รู้จักเบื้องหลัง “(PRODUCT)RED” สินค้าสีแดง ที่ไม่ได้มีแค่ Apple ทำขาย

รู้จักเบื้องหลัง “(PRODUCT)RED” สินค้าสีแดง ที่ไม่ได้มีแค่ Apple ทำขาย

9 มิ.ย. 2022
iPhone หนึ่งในสมาร์ตโฟนที่ครองใจคนทั่วโลก ด้วยรูปลักษณ์ที่เรียบง่าย ให้ความสวยหรู ใช้งานง่าย
รวมถึงมีหลายสีให้เลือกครอบครอง ไม่ว่าจะเป็น สีสตาร์ไลท์, สีมิดไนท์, สีเขียว, สีชมพู, สีน้ำเงิน, สีเงิน, สีทอง, สีกราไฟต์ และสีเซียร์ร่าบลู
แต่รู้หรือไม่ว่า มีสีหนึ่งที่มีความพิเศษกว่าสีทั่ว ๆ ไป
นั่นก็คือ “สีแดง” ที่ iPhone วางขายด้วยชื่อ (PRODUCT)RED
โดย Apple ได้เปิดตัว iPhone สีแดงครั้งแรกกับ iPhone 7 ในปี 2017
แล้วก็ตามมาด้วยรุ่นอื่น ๆ เช่น iPhone 8 และ iPhone 8 Plus, iPhone XR, iPhone 11, iPhone 12, iPhone SE (Gen 2 และ 3) และ iPhone 13
แล้วทำไม iPhone (PRODUCT)RED ถึงพิเศษกว่าสีทั่ว ๆ ไป ?
ที่จริงแล้ว (PRODUCT)RED ของ Apple คือผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วมกับองค์กร (RED)
ซึ่งเป็นองค์กรที่ก่อตั้งในปี 2006 หรือกว่า 16 ปีมาแล้ว
โดยมีผู้ก่อตั้งคือคุณ Bono นักร้องนำวงร็อกที่ชื่อว่า U2 จากประเทศไอร์แลนด์ และคุณ Bobby Shriver นักเคลื่อนไหวชาวอเมริกัน
จุดประสงค์ของ (RED) ก็คือ ร่วมมือกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่ของโลก ในการระดมทุน และนำไปบริจาคให้กับกองทุนโลก หรือ The Global Fund เพื่อยุติโรคเอดส์ วัณโรค และมาลาเรีย
ยกตัวอย่างเช่น นำเงินไปช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ HIV และโรคเอดส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปแอฟริกา ที่เป็นประเทศยากจน เพื่อให้ผู้คนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และเข้าไปให้ความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อลดจำนวนเด็กที่ติดเชื้อ HIV ตั้งแต่กำเนิด
ถึงแม้ว่าผู้ติดเชื้อ HIV จะลดลงอย่างมากในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา
แต่ปัจจุบัน ยังคงมีผู้ติดเชื้ออยู่อีกราว 38 ล้านคนทั่วโลก
โดยเมื่อปีที่แล้ว มีผู้ติดเชื้อ HIV เพิ่มขึ้น 1.5 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์กว่า 680,000 คน
สำหรับแบรนด์ที่ร่วมกับ (RED) จะมีหลักการง่าย ๆ คือ ทุก ๆ การซื้อขายสินค้าหรือบริการที่เข้าร่วม เงินส่วนหนึ่งจะถูกนำไปช่วยเหลือผู้ป่วย
ดังนั้น การที่ iPhone วางขาย (PRODUCT)RED ก็หมายความว่า ทุก ๆ การซื้อขาย เงินส่วนหนึ่งจะถูกนำมาบริจาค เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยต่อไปนั่นเอง
ส่วนสาเหตุที่ต้องมี (RED) เป็นตัวกลางในการร่วมมือกับแบรนด์ต่าง ๆ ก็เพราะว่าก่อนหน้านั้น แบรนด์ต่าง ๆ บริจาคเงินให้กับกองทุนโลกรวมกันเพียง 170 ล้านบาท
