D’Oro ใช้เวลาถึง 2 ปี ในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมการเปิดแฟรนไชส์, ทำคู่มือ รวมทั้งพัฒนาระบบ POS และ ERP ที่จะทำให้การบริหารจัดการเป็นระบบ และการดำเนินธุรกิจ เป็นเรื่องง่ายสำหรับนักลงทุน
นอกจากนี้ ทุกครั้งที่มีการขยายสาขา นักลงทุน และผู้ประกอบการจะต้องผ่านหลักสูตรฝึกอบรมอย่างน้อย 20 วัน
เพื่อให้มั่นใจว่าทุกสาขาจะมีคุณภาพและมาตรฐานเดียวกันนั่นเอง..
ใครสนใจสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.d-oro.coffee/franchise
อ้างอิง:
-https://www.d-oro.coffee/about-us
© 2024 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.