เอ. เอส. วัตสัน กรุ๊ป สนับสนุนคนรุ่นใหม่สู่โลกการทำงาน พร้อมสร้างงาน 200,000 ตำแหน่งทั่วโลกภายในปี พ.ศ. 2573

เอ. เอส. วัตสัน กรุ๊ป สนับสนุนคนรุ่นใหม่สู่โลกการทำงาน พร้อมสร้างงาน 200,000 ตำแหน่งทั่วโลกภายในปี พ.ศ. 2573

15 ส.ค. 2022
เนื่องในวันเยาวชนสากล เอ. เอส. วัตสัน กรุ๊ป ประกาศความมุ่งมั่นในการสร้างงานให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ จำนวน 200,000 ตำแหน่งทั่วโลกภายในปี พ.ศ.2573 โดยความมุ่งมั่นดังกล่าวยังเป็นการมอบโอกาส ทักษะ และประสบการณ์ให้กับเยาวชนจากทั่วทุกมุมโลก
เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ชีวิตการทำงานในโลกธุรกิจขายปลีกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
การลงทุนเพื่ออนาคตของคนรุ่นใหม่
จากข้อมูลของสภาเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum (WEF) พบว่า สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดแรงงานทั่วโลก และกลายเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่งสำหรับเยาวชนทั่วโลก ซึ่งต้องพบกับปัญหาการว่างงานมาตั้งแต่ก่อนการแพร่ระบาดแล้ว โดยคนรุ่นใหม่ที่มีอายุตั้งแต่ 15 - 24 ปี มีแนวโน้มที่จะไม่มีงานทำมากกว่าคนที่มีอายุ 25 ปี ขึ้นไปถึงสามเท่า หากแต่สถานการณ์ COVID-19 ได้ทำให้ปัญหานี้ยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิม
และเพื่อเป็นการจัดการกับความท้าทายระดับโลกนี้ เอ. เอส. วัตสัน กรุ๊ป จึงได้วางแผนที่สร้างงาน จำนวน 200,000 ตำแหน่งงานทั่วโลกให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่เหล่านี้ เพื่อช่วยให้พวกเขาได้รับประสบการณ์อันมีค่าในการพัฒนาอาชีพในโลกธุรกิจการค้าปลีก
โดยจะเป็นตำแหน่งงานที่คลอบคลุมสาขาต่างๆ ของธุรกิจของเรา ไม่ว่าจะงานในส่วนร้านค้า ออฟฟิศ และการกระจายสินค้า
โดยตำแหน่งงานยังมีบทบาทที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ระดับผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการลูกค้า การตลาด ด้านดิจิทัล eCommerce การวิเคราะห์ การเงิน ตลอดจนงานด้านความยั่งยืน (Sustainability) เป็นต้น
คุณพาร์คสัน ซึง ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล (เอเชีย) ของ เอ. เอส. วัตสัน กรุ๊ป กล่าวว่า “เราทุกคนควรมีส่วนรับผิดชอบในการบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ โดยสิ่งที่พวกเขาเหล่านี้ต้องการ คือ โอกาสจากบริษัทต่างๆ ให้พวกเขาได้พิสูจน์ความสามารถของตัวเอง โดย เอ. เอส. วัตสัน กรุ๊ป มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่จะได้มอบโอกาสที่ดีเหล่านี้ให้กับเยาวชนได้มีความหวังในอนาคตของพวกเขาท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์โรคระบาดต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สร้างความท้าทายในการก้าวสู่โลกการทำงานของพวกเขา ทั้งนี้ ความมุ่งมั่นของเราในเรื่องนี้ยังไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างความมั่นใจและเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานของพวกเขา แต่ยังเป็นการช่วยเสริมสร้างธุรกิจของเราเองผ่านการรับฟังเสียงของคนรุ่นใหม่อีกด้วย”
สร้างความแข็งแกร่งสู่อนาคต