ทำให้กองทุนตกอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะไม่มีเงินช่วยเหลือผู้ป่วย
แต่เมื่อมีการก่อตั้ง (RED) ขึ้นมา ก็พบว่า เงินบริจาคเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
จนถึงปัจจุบัน แบรนด์ต่าง ๆ ร่วมกันบริจาคแล้ว มากกว่า 24,000 ล้านบาท
โดย Apple เพียงแบรนด์เดียว ก็บริจาคไปแล้วเกือบ 9,300 ล้านบาท
ซึ่งด้วยเงินจำนวนนี้ เท่ากับว่า Apple ได้ช่วยเหลือผู้ป่วยกว่า 11 ล้านคน และจัดหาชุดตรวจ HIV ได้มากกว่า 192 ล้านชุดเลยทีเดียว
สำหรับผลิตภัณฑ์ของ Apple ที่เป็น (PRODUCT)RED ไม่ได้มีเพียงแค่ iPhone เท่านั้น
Apple ได้เข้าร่วมกับ (RED) ตั้งแต่สมัยที่คุณสตีฟ จอบส์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Apple ยังมีชีวิตอยู่
โดยมี (PRODUCT)RED ตัวแรกก็คือ iPod Nano สีแดง ที่เปิดตัวในปี 2006
จากนั้นก็เริ่มทยอยมีผลิตภัณฑ์อื่นตามมา จนปัจจุบันมีทั้ง Apple Watch Series 7, เคสซิลิโคน และสายนาฬิกา
รู้หรือไม่ว่า นอกจาก Apple ยังมีแบรนด์ระดับโลกอีกมากมาย ที่วางขาย (PRODUCT)RED เหมือนกัน เช่น
- Beats แบรนด์หูฟังและเครื่องเสียงชื่อดัง ออกลำโพงพกพา รุ่น (PRODUCT)RED Pill+ Portable Speaker และหูฟังรุ่น (PRODUCT)RED Solo3 Wireless Headphones
- Jeep แบรนด์รถยนต์สัญชาติอเมริกัน ออกทั้งรถยนต์รุ่น Renegade สีแดง และอุปกรณ์แคมป์อื่น ๆ เช่น ถังกักเก็บความเย็นสีแดง, เตาปิ้งย่างสีแดง และเสื้อผ้าสีแดง
- Vespa แบรนด์สกูตเตอร์ชื่อดัง ออกสกูตเตอร์รุ่น Primavera สีแดง
นอกจากนี้ ในอดีตแบรนด์ที่มีชื่อเสียงอย่าง Nike, Gap, Converse, Canon และอื่น ๆ ก็เคยขายผลิตภัณฑ์ (PRODUCT)RED ด้วยเช่นกัน
รวมถึงบางแบรนด์ที่อาจจะไม่ได้ออกวางขายเป็นผลิตภัณฑ์ แต่ก็ได้มีการบริจาคเป็นเงินแทน
เช่น Starbucks ที่บริจาคเงินให้ (RED) มาตั้งแต่ปี 2008 รวมแล้วเป็นเงินกว่า 550 ล้านบาท
สำหรับใครที่กำลังสนใจ เล็งซื้อสินค้าใด ๆ อยู่ก็ตาม
ต้องบอกเลยว่า (PRODUCT)RED เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ
เพราะเพียงแค่เลือกใช้ (PRODUCT)RED ก็เท่ากับได้ช่วยเหลือผู้ป่วยแล้วนั่นเอง..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ หลายคนอาจจะสงสัยว่า ชื่อองค์กร (RED) มีที่มาที่ไปอย่างไร ?
เรื่องนี้ คุณ Bono ให้เหตุผลว่า สีแดง หรือ Red คือสีที่แสดงถึงเหตุฉุกเฉิน และต้องการความช่วยเหลือ
ซึ่งก็สะท้อนถึงจุดประสงค์ของ (RED) คือ ต้องการให้ผู้บริโภคหันมาช่วยกันปกป้อง กลุ่มคนที่เปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดนั่นเอง
© 2022 Marketthink. All rights reserved.