YouTube ประกาศผู้ชนะรางวัล “YouTube Works Awards” ครั้งที่ 2 ประจำปี 2565

YouTube ประกาศผู้ชนะรางวัล “YouTube Works Awards” ครั้งที่ 2 ประจำปี 2565

27 ก.ย. 2022
การประกวด “YouTube Works Awards”  คือรางวัลเพื่อส่งเสริมและยกย่องชิ้นงานโฆษณาที่โดดเด่นและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยงานนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกันในประเทศไทย ซึ่งผลงานที่ชนะรางวัลในปีนี้ล้วนเป็นแคมเปญที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการวางแผนใช้สื่อ การบอกเล่าเรื่องราว การใช้ข้อมูลและเครื่องมือของ YouTube รวมไปถึงการร่วมมือกับเหล่าครีเอเตอร์ ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างผลลัพธ์ได้ทั้งทางการตลาดและธุรกิจ โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการตลาดหลากหลายสาขาร่วมเป็นผู้ร่วมตัดสิน
ในปีนี้มีรายชื่อ 17 ผลงานที่ได้รับคัดเลือกจากการประกวดเพื่อเข้าสู่รอบการตัดสินโดยคณะกรรมการ YouTube Works Awards และการตัดสินได้แบ่งรางวัลผู้ชนะเลิศออกเป็น 7 รางวัล  รายละเอียดของผู้ชนะรางวัล “YouTube Works Awards” ในประเทศไทยปี 2565  มีดังต่อไปนี้ 
ผู้ชนะรางวัล Grand Prix
ผู้ชนะรางวัล Action Driver
ผู้ชนะรางวัล Best Full Funnel Campaign
แคมเปญ: Dear Homosapiens
แบรนด์: GrabPay Wallet
เอเจนซี่สื่อ: M&C Saatchi Performance
เอเจนซี่ครีเอทีฟ: Wolf BKK
แคมเปญ Dear Homosapiens จาก GrabPay Wallet ได้สลัดความเชื่อเดิมๆ เกี่ยวกับการใช้งานผลิตภัณฑ์ e-wallet ผ่านการเล่าเรื่องอย่างสนุกสนาน ผนวกกับการวางแผนสื่อที่ใช้จุดเด่นของ YouTube ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุด และตอบโจทย์ทางการตลาดแบบ full funnel ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ของผลิตภัณฑ์ กระตุ้นการตัดสินใจ ไปจนถึงการสมัครใช้งาน  
ผลงานชิ้นนี้หยิบยกอินไซต์ของผู้บริโภคที่ยังคงชินกับการใช้จ่ายผ่านวิธีการแบบเดิมๆ และมองว่าการใช้ e-wallet นั้น “ยุ่งยาก”และ “ซับซ้อน” มาตีแผ่ผ่านบทสนทนาที่ตลก และน่าติดตามระหว่างชายหนุ่มที่แสนจะขี้เกียจและกอริลลาตัวหนึ่ง เพื่อแสดงให้ผู้ชมเห็นว่า GrabPay Wallet นั้นใช้งานง่ายกว่าที่คิดแม้แต่กอริลลายังสามารถใช้ได้  
GrabPay Wallet ใช้ Google Audiences เพื่อค้นหาผู้ชมที่ใช่ โดยในช่วง 2 สัปดาห์แรกจะเน้นการเข้าถึงผู้ชมจำนวนมาก ด้วยความถี่ที่มากแต่เหมาะสม ให้โฆษณาติดหูติดใจผู้ชมก่อน และเสริมด้วย YouTube Ad Sequencing ในช่วงต่อมา เพื่อตอกย้ำ และสร้างการจดจำในตัวโฆษณาและแบรนด์สินค้าให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในช่วงท้ายของโฆษณา ยังได้มีการนำเสนอสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ผู้ใช้งานจะได้รับจาก GrabPay Wallet ทำให้ผู้ชมอยากลองใช้มากขึ้น และเน้นด้วย Call-to-action ที่เด่นชัด เพื่อกระตุ้นให้เกิดตัดสินใจ ผลที่ได้คือ “ความง่ายต่อการใช้งาน” ในมุมมองของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 3% การรับรู้ต่อแบรนด์เพิ่มขึ้น 4.7% และจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 10%
