อธิบายเรื่อง “SSSG” ตัวเลขสำคัญของ ธุรกิจร้านอาหาร ผ่านเคส สุกี้ตี๋น้อย

อธิบายเรื่อง “SSSG” ตัวเลขสำคัญของ ธุรกิจร้านอาหาร ผ่านเคส สุกี้ตี๋น้อย

5 ม.ค. 2026
ล่าสุด สุกี้ตี๋น้อย โพสต์ยอดขายของบริษัท BNN Restaurant บนเฟซบุ๊กว่า
ปี 2567 ยอดขาย 7,022 ล้านบาท
ปี 2568 ยอดขาย 9,147 ล้านบาท
ที่น่าสนใจคือ สุกี้ตี๋น้อยบอกว่า ยอดขายของร้านเพิ่มขึ้น 30.3%
แต่ตัวเลข SSSG ที่บอกว่า หน้าร้าน 1 สาขามีรายได้มากขึ้นหรือลดลง กลับลดลง 3.9%
อยากรู้ไหมว่า ถ้ายอดขายเพิ่มขึ้น แต่ยอดขายจากสาขาเดิมลดลงแบบนี้ดีหรือไม่ดี ?
MarketThink สรุปให้ฟัง
- ในโลกธุรกิจมีตัวชี้วัดที่สำคัญมาก ๆ สำหรับธุรกิจค้าปลีก, ร้านอาหาร หรือธุรกิจที่ต้องอาศัยการขยายสาขาเพื่อเพิ่มยอดขาย เรียกว่า “SSSG” (Same Store Sales Growth)
ความสำคัญของตัวเลขนี้คือ ใช้ดูว่า “สาขาเดิม” ของธุรกิจเรามียอดขาย “เพิ่มขึ้น” หรือ “ลดลง” มากขนาดไหน
ช่วยให้เราสามารถเห็นภาพรวมของธุรกิจได้ชัดขึ้นว่า จริง ๆ แล้ว รายได้ของธุรกิจเติบโตจาก “การขยายสาขา” เพียงอย่างเดียว หรือธุรกิจสาขาเดิมของเรายังสามารถเติบโตได้อยู่
- โดย SSSG มีสูตรคำนวณคือ [(ยอดขายสาขาเดิมปีปัจจุบัน - ยอดขายสาขาเดิมปีก่อน) / ยอดขายสาขาเดิมปีก่อน] ​× 100
เราจะได้คำตอบออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งตัวเลขนี้ยิ่งเยอะ ก็ยิ่งดี
เพราะจะสะท้อนให้เห็นว่า เราสามารถทำรายได้จากสาขาเดิมได้เยอะขึ้น
เพื่อให้ไม่สับสนเรามาดูตัวอย่างการใช้งาน SSSG แบบง่าย ๆ กัน
- ปีที่ 1 ร้านอาหารของเรามี 10 สาขา ทำรายได้รวม 100 ล้านบาท
- ปีที่ 2 เปิดร้านอาหารใหม่เพิ่ม 2 สาขา รวมกันเป็น 12 สาขา ทำรายได้รวม 120 ล้านบาท
กรณีนี้ ถ้ามองแต่ตัวเลขรายได้ เราอาจจะคิดว่าจริง ๆ แล้ว ยอดขายของเราเติบโต
ในภาพรวมจาก 100 ล้านบาท เป็น 120 ล้านบาท
แต่ถ้าสมมติว่าในปีที่ 1 ร้านอาหาร 10 แห่งของเรา ทำรายได้เท่า ๆ กันคือ สาขาละ 10 ล้านบาท
ส่วนในปีที่​ 2 ร้านอาหารสาขาเดิม 10 แห่งแรก ทำรายได้ลดลง
เหลือสาขาละ 8 ล้านบาท รวมกันเป็น 80 ล้านบาท
ส่วนสาขาใหม่อีก 2 แห่ง ทำรายได้สาขาละ 20 ล้านบาท รวมเป็น 40 ล้านบาท
ถ้าลองคำนวณตามสูตร SSSG ที่จะเอายอดขายจาก “สาขาเดิม” มาคำนวณ โดยไม่เกี่ยวกับยอดขายของสาขาใหม่ จะได้ว่า
- ปีที่ 1 ร้านอาหาร 10 สาขาของเรา ทำรายได้ 100 ล้านบาท
- ปีที่ 2 ร้านอาหาร 10 สาขาเดิมของเรา ทำรายได้ 80 ล้านบาท
หมายความว่า SSSG ของเราคือ [(80 - 100) / 100] x 100 = -20%
หรือก็คือยอดขายจากสาขาเดิมลดลง 20%
แปลว่าการเติบโตของธุรกิจเรา มีส่วนมาจากการขยายสาขามากกว่านั่นเอง
มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะคิดว่าสุกี้ตี๋น้อย โตจากการขยายสาขาอย่างเดียวใช่ไหม ?
