
จิตวิทยา ราคาอาหาร กับรสชาติ ยิ่งแพง สมองเรายิ่งคิดว่า “อร่อย” จริงไหม ?
29 ส.ค. 2025
เชื่อไหมว่า ถ้าเรากินพิซซาถาดละ 890 บาท เราจะรู้สึกว่าอร่อยกว่า การกินพิซซาถาดละ 79 บาทในมุมจิตวิทยา
แล้วทำไมกินของแพงกว่า ถึงรู้สึกว่าอร่อยกว่า
ความสัมพันธ์ระหว่าง “ราคาขาย” และ “รสชาติ” เป็นอย่างไร ?
ความสัมพันธ์ระหว่าง “ราคาขาย” และ “รสชาติ” เป็นอย่างไร ?
MarketThink จะมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟังแบบสนุก ๆ
- ครั้งหนึ่งมีนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย และมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ทำการทดลองเพื่อหาว่า “ราคาของสินค้า” มีผลต่อ “รสชาติ” อย่างไรบ้าง ?
ด้วยการให้อาสาสมัครประมาณ 20 คน มาทดลองชิมไวน์ 5 ชนิด แล้วสอบถามว่า ชอบไวน์ชนิดไหนมากกว่ากัน
โดยผู้ทดลอง จะมีการแปะป้ายราคาของไวน์แต่ละขวดให้แตกต่างกันไว้ให้เห็นอย่างชัด ๆ ได้แก่
- ไวน์ขวดที่ 1 ติดป้ายราคา 5 ดอลลาร์สหรัฐ
- ไวน์ขวดที่ 2 ติดป้ายราคา 10 ดอลลาร์สหรัฐ
- ไวน์ขวดที่ 3 ติดป้ายราคา 35 ดอลลาร์สหรัฐ
- ไวน์ขวดที่ 4 ติดป้ายราคา 45 ดอลลาร์สหรัฐ
- ไวน์ขวดที่ 5 ติดป้ายราคา 90 ดอลลาร์สหรัฐ
- ไวน์ขวดที่ 2 ติดป้ายราคา 10 ดอลลาร์สหรัฐ
- ไวน์ขวดที่ 3 ติดป้ายราคา 35 ดอลลาร์สหรัฐ
- ไวน์ขวดที่ 4 ติดป้ายราคา 45 ดอลลาร์สหรัฐ
- ไวน์ขวดที่ 5 ติดป้ายราคา 90 ดอลลาร์สหรัฐ
โดยระหว่างการทดลองจะมีการติดตั้งเครื่องสแกนสมองด้วยเครื่องมือเฉพาะทางไปด้วย เพื่อดูว่าสมองของอาสาสมัครทำงานอย่างไรระหว่างที่ชิมไวน์
ผลคือผู้เข้าทดลองส่วนใหญ่บอกว่า
ไวน์ที่ติดป้ายราคา 90 ดอลลาร์สหรัฐ รสชาติดีกว่า ไวน์ที่ติดป้ายราคา 5 ดอลลาร์สหรัฐ
ไวน์ที่ติดป้ายราคา 45 ดอลลาร์สหรัฐ รสชาติดีกว่า ไวน์ที่ติดป้ายราคา 35 ดอลลาร์สหรัฐ
หรือก็คือไวน์ที่ราคาแพงกว่า มีรสชาติดีกว่า ไวน์ที่ราคาถูกกว่า จากการทดลองครั้งนี้
แถมเครื่องสแกนสมองยังบอกอีกว่า สมองส่วนที่เรียกว่า “medial Orbitofrontal Cortex” หรือ mOFC ที่ทำหน้าที่ในการประเมินคุณค่าของสิ่งเร้าต่าง ๆ มีการทำงานสอดคล้องกับสิ่งที่อาสาสมัครพูดจริง ๆ
อย่างไรก็ดี อาสาสมัครเหล่านี้ ไม่รู้มาก่อนเลยว่าจริง ๆ แล้ว ไวน์ทั้ง 5 ขวดที่เอามาใช้ทำการทดลองครั้งนี้ มีไวน์เพียง 3 ชนิด เพียงแค่ถูกเอามาติดป้ายราคาให้แตกต่างกันเท่านั้น
ยกตัวอย่างเช่น ไวน์ขวดที่ 2 ที่ติดป้ายราคา 10 ดอลลาร์สหรัฐ และไวน์ขวดที่ 5 ที่ติดป้ายราคา 90 ดอลลาร์สหรัฐ จริง ๆ แล้วจะเป็นไวน์ชนิดเดียวกัน แต่อาสาสมัครไม่รู้
แต่จากผลการทดสอบ อาสาสมัครกลับให้คะแนนไวน์ที่ติดป้ายราคา 90 ดอลลาร์สหรัฐ เยอะกว่าไวน์ที่ติดป้ายราคา 10 ดอลลาร์สหรัฐแบบเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ ผู้ทดลองยังได้ต่อยอดการทดลองครั้งนี้ออกไปอีก ด้วยการให้อาสาสมัครมาลองชิมไวน์ทั้ง 5 ชนิดอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้จะไม่มีการติดป้ายราคาบอก
ผลก็คือไวน์ที่ตอนแรกถูกติดป้ายราคาไว้ที่ขวดละ 5 ดอลลาร์สหรัฐ กลับมีคะแนนในการทดสอบมากที่สุดเสียอย่างนั้น
จากการทดลองนี้ แสดงให้เห็นว่า “ราคาของสินค้า” สามารถส่งผลต่อ “การรับรู้รสชาติ” ของคนเราได้
จากการทดลองนี้ แสดงให้เห็นว่า “ราคาของสินค้า” สามารถส่งผลต่อ “การรับรู้รสชาติ” ของคนเราได้
เป็นคำตอบว่าทำไม ถ้าเรากินพิซซาถาดละ 890 บาท เราจะมีโอกาสที่จะรู้สึกว่า รสชาติอร่อยกว่า การกินพิซซาถาดละ 79 บาท
เพราะสมองของเราจะใช้ “ราคา” ไปเป็นส่วนหนึ่งในการประเมิน “คุณค่า” ของสิ่งที่เรากิน ในมุมจิตวิทยานั่นเอง..