ผู้ชนะรางวัล Best Storytelling
แคมเปญ: The Movies That Made (from) Us 
แบรนด์:  FIVE STAR
เอเจนซี่สื่อ: Starcom Thailand 
เอเจนซี่ครีเอทีฟ: BBDO Bangkok 
จากแคมเปญ The Movies That Made (from) Us  จาก ห้าดาว แบรนด์ไก่ย่างที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 37 ปี  มีการตั้งเป้าหมายที่จะสร้างความสัมพันธ์ และ Brand Love กับลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่เช่น Gen Y และ Gen Z ให้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการรักษาฐานลูกค้าเดิมที่เป็นคนรุ่นเก่าไว้ ห้าดาว จึงเลือก YouTube เพื่อการเข้าถึงและสื่อสารกับผู้ชมทุกวัยทั่วทั้งประเทศ โดยนำเสนอหนังโฆษณาผ่านการนำไอเดียจากคนหลากเจเนอเรชั่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของโจรที่สู้กันด้วยไม้ไก่จ๊อ เจ้าหญิงที่มีพลังวิเศษ หรือจอมยุทธที่มีกำลังภายใน มาต่อเชื่อมโยงเป็นเรื่องเดียวกัน โดยสอดแทรกอินไซต์ของคนต่างเจเนอเรชั่นที่มีความคิดที่ต่างกัน
โฆษณาชุดนี้มีการดำเนินเรื่องด้วยความแปลกใหม่ ร้อยเรียงความคิดเห็นของผู้คนออกมาเป็นเรื่องราวที่น่าติดตาม ทำให้ผู้ชมสนุกกับการดูวิดีโอและสามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้ตลอดแม้มีความยาวถึง 8 นาที เปลี่ยนความเชื่อที่ว่าหนังโฆษณาที่ยาวมักหลุดจากความสนใจได้ง่าย ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจที่แบรนด์ “ห้าดาว” มีต่อเสียงของผู้บริโภค นอกจากนี้โฆษณาชิ้นนี้ยังผสานสินค้าเข้ากับเนื้อหาในทุกฉากได้อย่างลงตัว  ทำให้เรื่องราวดูไม่ตั้งใจขายแม้จะมีสินค้าอยู่ตลอดทั้งเรื่อง เป็นการสร้างโฆษณาที่ก้าวข้ามทุกกฏและออกจากกรอบเดิมๆ ของการเล่าเรื่อง ทำให้ผลงานชิ้นนี้ประสบความสำเร็จ และตอบโจทย์ทั้งทางการตลาดและธุรกิจ โดยสามารถเพิ่มยอดขายได้มากถึง 68% ทำยอดวิวได้กว่า 4.4 ล้านวิว พร้อมทั้งกวาดแชร์และยอด Engagement มาได้อย่างถล่มทลาย
ผู้ชนะรางวัล Best Collaboration Brand and YouTube Creators     
แคมเปญ: Mai Tong Ton (ไม่ต้องทน)
แบรนด์:  Krungsri First Choice 
เอเจนซี่สื่อ: Rabbit’s Tale  
เอเจนซี่ครีเอทีฟ: Rabbit’s Tale
ในแคมเปญ ไม่ต้องทน จากแบรนด์ Krungsri First Choice ที่ได้ร่วมมือกับสองดูโอ้หนุ่มครีเอเตอร์และแร็ปเปอร์ขวัญใจวัยรุ่นอย่าง SPRITE x GUYGEEGEE เพื่อสร้างมิวสิควิดีโอเพลงแร็ปที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ U CASH ผลิตภัณฑ์ใหม่ของแบรนด์ โดยเผยแพร่ผ่าน YouTube ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหลักที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ใช้เวลาส่วนมากเพื่อฟังเพลง อีกทั้งยังเป็นช่องทางที่ครีเอเตอร์มีฐานผู้ติดตามที่แข็งแกร่ง ผลงานโฆษณานี้ได้นำจุดเด่นของผลิตภัณฑ์มาปรับแต่งล้อเลียนเพลงเวอร์ชั่นออริจินอลที่ฮิตติดหู อย่าง เพลง “ทน” จนเกิดเป็นเพลง “ไม่ต้องทน” ที่มาพร้อมกับประโยคเด็ดอย่าง “อยู่กับพี่อะมี First Choice นะ น้องไม่ต้องมาทน”
