Black Canyon ร้านอาหารแบรนด์ไทย ภาพลักษณ์อินเตอร์

Black Canyon ร้านอาหารแบรนด์ไทย ภาพลักษณ์อินเตอร์

1 ม.ค. 2020
“กาแฟชั้นเลิศต้องดำเหมือนปีศาจ.. ร้อนดั่งนรก.. บริสุทธิ์ประดุจนางฟ้า.. และหอมประหนึ่งความรัก”
ประโยคพรรณนากาแฟที่เหมือนหลุดมาจากเทพนิยายนี้ เป็นสโลแกนของ Black Canyon
ร้านกาแฟและอาหารชื่ออินเตอร์ มาพร้อมโลโก้รูป หนุ่มคาวบอยกำลังยกจิบแก้วกาแฟ
จนบางทีหลายคนมองแวบแรก อาจคิดว่าเป็นแบรนด์ตะวันตกที่ถูกนำแฟรนไชส์เข้ามา
ซึ่งจริงๆ แล้วเจ้าของและผู้ปลุกปั้น Black Canyon ก็คือคุณประวิทย์ จิตนราพงศ์
และเริ่มแรกก็ซื้อแฟรนไชส์ต่อจากคนอื่นมา
แต่เป็นแฟรนไชส์ที่ก่อตั้งที่เมืองไทย โดยคนไทย ที่ตอนนั้นมีอยู่ไม่กี่สาขา
จนปัจจุบัน Black Canyon ถูกขยายธุรกิจจนมีหลายร้อยสาขาแล้ว
ที่น่าสนใจคือ คุณประวิทย์ ไม่ได้มาจากสายงาน หรือทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหารเลย
แต่เขามาจากแวดวงไอที
เริ่มจากการเป็นพนักงานไอทีในหลายบริษัท ทั้งบริษัทต่างชาติ, ธนาคาร และโรงงานอุตสาหกรรม
ก่อนจะผันตัวไปเป็นผู้ประกอบการ โดยก่อตั้งบริษัท โปร-ลายน์ จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์ต่างๆ
แต่พอดำเนินกิจการไประยะหนึ่ง กิจการรุ่งเรือง และเห็นว่าบริษัทเริ่มอยู่ตัว
เขาจึงอยากเริ่มทำอะไรใหม่ๆ โดยขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นที่ไม่เกี่ยวกับไอทีบ้าง
การมีร้านอาหาร หรือกาแฟเล็กๆ ซึ่งตกแต่งสวยงามเป็นของตัวเอง เพื่อเอาไว้รองรับลูกค้า
และพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ก็เป็นไอเดียที่เขาคิดว่าเข้าท่า
ขณะกำลังมองหาว่าจะเปิดร้านอะไร แบบไหนดี
คุณประวิทย์ก็สะดุดกับร้านกาแฟเล็กๆ ร้านหนึ่งซึ่งดึงดูดความสนใจเขาได้ “Black Canyon”
ขณะนั้นร้าน Black Canyon มีสาขาแรกที่เชียงใหม่
เขาชอบในความหมายของมัน “Black Canyon” หมายถึงหุบเขา หรือดินแดนแห่งกาแฟ
และประทับใจแนวคิดการตกแต่งร้าน ซึ่งเป็นสไตล์คันทรี่กับคาวบอยตะวันตก
เลยตัดสินใจกะว่า ขอซื้อแฟรนไชส์ เพื่อเปิดใหม่เพียง 1 สาขา
แต่พอคุยไปคุยมา เกิดหลงใหลในตัวธุรกิจ
จากคิดแค่อยากมีร้านกาแฟเอาไว้ใช้งานเอง กลายเป็นอยากปลุกปั้นธุรกิจให้ขยายสาขาไปในวงกว้าง
เลยเข้าซื้อกิจการมาทั้งหมดจากเจ้าของเดิม และเอามาพัฒนาระบบงาน ขยายแฟรนไชส์ รวมถึงเพิ่มเมนูซึ่งจากแต่เดิมขายเพียงกาแฟ ขยายเป็นเมนูอาหาร ทั้งอาหารไทย และนานาชาติ
ปี พ.ศ. 2536 เขาได้ก่อตั้ง บริษัท แบล็คแคนยอน (ประเทศไทย) จำกัด
หลังจากก่อตั้งบริษัทไม่นาน คุณประวิทย์ก็ได้นำ Black Canyon เข้าเป็นสมาชิกของสมาคมกาแฟที่สหรัฐฯ เพื่อรับสิทธิการฝึกอบรม และซื้อหนังสือด้านกาแฟมาศึกษา รวมถึงเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อลองผิดลองถูก นำตัวอย่างเมล็ดพันธ์ุกาแฟต่างๆ มาปรุงเป็นสูตรของร้าน
คุณประวิทย์เคยบอกว่า การข้ามจากธุรกิจไอที ไปธุรกิจอาหาร ไม่ได้ราบรื่น ต้องเรียนรู้ใหม่หมด
และกำไรต่อแก้ว ต่อจานก็ไม่สูงมาก กว่าจะได้เงินแสนต้องเน้นการขายในปริมาณมากๆ
แต่ข้อดีของธุรกิจอาหารคือ ไม่ต้องลงทุนสูงเหมือนธุรกิจไอที และลูกค้าเข้ามาใช้บริการเรื่อยๆ
จึงทำให้ธุรกิจมีกระแสเงินสดเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ
เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร คนก็ต้องบริโภค และคนไทยก็ขึ้นชื่อว่าเป็น นักบริโภคตัวยงอีกด้วย
เพียงร้านต้องใส่ใจในคุณภาพอาหารและบริการลูกค้า ให้คงมาตรฐานที่ดีเอาไว้ตลอดเวลา
อีกทั้งตลาดอาหารและกาแฟเมืองไทยจะยังมีช่องว่างให้เติบโตอีกมาก
ในตอนนั้น คนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ย 1 แก้วต่อวัน ขณะที่ต่างชาติเขาดื่มกัน 3-6 แก้วต่อวัน
ส่วนตลาดร้านอาหาร คนไทยก็เริ่มนิยมทานอาหารนอกบ้านกันมากขึ้น
ดังนั้น Black Canyon จึงเติบโตท่ามกลางกระแสสังคมเมือง และเป็นหนึ่งในตำนานธุรกิจแฟรนไชส์ร้านกาแฟรายแรกๆ ที่บุกเบิกโดยคนไทย
ส่วนความรู้ด้านไอทีของคุณประวิทย์ ก็ไม่สูญเปล่า
เขาได้นำเอาคอมพิวเตอร์มาช่วยในร้าน ทั้งเรื่องของการทำยอดขาย ทำบัญชี รวมถึงมีการวิเคราะห์ และประเมินผลอย่างเป็นระบบ
การเดินทางตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีที่ผ่านมา Black Canyon ประสบความสำเร็จแค่ไหน ?
รายได้ของ บริษัท แบล็คแคนยอน (ประเทศไทย) จำกัด
ปี 2560 มีรายได้อยู่ที่ 1,551 ล้านบาท
ปี 2561 มีรายได้อยู่ที่ 1,512 ล้านบาท
ปัจจุบัน Black Canyon มีสาขาในประเทศไทย 367 สาขา โดยเป็นสาขาในกรุงเทพถึง 141 สาขา
และมีสาขาในต่างประเทศ 49 สาขา
โดยดำเนินธุรกิจในรูปแบบบริหารสาขาเองโดยตรง และดำเนินการโดยแฟรนไชส์
ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย สถานีบริการน้ำมัน ศูนย์การประชุม และท่าอากาศยานขนาดใหญ่ทั่วประเทศ
ซึ่งสิ้นปี 2561 Black Canyon มีสาขาประมาณ 365 สาขา
หรือเฉลี่ยแล้ว 1 สาขาทำยอดขายได้ 4.1 ล้านบาทต่อปี
ทั้งนี้ต้องหมายเหตุว่า รายได้ของบริษัทส่วนหนึ่งนับเฉพาะรายได้ค่าแฟรนไชส์ ไม่ใช่ยอดขายทั้งหมดของร้าน ทำให้ยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาอาจมากกว่านี้
นอกจากอาหารสารพัดเมนูแสนอร่อยของ Black Canyon แล้ว เมนูที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด คือ เครื่องดื่มกาแฟระดับพรีเมียม
Black Canyon เลือกใช้กาแฟคุณภาพสูงจากโครงการหลวง 70% ส่วนอีก 30% เป็นกาแฟที่นำเข้าจากแหล่งผลิตขึ้นชื่อของโลก
และกาแฟผ่านกระบวนการคั่วเมล็ด ด้วยเครื่องชงกาแฟที่นำเข้าจากอิตาลีเพื่อคงรสชาติ และมาตรฐานอันเป็นเอกลักษณ์ของกาแฟ Black Canyon เอาไว้
อีกทั้ง Black Canyon ยังมีการขยายสาขาไปยังตลาดต่างประเทศ ให้อินเตอร์สมกับชื่อ
เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย พม่า กัมพูชา ลาว และฟิลิปปินส์
โดยได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐในสมัยนั้น “ครัวไทยสู่โลก”
เพื่อให้ธุรกิจร้านอาหารของคนไทย ได้ขยายสาขา หรือขายแฟรนไชส์ในต่างประเทศ
ทั้งช่วยเหลือด้า พานักธุรกิจไทยเดินสายออกบูท ช่วยเรื่องการขนส่งและผลิตภัณฑ์ รวมถึงศึกษาด้านตลาด
ปิดท้ายด้วยคำพูดของคุณประวิทย์เมื่อ 10 กว่าปีก่อน
ย้ำเตือนถึงปัจจัยสำคัญที่สุดในการทำธุรกิจ ซึ่งไม่ใช่เงินทุน หรือประสบการณ์ แต่เป็น “แบรนด์”
“ถ้าผมมีเงิน 50 ล้าน ณ วันนี้ แล้วมาสร้างร้านกาแฟใหม่ ผมไม่เอาแน่ เพราะอาจจะไม่ประสบความสำเร็จก็เป็นได้ เพราะการมาสร้างแบรนด์ใหม่ให้ติดตลาด ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เหมือนกัน”
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.