Yum China เจ้าของแฟรนไชส์ KFC และ Pizza Hut ในจีน มีกำไรลดลง 72% ในไตรมาสแรก

Yum China เจ้าของแฟรนไชส์ KFC และ Pizza Hut ในจีน มีกำไรลดลง 72% ในไตรมาสแรก

30 เม.ย. 2020
จีนเป็นประเทศที่เจอมรสุมจากโรคระบาดโควิด-19 และปิดเมืองก่อนใครในโลก
ดังนั้น ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ของธุรกิจในจีน
น่าจะสะท้อนผลกระทบจากโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี
Yum China เชนร้านอาหารรายใหญ่ เจ้าของแฟรนไชส์ KFC และ Pizza Hut ในจีน
ได้ประกาศผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 ของปี 2020
ซึ่งผลประกอบการนี้ จะเป็นกรณีศึกษาที่ดี
และสามารถนำไปคาดการณ์ผลประกอบการธุรกิจเชนร้านอาหารในประเทศอื่นๆได้
โดยในไตรมาสแรกนั้น
Yum China มีรายได้รวม 56,665 ล้านบาท ลดลง 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน
มีกำไรจากการดำเนินงาน 3,141 ล้านบาท ลดลง 68% เมื่อเทียบกับปีก่อน
และมีกำไรสุทธิ 2,008 ลดลง 72% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ทั้งนี้ ยอดขายต่อสาขาเดิมของ KFC ลดลง 11%
ในขณะที่ Pizza Hut ลดลงกว่า 31% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ที่ยอดขายต่อสาขาลดลง เนื่องจากสำหรับร้านอาหารที่ยังคงเปิดให้บริการอยู่
จะมีชั่วโมงการเปิดให้บริการที่สั้นลง อีกทั้งทางร้านก็มีปริมาณออเดอร์จากลูกค้าน้อยลง
Yum China กล่าวว่า ในช่วงสามสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม บริษัทมีผลการดำเนินงานค่อนข้างดี
แต่หลังจากเจอวิกฤติโควิด-19 บริษัทจึงต้องเริ่มทยอยปิดร้านชั่วคราว ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม
จนช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ก็ปิดร้านไปได้กว่า 35% ของสาขาทั้งหมดในจีน
โดย Yum China มีร้านอาหารในเครือทั้งหมดกว่า 9,200 สาขาในจีน
ซึ่งตอนนี้สถานการณ์โควิด-19 ในจีนใกล้คลี่คลายอย่างสมบูรณ์แล้ว
บริษัทจึงสามารถกลับมาเปิดให้บริการร้านอาหารได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยอดขาย และปริมาณออเดอร์ล่าสุด ก็ยังคงต่ำกว่าช่วงก่อนมีโรคระบาด
เนื่องจากผู้คนยังคงหลีกเลี่ยงการออกไปข้างนอก และรักษาระยะห่างทางสังคมอยู่
แม้จะมีประกาศยกเลิกการปิดเมืองแล้วก็ตาม
ซึ่งแหล่งรายได้ที่นับเป็นพระเอกขี่ม้าขาวของบริษัท ในช่วงนี้คือ “เดลิเวอรี”
โดย KFC มียอดขายผ่านช่องทางเดลิเวอรีคิดเป็น 32% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 14%
และ Pizza Hut มียอดขายผ่านเดลิเวอรีคิดเป็น 48% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ปัจจุบัน Yum China มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 607,800 ล้านบาท
ก็น่าคิดว่า เชนร้านอาหารในบ้านเรา อย่างเช่น แบรนด์ไก่ทอด, พิซซ่า, อาหารญี่ปุ่น จะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ขนาดไหน ?
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.