นอกจากนี้ ผลงานชุดนี้ยังมีความพิเศษเฉพาะตัวคือ การแสดงโลโก้และข้อความของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ลงบน “พื้นที่โฆษณา” ที่ถูกทำไว้เป็นลูกเล่นในมิวสิควิดีโอเวอร์ชั่นออริจินอล ทำให้ผลงานโฆษณาชุดนี้ดูราวกับเป็นภาคต่อ ซึ่งเป็นหนึ่งในเทรนด์ยอดนิยมบน YouTube  ส่งผลให้โฆษณานี้ได้ผลตอบรับที่ดีอย่างมาก โดยสามารถทำยอดวิวทะลุ 1 ล้าน ได้ภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากที่มิวสิควิดีโอถูกเปิดตัวก็กวาดยอดวิวไปทั้งหมดมากกว่า 4.3 ล้านวิว  และหลังจากแคมเปญจบลงทั้งยังมียูทูปเบอร์จากทั่วโลกออกมาทำ คลิป Reaction ของเพลงนี้กันอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ในแง่ของผลลัพธ์ทางธุรกิจ กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ สามารถเพิ่มยอดการติดตั้งแอพพลิเคชั่น U CASH ได้ถึง 5% และ สร้างยอดกดเงินสดผ่าน U CASH ได้กว่า 9.7 พันล้านบาท
ผู้ชนะรางวัล Intelligent Insight
แคมเปญ:  Guilty-Free Festival
แบรนด์:  Central Department Store 
เอเจนซี่สื่อ: ADA Digital (Thailand)  
เอเจนซี่ครีเอทีฟ: Wolf BKK
แคมเปญ Guilty-Free Festival จาก Central Department Store ได้หยิบยกอินไซต์ของผู้บริโภคที่มักจะ “รู้สึกผิด” จากการซื้อสินค้าในช่วงเทศกาลลดราคาต่างๆ เพราะฉุกคิดได้ว่าาของเดิมยังมีอยู่เยอะ  โดยนำมารังสรรค์เป็นผลงานโฆษณาเล่าเรื่องผ่านการเล่นเกมเศรษฐีของสองตัวละครหลักที่สะท้อนให้เห็นถึงความในใจของผู้บริโภคที่ต้องข่มใจตอนที่จะซื้อสินค้าที่ “มีแล้ว” เพราะรู้สึกผิด และเสนอทางออกโดยนำสินค้าต่างเหล่านั้นมาเปลี่ยน “ชื่อใหม่” ที่แปลกแต่ไฉไลกว่าเดิม เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ชมเจเนอเรชั่น X และ Y 
ทางแบรนด์ได้นำข้อมูลของผู้บริโภคมาวิเคราะห์ และแบ่งกลุ่มผู้ชมออกเป็น 20 กลุ่ม ตามความสนใจและแนวโน้มที่จะซื้อสินค้า พร้อมทั้งคิดหาองค์ประกอบโฆษณาที่เหมาะสมกับผู้ชมแต่ละกลุ่ม จากนั้นใช้ความสามารถของ YouTube อย่าง YouTube Director Mix (เป็นส่วนหนึ่งของ Ads Creative Studio) ในการปรับองค์ประกอบและสร้างชิ้นงานโฆษณาออกมาถึง 20 รูปแบบครอบคลุมสินค้าหลากหลายหมวดหมู่ โดยใช้ advanced audience targeting กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง เป็นตัวช่วยส่งโฆษณาเหล่านี้ให้กับผู้ชมที่มีโปรไฟล์ ความสนใจและความตั้งใจที่แตกต่างกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการลงโฆษณา และสื่อสารกับผู้ชมที่ใช่ ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม ส่งผลให้ Ad Recall Lift (จำนวนของผู้ที่เห็นโฆษณาและคาดว่าจะจดจำแบรนด์ในโฆษณาได้) เพิ่มขึ้น 6.47% และได้รับ Conversion เพิ่มขึ้นถึง 50% นับเป็นผลงานอีกชิ้นหนึ่งที่ประสบความสำเร็จทางการตลาดและธุรกิจ
ผู้ชนะรางวัล Small and Mighty
แคมเปญ: Ready to Embark on A Journey Alongside Your Business
แบรนด์:  Box Journey  
เอเจนซี่สื่อ: In-House 
เอเจนซี่ครีเอทีฟ: Mini Me 