วัตสัน ในฐานะผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ทางธุรกิจ ได้เปลี่ยนโฉมธุรกิจการค้าปลีกไปอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบผสมผสานผ่านกลยุทธ์ O+O (ออฟไลน์ พลัส ออนไลน์) ตลอดจนการสร้างงานที่มาพร้อมบทบาทและตำแหน่งใหม่ๆ
ที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม การก้าวสู่โลกแห่งการทำงานอาจเป็นเรื่องยากสำหรับคนรุ่นใหม่ เพราะพวกเขายังขาดประสบการณ์และทักษะการทำงานเฉพาะทางที่ตำแหน่งงานเหล่านี้ต้องการ
คุณโจแอนน์ แมกกี้ ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล (ยุโรป) ของ เอ. เอส. วัตสัน กรุ๊ป กล่าวเสริมว่า “เยาวชนคนรุ่นใหม่คือแหล่งศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ที่มีความสำคัญ การพัฒนาทักษะของพวกเขาจะสามารถช่วยให้อนาคตทางธุรกิจของเรามีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยเราไม่เพียงแต่มอบโอกาสในการทำงาน แต่ยังให้การฝึกอบรมและการฝึกสอนเพื่อให้พวกเขาเพียบพร้อมไปด้วยทักษะที่จำเป็นในการเข้าสู่โลกแห่งอาชีพในธุรกิจค้าปลีกแบบ O+O ซึ่งเราตั้งเป้าที่จะมอบการฝึกอบรมราว 5 ล้านชั่วโมงให้กับเยาวชนทั่วโลกเพื่ออนาคตที่สดใสของพวกเขา โดยเรากำลังรอคนรุ่นใหม่จำนวน 200,000 คน มาร่วมงานกับเราตั้งแต่ตอนนี้จนถึงปี พ.ศ.2573 เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจของ เอ. เอส. วัตสัน ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป”
เชื่อมั่นพลังคนรุ่นใหม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้
เอ. เอส. วัตสัน ได้ให้ความสำคัญและลงทุนกับการพัฒนาบุคลากรมาตลอดผ่านโครงการต่างๆ ที่นำการเรียนรู้ระหว่างการทำงานมาผนวกเข้ากับการศึกษาต่อ ซึ่งกว่า 10 ปีแล้วที่ร้านค้าในเครือของ เอ. เอส. วัตสัน อย่าง Superdrug และ Savers ได้ดำเนินโครงการ Apprenticeship Scheme ในอังกฤษ เพื่อช่วยเหลือเยาวชนที่สำเร็จการศึกษาในโรงเรียนและต้องการหาประสบการณ์ในการทำงานมากกว่าเรียนต่อในระบบการศึกษาภาคปกติ ซึ่งโครงการดังกล่าวทำให้ เอ. เอส. วัตสัน ได้รับการยอมรับในฐานะที่เป็นนายจ้างดีเด่นด้านการฝึกอบรมพนักงานในธุรกิจค้าปลีก ซึ่งในปัจจุบันได้ช่วยให้เยาวชนได้รับวุฒิการทำงานในฐานะพนักงานฝึกหัดในธุรกิจค้าปลีกจำนวนกว่า 4,500 คนแล้ว
คุณเคย์ลีห์ อาร์โนลด์ ผู้เริ่มต้นจากการเป็นเด็กฝึกงานและปัจจุบันได้ก้าวมาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการร้าน Superdrug กล่าวว่า "โครงการ Apprenticeship Programme ได้นำความเปลี่ยนแปลงและเปิดโลกใบใหม่ รวมถึงช่วยให้เข้าใจบทบาทในโลกสมัยใหม่ในธุรกิจค้าปลีกอีกด้วย ฉันรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสอันมีค่านี้ที่ Superdrug การได้ทำงานในธุรกิจขายปลีกเป็นงานแรกในชีวิตกลายเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าสำหรับฉันมากๆ”
ร้าน Kruidvat ในเนเธอร์แลนด์ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เข้ามาเรียนรู้หาประสบการณ์จากการทำงานภาคปฏิบัติ และยังเป็นสถานที่ทำงานที่ได้รับการรับรองสำหรับการฝึกงาน การทำงาน และการเรียนรู้ อีกด้วย โดยในแต่ละปี มีคนรุ่นใหม่เข้าร่วมฝึกงาน
ในโครงการนี้ประมาณ 1,400 คน 
