กลยุทธ์ 3T ของ “เนสท์เล่ อีบิสซิเนส” ที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ เนสท์เล่ ประเทศไทย ในยุคดิจิทัล

กลยุทธ์ 3T ของ “เนสท์เล่ อีบิสซิเนส” ที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ เนสท์เล่ ประเทศไทย ในยุคดิจิทัล

22 ก.ค. 2022
เนสท์เล่ เล็งเห็นถึงความสำคัญของดิจิทัลมาหลายปี จึงได้จัดตั้งหน่วยงาน “เนสท์เล่ อีบิสซิเนส” ขึ้นมาในปี 2018
ซึ่งหน่วยงานนี้มีบทความสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจของเนสท์เล่ ประเทศไทย ให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งสร้างการสื่อสาร ที่เข้าถึงและเชื่อมโยงกับผู้บริโภคชาวไทยทางออนไลน์ ด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่งในด้านการใช้สื่อดิจิทัล
เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการสื่อสารเรื่องราวของแบรนด์ในช่องทางออนไลน์
รวมทั้งยังทำหน้าที่ขับเคลื่อนเพื่อมอบประการณ์ช็อปปิงบนอีคอมเมิร์ซที่ดี ให้กับผู้บริโภคชาวไทย และนำฐานข้อมูล (Big data) มาใช้เพื่อการทำการตลาดให้ตรงใจผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา เศรษฐกิจดิจิทัลไทยถือได้ว่าเติบโตอย่างก้าวกระโดด
และธุรกิจอีคอมเมิร์ซของประเทศไทย ถือเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อีกทั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิค ผลักดันให้มีผู้ใช้บริการทางช่องทางออนไลน์ใหม่ ๆ เช่น อีคอมเมิร์ซ, บริการส่งอาหาร, ดูวิดีโอออนไลน์ เพิ่มขึ้น 30%
และผู้บริโภค 95% จะยังคงใช้บริการเหล่านี้ต่อไป แม้จะผ่านช่วงล็อกดาวน์ไปแล้ว
โดยในปี 2021 เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย มีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ภายในปี 2025..
ที่น่าสนใจคือ การลงทุนในการใช้สื่อดิจิทัล มีมูลค่าสูงถึง 153,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
และคาดว่าการลงทุนนี้ จะมีมูลค่าถึง 268,000 ล้านบาท ภายในปี 2025
เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ล้อมทางการแข่งขันและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
ทาง เนสท์เล่ อีบิสซิเนส จึงได้ยึดกลยุทธ์ที่เรียกว่า “3T” มาช่วยทรานส์ฟอร์มธุรกิจของเนสท์เล่ ประเทศไทย ให้เติบโตต่อไปได้ในยุคดิจิทัลนี้
กลยุทธ์ 3T ของ เนสท์เล่ อีบิสซิเนส
1) Trend (เทรนด์) :
สังเกตและเข้าใจในแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภค
-ช็อปเปอร์เทนเมนต์ (Shoppertainment)
จากผลการศึกษาพบว่า ผู้ใช้งานทุก 1 ใน 3 คนต้องการสัมผัสประสบการณ์การช็อปปิงออนไลน์ที่มีความบันเทิงมากขึ้น และรู้สึกดีกับการซื้อสินค้าเหล่านั้น
ดังนั้นปัจจุบัน ผู้บริโภคต้องการประสบการณ์ความสนุกในช่องทางออนไลน์ ไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวกสบายเท่านั้น เช่น การเข้าร่วมชมไลฟ์สตรีม จนถึงการเล่นเกม
โดยทาง เนสท์เล่ เป็นบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) รายแรกในประเทศไทยที่ร่วมกับ Shopee เปิดตัว Shopee Candy ที่แบรนด์ได้เทกโอเวอร์
ตลอดระยะแคมเปญใหญ่หลาย ๆ แคมเปญ เพื่อให้ประสบการณ์การช็อปปิงสนุกมากยิ่งขึ้น
โดยมีคนสนใจร่วมกิจกรรมมากถึง 400,000 คนต่อวัน และทำให้ยอดขายสินค้า เช่น กาแฟ เพิ่มขึ้นอย่างมาก
อีกทั้งจับมือกับบรรดา KOL และอินฟลูเอนเซอร์ จัดไลฟ์สตรีม
ซึ่งเป็นแนวทางที่ดี ในการช่วยให้แบรนด์สามารถเล่าเรื่องราวของตัวเอง และเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น ผ่านฐานแฟนคลับของพวกเขา
รวมทั้งช่วยแบรนด์กระตุ้นยอดขายได้อีกด้วย
-โซเชียล คอมเมิร์ซ (Social Commerce)
ถือว่ากำลังมาแรง และเติบโตอย่างรวดเร็ว
โดยมีการประมาณการว่า โซเชียล คอมเมิร์ซ มีสัดส่วนคิดเป็น 40% ของตลาดอีคอมเมิร์ซไทย