แคมเปญ Ready to Embark on A Journey Alongside Your Business จาก BOX JOURNEY แบรนด์เล็กแต่คิดใหญ่ ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างการรับรู้ของแบรนด์ และเข้าไปนั่งในใจของลูกค้า SME ผ่านผลงานโฆษณา BOX JOURNEY พร้อมเดินทางเคียงข้างธุรกิจคุณ บน YouTube และใช้ “การกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง” ได้แก่ affinity, in-market, similar audience, remarketing และ customer match เป็นตัวช่วยในการเข้าถึงผู้ชมที่เป็นเจ้าของธุรกิจ SME ทั่วประเทศ ด้วยงบประมาณที่จำกัด
โดยผลงานโฆษณาชุดนี้ ได้นำเสนอเรื่องราวของเจ้าของธุรกิจ SME รายหนึ่งที่กำลังเริ่มต้นเปิดร้านขายครัวซองต์ออนไลน์ ซึ่งหนทางนั้นก็ไม่ได้ง่ายดายนัก แต่ไม่ว่าจะพบกับอุปสรรค์ใด ก็จะมี BOX JOURNEY ร่วมเคียงข้างเสมือน “เพื่อนคู่คิด” ที่คอยบริการและสนับสนุนให้ธุรกิจนี้ฝ่าฟันทุกอุปสรรค์มาได้ สะท้อนให้เห็นถึง “ความเข้าอกเข้าใจ” ที่แบรนด์มีต่อลูกค้าซึ่งส่วนมากเป็นธุรกิจ SME และตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์ ผ่านการเล่าเรื่องที่สนุกและเบาสมองโดยมีกล่องพูดได้เป็นผู้ดำเนินเรื่องส่งผลให้ได้รับยอดวิวไปมากถึง 1.6 ล้านวิว และเพิ่มยอดขายได้ถึง 100%
ผู้ชนะรางวัลพิเศษ Force for Good
แบรนด์: dtac
เอเจนซี่สื่อ: UM Thailand
ครีเอทีฟเอเจนซี่: Wunderman Thompson Thailand
การประกวด “YouTube Works Awards” ในปีนี้ นอกจากจะประกาศ  7 รางวัลที่ได้รับการตัดสินโดยคณะกรรมการแล้ว  YouTube ยังประกาศผู้ชนะรางวัลพิเศษ "Force for Good" เป็นครั้งแรกในปีนี้ เพื่อส่งเสริมผลงานโฆษณาที่สร้างคุณูปการเชิงบวกต่อสังคม และภูมิทัศน์สื่อ โดยสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลาย ความเสมอภาค และการไม่แบ่งแยก
ได้แก่ แคมเปญ ผู้พลิกการขาดหาย ให้เป็นพลังใหม่!  จาก dtac ที่ได้นำเสนอเรื่องราวชีวิตจริงของผู้พิการหลากหลายประเภทที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของความบกพร่องทางด้านร่างกายของตน และค้นพบศักยภาพใหม่ พร้อมทั้งเป็นกระบอกเสียงร่วมสนับสนุนทุกศักยภาพของผู้พิการ โดยร่วมมือกับผู้พิการจากหลากหลายสาขาอาชีพสร้างสรรค์ผลงานโฆษณาที่นอกจากจะสร้างแรงบันดาลใจ ยังสื่อสารด้วยเนื้อหาและจังหวะที่ผู้พิการทุกประเภทสามารถรับชมได้อย่างเข้าใจ ด้วยระบบบรรยายภาพด้วยเสียง เพื่อผู้พิการทางสายตา และมีคำบรรยาย พร้อมด้วยภาษามือ เพื่อให้ผู้พิการทางสายตาได้ยิน ซึ่งแสดงถึง “การคำนึงถึง” และ “ความเข้าใจ”ที่ทาง dtac มีต่อผู้พิการอย่างแท้จริง 
แคมเปญนี้กำหนดกลุ่มเป้าหมายบน YouTube เพื่อสร้างการรับรู้ และการบอกต่อเกี่ยวกับแคมเปญในกลุ่มผู้ชมเป้าหมายอย่าง ผู้พิการ ผู้ดูแลผู้พิการ รวมถึงผู้ชมกลุ่มอื่นๆ ที่คาดว่าจะสนใจ เป็นผลให้ได้ ad recall lift มากถึง 51.93%  และทำยอด Click-through rate ได้มากกว่าค่าเฉลี่ยถึง 2.2 เท่า
แคมเปญอื่นๆ ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย สามารถดูได้จาก รายชื่อ 17  ชิ้นงาน ที่ได้รับคัดเลือก ก่อนเข้าสู่รอบการตัดสินโดยคณะกรรมการ YouTube Works Awards
© 2022 Marketthink. All rights reserved.