อ่านถึงตรงนี้ หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าแบบนี้ถ้าเปิดร้านอาหารก็ต้องขายแพง ๆ ลูกค้าจะได้รู้สึกว่าอร่อยและได้ประสบการณ์ที่ดีใช่ไหม ?
อ่านถึงตรงนี้ หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าแบบนี้ถ้าเปิดร้านอาหารก็ต้องขายแพง ๆ ลูกค้าจะได้รู้สึกว่าอร่อยและได้ประสบการณ์ที่ดีใช่ไหม ?
ถ้าเรายึดตามการทดลองนี้ก็ต้องบอกตามตรงว่า “อาจจะมีส่วน”
เพราะนักธุรกิจชื่อดังหลายคน รวมถึงหนังสือการตลาดหลาย ๆ เล่ม ก็มีแนวคิดว่า “ราคาขาย” มีผลต่อการรับรู้คุณค่าของสินค้าได้จริง ๆ
คล้ายกับการที่คนเราเห็นราคาแล้ว จะมีแนวโน้มคิดว่าอาหารรสชาติดีขึ้น ในการทดลองครั้งนี้
ทำให้เรามักจะได้ยินแนวคิดที่ว่า “ของยิ่งแพง ยิ่งดูมีคุณค่า” หรือ “ของดีไม่ควรลดราคา” กันอยู่บ่อย ๆ
หนึ่งในนั้นคือคุณ Alex Hormozi นักธุรกิจ และ YouTuber ชื่อดัง ที่เคยบอกว่าราคาเป็นสิ่งที่สะท้อนคุณค่าของสินค้าในสายตาของลูกค้า
ดังนั้น ถ้าเราลดราคาสินค้าลง ลูกค้าก็จะมองว่าสินค้าของเรามีคุณค่าน้อยลงเหมือนกัน
แถมตัวเขายังเอาเรื่องการทดลองไวน์นี้ มาเขียนลงในหนังสือเรื่อง “$100M Offers : How to Make Offers So Good People Feel Stupid Saying No” ที่เป็นหนังสือขายดีของตัวเองด้วย
สุดท้ายนี้ ต้องหมายเหตุเรื่องสำคัญที่สุดว่า การตั้งราคาขายแพง ๆ ให้สินค้าดูมีคุณค่า ถ้าอยากเอาไปใช้ ก็มีข้อควรระวังอยู่เหมือนกัน
เพราะในมุมการตลาดแล้ว “คุณค่าของสินค้า” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ “ราคา” เพียงอย่างเดียว
แต่ยังมีเรื่องของ
- ตำแหน่งทางการตลาด
- คุณภาพของสินค้า
- แนวทางการโฆษณา
- การสร้างแบรนด์
- ตำแหน่งทางการตลาด
- คุณภาพของสินค้า
- แนวทางการโฆษณา
- การสร้างแบรนด์
และอื่น ๆ มาเป็นส่วนประกอบที่ทำให้คนเรายอมจ่ายเงินซื้ออะไรสักอย่างด้วย
ดังนั้น ถ้าสินค้าหรือบริการของเรามีดีแค่ “ราคา” แต่วัตถุดิบหรือวัสดุต่าง ๆ ที่เอามาใช้เป็นส่วนประกอบของสินค้าเราไม่ดี ไม่คุ้มค่าจริง
ในระยะยาวเรื่องนี้จะสะท้อนออกมาเองจากยอดขาย ที่ในช่วงแรกเราอาจจะขายได้ดี แต่ในช่วงหลังอาจจะขายได้ไม่ดี เพราะลูกค้าไม่กลับมาซื้อซ้ำนั่นเอง..