คุณกวิน ร็อคส์ หนึ่งในเด็กฝึกงานที่ร้าน Kruidvat กล่าวว่า "การได้มาฝึกงานที่ Kruidvat เปิดโอกาสให้ฉันได้นำทฏษฎีความรู้ต่างๆ
ที่ได้จากโรงเรียนมาประยุกต์ใช้ในภาคการทำงาน และยังช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ของฉันอีกด้วย ฉันรู้สึกคุ้มค่าที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจนี้และช่วยให้ฉันพัฒนาอาชีพในธุรกิจค้าปลีกต่อไป”
A.S. Watson Retail Academy จัดเป็นสถาบันอบรมธุรกิจค้าปลีกแห่งแรกของเอเชีย ซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นในฮ่องกงตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 โดย
เอ. เอส. วัตสัน ยังเป็นบริษัทแห่งแรกที่เปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงด้านการจัดการการค้าปลีก ซึ่งถือเป็นหลักสูตรระดับ 5 ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ (Qualifications Framework - QF) หรือเทียบเท่ากับระดับปริญญาตรี โดยปัจจุบัน มีผู้สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรดังกล่าวในทุกระดับตามกรอบมาตรฐาน QF จำนวนกว่า 4,400 คน แล้ว
“หลักสูตรการจัดการธุรกิจค้าปลีกช่วยให้ฉันมีคุณสมบัติมากขึ้น และยังช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆในการทำงานให้กับฉันอีกด้วย นอกจากฉันจะได้เรียนรู้การดำเนินธุรกิจแบบ O+O จากธุรกิจระดับโลกในเรื่องการค้าปลีก ฉันยังรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนธุรกิจนี้ให้ดีขึ้นในทุกๆ วันอีกด้วย” คุณรอย ซาง ผู้สำเร็จการศึกษาจาก A.S. Watson Retail Academy ซึ่งปัจจุบันได้ก้าวมาเป็นผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการขายของ วัตสัน ฮ่องกง 
คนรุ่นใหม่มักเปี่ยมไปด้วยพลังและศักยภาพในการสร้างความเปลี่ยนแปลง พวกเขาไม่เพียงแต่ต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ยังต้องการเปลี่ยนสิ่งต่างๆ บนโลกใบนี้ให้ดีขึ้นอีกด้วย ความพยายามของ เอ. เอส. วัตสัน ในการจัดหางานให้กับคนรุ่นใหม่ จึงยังเป็น
การผนึกกำลังกับพวกเขาเพื่อขับเคลื่อนแผนงานด้านความยั่งยืนต่างๆ ของ  เอ. เอส. วัตสัน อีกด้วย และเพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ ทางกลุ่มจึงได้จัดตั้งคณะกรรมการคนรุ่นใหม่ด้านความยั่งยืน หรือ “Next Gen” Sustainability Committee ซึ่งสมาชิกประกอบด้วย คนรุ่นใหม่
ที่เป็น GenY/ GenZ จำนวน 18 คน จาก 12 ตลาดทั้งในเอเชียและยุโรป โดยพวกเขาจะทำงานร่วมกับคณะกรรมการด้านความยั่งยืนระดับโลกของบริษัท หรือ Global Sustainability Committee เพื่อเร่งสร้างความก้าวหน้าด้านความยั่งยืนและเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้
ให้ดีขึ้นกว่าเดิม 
ในขณะโลกของเรากำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์โรคระบาด ปัญหาทางเศรษฐกิจยังได้กลายมาเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่จำนวนมาก ด้วยเหตุนี้  เอ. เอส. วัตสัน จึงมีความมุ่งมั่นที่จะให้พื้นที่และโอกาสกับพวกเขาในการเริ่มต้นอาชีพและยังเป็น
การตอกย้ำบทบาทของทางกลุ่มในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืนอีกด้วย
© 2022 Marketthink. All rights reserved.