เมื่อเร็ว ๆ นี้ หน่วยธุรกิจ Nestlé Health Science ได้ร่วมมือกับ META และ Boston Consulting Group (BCG) นำร่องการใช้เทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกในการสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อให้กับผู้บริโภคในโซเชียล คอมเมิร์ซ
ตั้งแต่การให้ข้อมูล จนถึงการตัดสินใจซื้อสินค้าได้ในระบบเดียวแบบ End-to-End
ซึ่งเนสท์เล่ เป็นหนึ่งในธุรกิจในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) แห่งแรกในไทย ที่ริเริ่มโครงการนี้
นอกจากนี้ทาง เนสท์เล่ มองว่า TikTok เป็นอีกช่องทางที่มีศักยภาพ ที่ทำให้แบรนด์เติบโตในตลาดโซเชียล คอมเมิร์ซได้
-การสื่อสารแบบเฉพาะบุคคล (Personalization)
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตอนนี้ผู้บริโภคและนักช็อปจำนวนมาก ต่างแสวงหาประสบการณ์ที่ตรงกับความต้องการของพวกเขามากขึ้น
ซึ่งเนสท์เล่ ก็เดินหน้าสร้างการสื่อสารที่ให้ประสบการณ์พิเศษเฉพาะบุคคลกับผู้บริโภค
ในขณะเดียวกันยังช่วยพัฒนาประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการสื่อสาร และสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคอีกด้วย
เช่น MILO Pack to School เป็นตัวอย่างของแคมเปญจากเนสท์เล่ ที่ประสบผลสำเร็จในการสื่อสารแบบเฉพาะบุคคล
โดยสร้างวิดีโอถึง 120 เวอร์ชันผ่าน YouTube Director Mix เพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน ตามการวิเคราะห์ข้อมูล Big Data
ผลลัพธ์คือ แคมเปญนี้สร้างการจดจำแบรนด์ หรือ Ad Recall Lift rate ที่ 5.8%
และมีผู้ชมชมวิดีโอจนจบ หรือ View Through Rate สูงสุดเท่าที่เคยทำได้ คือ 53% เลยทีเดียว..
2) Technology (เทคโนโลยี) :
ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ที่ล้ำสมัย และข้อมูล มาเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
โดยเนสท์เล่ เป็นหนึ่งในบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) รายแรก ๆ ที่ลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีการตลาดและโฆษณา และระบบการจัดการข้อมูลของตัวเอง
เพื่อที่จะได้เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างแท้จริง
โซลูชันเทคโนโลยีเหล่านี้ ช่วยให้แบรนด์แบ่งกลุ่มผู้บริโภคได้โดยอัตโนมัติ
ทำให้โฆษณาและคอนเทนต์ สามารถสื่อสารได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย
ด้วยการให้คอนเทนต์ที่เหมาะสม ในเวลาที่เหมาะสม และตรงกับความสนใจของพวกเขา
3) Team (ทีม) :
เพิ่มขีดความสามารถของทีม เพราะทีมที่ดี จะช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้ไปได้ไกล
T (Team) ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้ธุรกิจเกิดการทรานส์ฟอร์ม และประสบความสำเร็จ
นับตั้งแต่ก่อตั้งฝ่ายอีบิสซิเนส ขึ้นมา ทีมนี้ก็เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนมีพนักงานมากกว่า 20 คน ใน 3 สายงานหลัก ได้แก่ ดิจิทัล, อีคอมเมิร์ซ และข้อมูล-เทคโนโลยี
ทางเนสท์เล่ มีการพัฒนาทีมงานอีบิสซิเนสอย่างต่อเนื่อง
รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลขององค์กรด้วย eBusiness Academy บนช่องทางออนไลน์ (เครื่องมือการเรียนรู้ด้วยตัวเองบนแพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลก ที่มีให้เรียนรู้มากกว่าหลายร้อยชั่วโมง)
และการฝึกอบรม ที่จัดขึ้นเองภายในอีกมากมาย เพื่อพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง
ที่สำคัญ ทีมอีบิสซิเนส ยังมีการทำงานใกล้ชิดกับแบรนด์ทีม เพื่อช่วยกันทำให้การทรานส์ฟอร์มธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น และสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ให้เกิดขึ้นกับองค์กรโดยรวม
© 2024 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.