ถ้าเอาตามหลักการดู SSSG ก็อาจจะไม่ผิด แต่ต้องไม่ลืมว่าในช่วงปีก่อนหน้านี้สุกี้ตี๋น้อย มีการจัดโปรโมชัน ลด แลก แจก แถม ไม่ว่าจะเป็น แจกฟรีน้ำรีฟีล, ลดราคาบุฟเฟต์ 50% ในบางสาขา
หมายความว่า จำนวนลูกค้าของสุกี้ตี๋น้อยใน 1 สาขาอาจจะเท่าเดิมก็ได้ แต่สุกี้ตี๋น้อยอาจจะเก็บเงินจากลูกค้า 1 คนที่เข้าร้านได้น้อยลง เพราะทำโปรโมชัน เลยส่งผลกับตัวเลข SSSG ของทางร้านให้ลดลง 3.9% นั่นเอง
คำถามต่อมาคือ ทำไม SSSG ถึงสำคัญ เพราะในเมื่อภาพรวมของยอดขายเติบโตมันก็น่าจะพอแล้ว ?
คำตอบคือ แม้การขยายสาขา จะเป็นวิธีที่ทำให้ยอดขายของบริษัทเติบโตได้เร็วก็จริง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการใช้เงินลงทุนสูงกว่า เช่น ค่าก่อสร้างสาขา, ค่าเช่าสถานที่, ค่าสาธารณูปโภค ที่เราต้องลงทุนสำหรับสร้างสาขาใหม่
ในขณะที่การเร่งยอดขายสาขาเดิม มักจะใช้ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า เนื่องจากค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่อย่าง ค่าก่อสร้างสาขานั้นเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว
ทำให้ในมุมของการลงทุน “รายได้จากสาขาเก่า” จะดูมีคุณภาพมากกว่าสาขาใหม่
ตัวเลข SSSG เลยกลายเป็นหนึ่งในตัวเลขที่สำคัญมาก ๆ ที่คนทำธุรกิจแนวนี้ต้องให้ความสำคัญนั่นเอง
สุดท้ายนี้ ถ้าเรารู้ SSSG ของธุรกิจตัวเองจะทำให้เราสามารถกำหนดกลยุทธ์ได้ง่ายขึ้นด้วย ว่าควรจะไปทางไหนต่อ ?
สมมติถ้าเราเจอว่ายอดขายโดยรวมกำลังเติบโต แต่คำนวณ SSSG ออกมาแล้วติดลบ เราก็อาจจะเดาได้ว่าสาขาเดิมของเราอาจกำลังมีปัญหา
เช่น อาจจะเป็นปัญหาเรื่องของคุณภาพสินค้าและบริการลดลง จนลูกค้าไม่กลับมาซื้อซ้ำ
เราก็อาจจะใช้ข้อมูลตรงนี้ไปปรับปรุงข้อบกพร่องได้นั่นเอง..
© 2025 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.